laddagarden

หญ้าหวาน ทางเลือกของคนชอบทานหวาน

แชร์บน facebook
กลับ

วันนี้ ตื่นแต่เช้ามานั่งคิดว่าจะทำไงให้ชาบัวมีรสหวานขึ้นแบบธรรมชาติ จึงมาพบและเดินเข้าไปในสวนกลับนึกขึ้นมาได้ว่าในสวนนั้น มีหญ้าหวานอยู่มากมาย และค้นหาข้อมูล จึงทำให้ทราบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แต่ก่อนคิดว่ามีแต่อ้อย และอื่นๆแต่ ไม่คิดว่าของใกล้ตัว เช่นหญ้าก็ให้ความหวานที่เกิดขึ้นจากใบได้น่าลองยิ่งนัก    
อีกทั้งยังเป็นความหวานที่ได้จากธรรมชาติอีก ยิ่งดีไปไหญ่ สะอาด ปลอดภัย

clsForumTopic

หญ้าหวาน ชื่อ คือ สตีเวีย (Stevia Rebaudiana Bertoni ) ขายกันกระถางละ 100 บาท    
หญ้าหวาน หรือ สเตเวีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni อยู่ในวงศ์ Asteraceae เป็นพืชพื้นเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัยในทวีปอเมริกาใต้ ความพิเศษของหญ้าหวาน คือ ส่วนของใบให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่ความหวานนี้ไม่ก่อให้เกิดพลังงานแต่อย่างไร (0 แคลอรี/กรัม) นอกจากนี้ยังมีสารสกัดที่เกิดจากหญ้าหวานชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (stevioside) เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่า 200-300 เท่าของน้ำตาล ด้วยความพิเศษของหญ้าหวานนี้ หญ้าหวานจึงเป็นพืชที่ได้รับความสนใจทั้งทางด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ ยาสมุนไพร เครื่องดื่ม เป็นต้น    
มนุษย์รู้จักนำสารสกัดที่มีรสหวานจากหญ้าหวานมาบริโภคหลายศตวรรษแล้วโดยชาวพื้นเมืองในประเทศปารากวัย โดยนำหญ้าหวานมาผสมกับเครื่องดื่ม เช่น ชา นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังนำสารให้ความมาผสมกับผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ผักดอง ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เนื้อปลาบด เป็นต้น    
หญ้าหวานเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 และปลูกกันมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้มีการใช้สารสตีวิโอไซด์เพื่อการบริโภค หญ้าหวานจึงจัดอยู่ในพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง

clsForumTopic

เมื่อทราบว่าทานได้อย่างปลอดภัย เราก็มาดูว่า มันน่าสนใจและวิธีการเลี้ยงไม่อยากเลย เรามาทำความเข้าใจกับพืชตัวนี้ก่อน    
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์    
หญ้าหวานเป็นพืชล้มลุก ลำต้นกลมและแข็ง    
ใบเดี่ยว รูปหอก ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย    
ใบให้สารที่มีรสหวาน    
มีช่อดอกสีขาว    
สรรพคุณของหญ้าหวาน    
ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายถึง 200-300 เท่าแต่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง    
ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก    
ช่วยบำรุงตับอ่อน    
ช่วยเพิ่มกำลัง    
สมานแผลทั้งภายในและภายนอก    
ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมอง    
สภาพแวดล้อมที่ปลูกได้ดี    
ในประเทศไทย ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม เนื่องจากหญ้าหวานชอบอากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส และขึ้นได้ดีเมื่อปลูกในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600-700 เมตร    
การปลูกและการดูแล    
ดิน ดินที่เหมาะสมสำหรับปลูกหญ้าหวาน คือ ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ต้องทำแปลงยกร่อง    
ใช้เมล็ดปลูก จะเก็บเมล็ดในช่วงเดือนพฤศจิกายน วิธีเก็บใช้ถุงพลาสติกครอบดอก เขย่าให้เมล็ดร่วงลงในถุง นำเมล็ดมาเพาะในเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีอัตราการงอกดี    
กิ่งชำปลูก เป็นวิธีที่นิยมตัดกิ่งปักชำ เนื่องจากสะดวกและรวดเร็วกว่า เลือกตัดกิ่งที่สมบูรณ์และแข็งแรง ตัดเกือบถึงโคนต้น ให้เหลือใบอยู่ 2 คู่    
แล้วตัดกิ่งที่จะนำมาชำให้ยาว 12-15 ซม.แล้วนำมาเพาะในถุงหรือกระบะเพาะ เด็ดใบออกเสียก่อน เพราะถ้ารดน้ำความหวานของใบจะลงสู่ดิน    
ทำให้กล้าที่ชำไว้ตายได้ พอกิ่งชำแตกรากออกมาได้ 10-14 วัน จึงนำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้    
การดูแล หญ้าหวานเป็นพืชที่ต้องการดูแลทั้งในเรื่องการให้น้ำและใส่ปุ๋ยบำรุงดิน    

clsForumTopic

ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของหญ้าหวานนั้นมีมากมาย

clsForumTopic

ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดน้ำตาล และเพิ่มรสชาติอาหาร กำลังเป็นที่นิยม

clsForumTopic

ชาจากหญ้าหวานก็สามารถนำมาขายได้ ถุงละ 200 บาท

clsForumTopic

หญ้าหวานสามารถใส่ลงไปได้เลยในแก้ว สำหรับประทานทุกช่วงที่่ต้องการ

clsForumTopic

สามารถผสมเพื่อเพิ่มความหวานได้อย่างดีและไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ดีสำหรับผู้สูงอายุ

clsForumTopic

เมื่อทราบรายละเอียดทั้งหมดก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีมิใช้น้อยสำหรับ ผู้ที่มองหาน้ำตาลจากธรรมชาติ    

clsForumTopic

ตลาดยังคงต้องการน้ำตาลประเภทนี้อีกมาก รวมทั้งสามารถพัฒนาต่อไปเป็น ชิ้นส่วนรถยนต์ เสื้อผ้า และอีกมากมายที่น้ำตาลเข้ามามีบทบาทในชิวิตของเรามากขึ้นและตลอดไป    
สนใจข้อมูลเพิ่มเติ่มหรือสังซื้อสายพันธุ์ไปปลูกเพื่อทำธุรกิจส่วนตัว สามารถติดต่อได้ที่ 082-3224827 นะ    

clsForumTopic
คำสำคัญ:
โพสข้อความ