ชื่อสินค้า:
ต้นชิงชัน เก็ดแดง อีเม็ง กะซิก หมากพลูตั๊กแตน
รหัส:
397663
ประเภท:
ราคา:
200.00 บาท
/ต้น
ติดต่อ:
คุณปุณณภา งานสำเร็จ
ที่อยู่ร้าน:
อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
ร้านนี้ยังไม่มีการแจ้งเลขทะเบียนพานิชย์
เปิดร้านมาแล้ว 15 ปี 9 เดือน
ไอดีไลน์:
โทรศัพท์:
ค่าขนส่ง:
100 บาท
คำเตือน: โปรดตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการทุจริต การขอชำระเงินปลายทางเมื่อรับสินค้าถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี
รายละเอียด
ต้นชิงชัน ราคา 200 บาท
ไม้เนื้อสวย แข็ง ทนทาน ราคาแพง สูงลิบลิ่วของไทย(ติด1ใน5 ไม้ราคาแพงไทย)
ชิงชัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Dalbergia oliveri Gamble
ชื่อเรียกอื่น :ประดู่ชิงชัน ดู่สะแดน เก็ดแดง อีเม็ง พยุงแกลบ กะซิก กะซิบ หมากพลูตั๊กแตน
ชื่อวงศ์ :FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ลักษณะ :
ไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูงถึง 25 เมตร เปลือกหนา สีน้ำตาลเทา กระเทาะล่อน เป็นแผ่นขนาดเล็ก เปลือกในสีเหลือง ยอดและใบอ่อนออกสีแดง เกลี้ยงหรือมีขนเพียงเบาบาง ใบ เป็นช่อ มีใบประกอบย่อย 11-17 ใบ มีลักษณะยาวรี รูปขอบขนานแกมรูปหอก ฐานใบมนกลม ปลายใบมนทู่และหยักเว้าเล็กน้อย ทางด้านท้องใบจะมีสีจางกว่าด้านหลังใบ ดอก สีขาวอมม่วง ออกเป็นช่อดอกเชิง ประกอบตามปลายกิ่ง ดอกจะเกิดพร้อมกับการผลิตใบใหม่ เกสรผู้แยกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 5 อัน ฝัก มีลักษณะแบนแผ่เป็นปีกยาวรีหรือขอบรูปขนาน กว้าง 3-3.5 ซม. ยาว 8-17 ซม. ผิวเรียบส่วนที่หุ้มเมล็ดหนาแข็ง มีลักษณะเป็นกระเปาะกลมหรือแกนรีเล็กน้อย นูนเห็นได้ชัด ส่วนมากมีเมล็ดเดียว มีลักษณะคล้ายรูปไตสีน้ำตาล
การกระจายพันธุ์ :
พบในป่าเบญจพรรณทั่วไป ในพื้นที่ที่มีความสูงใกล้กับระดับน้ำทะเล จนถึง 500 เมตร
สรรพคุณ :
-แก่นช่วยในการบํารุงโลหิตในผู้หญิงได้ดี ให้รสฝาดร้อน
-เปลือกสามารถนําไปต้มแล้วนํามาชะล้างหรือสมานบาดแผล แผลจะไม่ปวดไม่บวม รวมทัง รักษาแผลเรือรังด้วย ทําได้โดยนําเปลือกต้นชิงชันมาตํา แล้วนําไปโปะจุดทีเป็นแผล
ประโยชน์ :
เนื้อไม้สีน้ำตาอ่อนอมเหลืองมีเส้นแทรกสีดำ เนื้อละเอียดปานกลาง แข็งและเหนียวมาก เลื่อยผ่าตกแต่งยาก แต่ขัดชักเงาได้ดีมาก ใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆได้สวยงามและทนทานต่อการผุ-ปลวก-มอด
แหล่งอ้างอิง :
หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 1 แก้ไขข้อมูลเมื่อ 17 ก.ค. 69 03:27
ไม้เนื้อสวย แข็ง ทนทาน ราคาแพง สูงลิบลิ่วของไทย(ติด1ใน5 ไม้ราคาแพงไทย)
ชิงชัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Dalbergia oliveri Gamble
ชื่อเรียกอื่น :ประดู่ชิงชัน ดู่สะแดน เก็ดแดง อีเม็ง พยุงแกลบ กะซิก กะซิบ หมากพลูตั๊กแตน
ชื่อวงศ์ :FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ลักษณะ :
ไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูงถึง 25 เมตร เปลือกหนา สีน้ำตาลเทา กระเทาะล่อน เป็นแผ่นขนาดเล็ก เปลือกในสีเหลือง ยอดและใบอ่อนออกสีแดง เกลี้ยงหรือมีขนเพียงเบาบาง ใบ เป็นช่อ มีใบประกอบย่อย 11-17 ใบ มีลักษณะยาวรี รูปขอบขนานแกมรูปหอก ฐานใบมนกลม ปลายใบมนทู่และหยักเว้าเล็กน้อย ทางด้านท้องใบจะมีสีจางกว่าด้านหลังใบ ดอก สีขาวอมม่วง ออกเป็นช่อดอกเชิง ประกอบตามปลายกิ่ง ดอกจะเกิดพร้อมกับการผลิตใบใหม่ เกสรผู้แยกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 5 อัน ฝัก มีลักษณะแบนแผ่เป็นปีกยาวรีหรือขอบรูปขนาน กว้าง 3-3.5 ซม. ยาว 8-17 ซม. ผิวเรียบส่วนที่หุ้มเมล็ดหนาแข็ง มีลักษณะเป็นกระเปาะกลมหรือแกนรีเล็กน้อย นูนเห็นได้ชัด ส่วนมากมีเมล็ดเดียว มีลักษณะคล้ายรูปไตสีน้ำตาล
การกระจายพันธุ์ :
พบในป่าเบญจพรรณทั่วไป ในพื้นที่ที่มีความสูงใกล้กับระดับน้ำทะเล จนถึง 500 เมตร
สรรพคุณ :
-แก่นช่วยในการบํารุงโลหิตในผู้หญิงได้ดี ให้รสฝาดร้อน
-เปลือกสามารถนําไปต้มแล้วนํามาชะล้างหรือสมานบาดแผล แผลจะไม่ปวดไม่บวม รวมทัง รักษาแผลเรือรังด้วย ทําได้โดยนําเปลือกต้นชิงชันมาตํา แล้วนําไปโปะจุดทีเป็นแผล
ประโยชน์ :
เนื้อไม้สีน้ำตาอ่อนอมเหลืองมีเส้นแทรกสีดำ เนื้อละเอียดปานกลาง แข็งและเหนียวมาก เลื่อยผ่าตกแต่งยาก แต่ขัดชักเงาได้ดีมาก ใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆได้สวยงามและทนทานต่อการผุ-ปลวก-มอด
แหล่งอ้างอิง :
หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 1 แก้ไขข้อมูลเมื่อ 17 ก.ค. 69 03:27
คำสำคัญ:
ต้นชิงชันประดู่ชิงชัน
ต้นสมุนไพร