รุ่งอรุณไม้ประดับ

มอสส์

แชร์บน facebook
กลับ

มอสส์ (Moss) ถือเป็นพืชกลุ่มแรกๆ ของโลกที่พัฒนาจากน้ำขึ้นสู่บก มีคลอโรฟิลด์สีเขียวไว้สังเคราะห์แสงสร้างอาหารจึงสามารถอยู่ได้โดยลำพัง แต่ด้วยโครงสร้างของมันยังไม่จัดว่าเป็นพืชชั้นสูง เพราะว่ามอสส์ไม่มีราก ลำต้น และใบที่แท้จริง อีกทั้งยังปราศจากดอกจึงต้องแพร่พันธุ์ด้วยสปอร์ โดยอาศัยลม น้ำ หรือแมลงพาไป โดยมอสส์จะขึ้นเรียงแน่นติดกัน ดูคล้ายๆ กับพรมที่ปกคลุมต้นไม้ หรือโขดหินเอาไว้    
     "หญ้ามอสส์" (mosses) มีอยู่ทั่วไปในป่าดิบชื้น ทั้งในระดับต่ำและระดับสูง จะเห็นว่าพืชประเภทนี้ปกคลุมราก ลำต้น กิ่ง และใบของต้นไม้ หรือ ตามก้อนหินอยู่ทั่วๆ ไป จัดเป็นพืชอาศัย (epiphytic plants) ที่อาศัยพำนักอยู่ตามราก ลำต้น กิ่งและใบของต้นไม้ด้วยการใช้รากเกาะยึดอยู่ตามผิวของส่วนนั้นๆ โดยที่ไม่ได้ส่งรากเบียดแทงทะลุเข้าไปแย่งอาหาร ดังเช่น กาฝาก พืชที่เกาะขึ้นอยู่ตามก้อนหินและผิวหินทั่วๆ ไปในป่านั้นก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย    
   
     จากหลักฐานฟอสซิลบ่งชี้ว่า พืชกลุ่มนี้กำเนิดขึ้นบนโลกเมื่อกว่า 400 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคที่บรรยากาศของโลกไม่คงที่ มีก๊าซชนิดต่างๆ มากมาย และมีความร้อนสูง ทำให้พืชกลุ่มนี้ต้องพัฒนากลไกพิเศษขึ้นเพื่อการอยู่รอด เช่น การเติบโตแบบไร้ทิศทาง เพื่อให้สามารถขยายจำนวนออกไปได้อย่างไม่มีขีดจำกัด มีโครงสร้างที่ดูดซับน้ำและความชื้นได้เร็วและมาก รวมทั้งสามารถสืบพันธุ์ได้ ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มักชอบอยู่ในที่ที่มีความชุ่มชื้นสูง โดยพืชเหล่านี้มีความทนทานสูง สามารถฟื้นตัวได้หากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง    
         
       "มอสมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดอาจมีสีสันของสปอโรไฟต์สวยงามแตกต่างกัน และมักขึ้นอยู่รวมกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความชุ่มชื้นสูง พืชกลุ่มไบรโอไฟต์เปรียบเสมือนฟองน้ำที่มีชีวิต ช่วยกักเก็บน้ำและความชื้นไว้ในดินหรือต้นไม้ได้มาก โดยกักเก็บไว้ในเซลล์ใบที่มีการเรียงตัวของเซลล์แบบพิเศษ ป้องกันการสูญเสียน้ำภายในดิน ทำให้ดินคงความชุ่มชื้นได้นาน และไม่แย่งน้ำกับต้นไม้    
         
       จากคุณสมบัติดังกล่าว จึงมีการนำมอสมาใช้ประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้มอสข้าวตอกฤๅษี (Sphagnum moss) คลุมดินในกระถางต้นไม้ ใช้ในการจัดสวน หรือในประเทศเมืองหนาว เช่น นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ มีการปลูกมอสในลักษณะคล้ายทุ่งนา โดยส่วนของมอสที่ตายแล้วจะอัดแน่นทับถมกันอยู่ด้านใต้ ส่วนที่ยังมีชีวิตอยู่จะเจริญเติบโตอยู่ชั้นบน ซึ่งส่วนบนนั้นนำไปใช้จัดสวนหรือประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือน ส่วนที่ทับถมอยู่ด้านใต้จะนำไปขายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเตาผิงในบ้านเรือน หรือในเยอรมนีมีการปลูกมอสริมถนนหนทาง แทนการปลูกหญ้า ซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นได้และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาด้วย

clsForumTopicclsForumTopicclsForumTopic
คำสำคัญ: มอส มอสดิน
โพสข้อความ