ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa Sapientum
ชื่อภาษาอังกฤษ : Lady Finger Banana, Pisang Mas Banana
ลำต้น : ลำต้นเดี่ยว กลม ตั้งตรง มีกาบเปลือกหุ้มล้อมรอบ ผิวลื่นเรียบ สีเขียวปนเหลือง กาบด้านในสีชมพูแดง มีประดำหนา
ใบ : แบนยาวใหญ่ ใบแบบขนาน ปลายใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบมัน สีเขียวอมเหลือง ใบไม่เป็นนวล ยอดอ่อนสีเขียวอ่อน ก้านใบสีเขียวอมเหลือง
ดอก : ออกเป็นช่อ ห้อยลงมาเป็นเครือ ดอกเป็นแบบดอกรวม เรียกว่าปลี จะมีปลีออกที่ปลายยอด มีใบประดับหุ้มอยู่สีแดงม่วง ดอกยาวรีเล็กๆ โคนดอกมีสีขาว ปลายดอกมีสีเหลือง
ผล : ทรงรีเล็ก เรียงอยู่ในหวีคล้ายพัด ก้านผลค่อนข้างสั้น มีผิวลื่นเรียบ ผลอ่อนเปลือกจะมีสีเขียว ผลสุกแก่เปลือกจะมีสีเหลือง มีเปลือกบาง ข้างในจะมีเนื้อสีครีมอมส้ม เนื้อแน่นนุ่มๆ จะมีรสชาติหวานอร่อย มีกลิ่นหอม
เมล็ด : กลมเล็กๆ สีดำ และแข็งมาก บางสายพันธุ์จะไม่มีเมล็ด
หน่อ
ปลูกได้ในดินร่วน ต้องการน้ำปานกลาง ชอบแดด เป็นพืชที่ทนทานต่อความแห้งแล้ง
- ยาง ช่วยในการสมานแผล ห้ามเลือด
- ผลดิบ ใช้ชงน้ำร้อนหรือบดเป็นผงรับประทาน ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และท้องเสียเรื้อรัง
- ผลสุก ช่วยบำรุงกำลัง เป็นยาระบาย และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
- หัวปลี ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้โรคกระเพาะอาหารและลำไส้ และโรคโลหิต
- ใบ ใช้ต้มอาบแก้ผดผื่นคัน หรือนำไปปิ้งไฟปิดทับบาดแผลไฟ
- ราก นำไปต้มดื่มแก้ไข้ ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยสมานภายใน แก้บิด ผื่นคัน ท้องเสีย
- หยวก นำไปเผาไฟรับประทานช่วยในการขับถ่ายพยาธิ
- เหง้า ช่วยรักษาแผลภายในบริเวณทวารหนัก หรือปรุงเป็นยาแก้ริดสีดวงทวารแบบมีเลือดออก
- ผลสุก นิยมรับประทานเป็นผลไม้
- ใบตอง ใช้ห่อขนม หรือห่ออาหาร
- กาบกล้วย ทำเป็นเชือกรัดของ
- ต้นกล้วย ทำเป็นเยื่อกระดาษ
- ผล นำไปทำขนมต่างๆ เช่น กล้วยบวชชี หรือกล้วยเชื่อม เป็นต้น