สวนแดงจินดา

หมวด

นางแลว

ใน สวนแดงจินดา
แชร์บน facebook

นางแลวบ้าน

สวนแดงจินดา

"นางแลว" มากทางภาคเหนือ เพราะบางบ้านปลูกไว้เพื่อนำดอกไปทำเป็นอาหาร บ้างลวกจิ้มน้ำพริก แกงรวมกับยอดชะอม เรียก "แกงผักละ" หรือจะรวมกับผักชนิดอื่นนำไปแกงแคก็ได้ รสชาติอร่อย ออกหวาน ราก รสขมเฝื่อน ต้มน้ำรับประทาน เป็นไม้ล้มลุกอยู่ในวงศ์ LILIACEAE มีลำต้นอยู่ใต้ดินทั้งหมด ทั้งต้นรวมถึงใบด้วยมีความสูงราว 30-80 เซนติเมตร เป็นไม้ล้มลุกอยู่ในวงศ์ LILIACEAE มีลำต้นอยู่ใต้ดินทั้งหมด ทั้งต้นรวมถึงใบด้วยมีความสูงราว 30-80 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อ มีโคนโผล่จากต้นใต้ดินมีหลายดอก คล้ายช่อกล้วยไม้ แต่ละช่อจะมีดอกย่อยเล็กสีขาวอมชมพู ขยายพันธุ์ แยกหน่ออ่อนจากต้นแม่มาปลูก ชอบที่ร่มหรือแดดรำไร สภาพดินร่วนซุย นางลาว นางแลว? ลิงลาว ชอบอากาศแบบเย็นชื้นแบบดิบเขา ดอกดอกช่วง พศจิกายน – กุมภาพันธ์ “ชื่อวิทยาศาสตร์:Tupistra albiflora เป็นไม้พุ่ม ในวงศ์ Asparagaceae มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นแตกเป็นกอ ใบสีเขียวสด ดอกช่อ สีขาวปนม่ว สีเขียวปนม่วงหรือสีม่วงเข้ม ผลกลม ผิวขรุขระ ต้นที่มีก้านดอกสีเขียว จะมีรสหวานปนขม ก้านดอกสีขาวมรรสหวานเฝื่อน นิยมบริโภค แต่ต้นที่มีก้านดอกสีม่วง รสขม ไม่นิยมบริโภคยกเว้นในกลุ่มผู้สูงอายุ นำมาทำแกง แกงแค ส้มตำ หรือกินกับน้ำพริกนอกจากนั้นยังนำมาผัดน้ำมันหอยและชุบแป้งทอด ดอกและผลเป็นอาหารสัตว์ ดอกลิงลาวมีสารต้านอนุมูลอิสระ นางแลว เป็นไม้ป่าที่พบขึ้นตามป่าดงดิบ ป่าแล้ง ป่าดิบเขา ทุกภาคของประเทศไทย แต่จะมีมากที่สุดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะขึ้นอยู่ตามริมห้วย ริมลำธาร เป็นกอกว้างจำนวนมาก ชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าไปขายในตลาดตัวเมือง นิยมเด็ดเอาเฉพาะดอกนำลงจากเขาไปจำหน่ายให้คนซื้อไปปรุงเป็นอาหาร บางครั้งจะถอนทั้งต้นกลับไปปลูกริมรั้วบ้านเพื่อเก็บดอกกินและขายเป็นรายได้ เสริม ซึ่งนางแลวที่กล่าวถึงเป็นชนิดที่มีดอกสีขาว นิยมเอาดอกลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ หรือปรุงเป็นแกงกับปลาแห้ง แกงผักรวม แกงแครวมกับผักอย่างอื่น รสชาติอร่อยมาก ชาวเหนือนิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง ส่วน “นางแลวดอกม่วง” เป็นอีกชนิดหนึ่งที่เพิ่งพบมีต้นวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เมื่อไม่นานมานี้ โดยขายเป็นกอ 6-7 ต้น กำลังมีดอกตูมสีม่วงยังไม่บานติดมากับต้น ซึ่งผู้ขายบอกว่า เวลาดอกบานจะเป็นสีม่วงเข้มสวยงามน่ารักมากและดูคล้ายดอกบัว จึงถูกเรียกว่า “นางแลวดอกม่วง” สามารถปลูกเป็นไม้ประดับและปลูกเป็นผักริมรั้วเก็บดอกรับประทานได้เช่นเดียว กับนางแลวชนิดที่มีดอกสีขาวทุกอย่าง นางแลวดอกม่วง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์เหมือนกับชนิดดอกสีขาวทุกอย่างคือ ASPIDISTRA SUTEPENSIS K.LARSEN อยู่ ในวงศ์ LILIACEAE เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน ต้นและใบสูงประมาณ 80-100 ซม. แตกต้นเป็นกอขนาดใหญ่และกว้าง ต้นและใบแทงขึ้นจากเหง้าใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปเรียวแหลม ปลายแหลม โคนใบป้านลึก ก้านใบสั้น โคนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ใบยาวประมาณ 40-45 ซม. กว้าง 4-5 นิ้วฟุต แกนกลางใบค่อนข้างแข็งมองเห็นชัดเจน เวลาแตกกอใหญ่และมีใบดกจะเป็นกอน่าชมมาก ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆจากโคนต้น หรือจากเหง้าใต้ดิน ชูก้านขึ้นเหนือดิน โดยก้านช่อดอกจะมีความยาวประมาณ 8-10 ซม. ก้านช่อเป็นสีขาว ดอกขณะยังตูมผิวดอกจะเป็นสีม่วงชัดเจน เมื่อบานกลีบดอกจะเป็นสีม่วงเข้มสวยงามมาก ดอกจะมีได้เรื่อยๆ แต่จะมีดอกเยอะในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนของทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยเหง้าหรือหน่อ ปัจจุบัน “นางแลวดอกม่วง” มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 24 แผง “คุณหล้า–คุณแก้ว–คุณนิด” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป ชอบน้ำ เวลามีดอกจะสวยงามมากและเก็บดอกกินเป็นอาหารได้ ส่วน รากรสขมเฝื่อนต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้หรือแก้ไอได้ครับ. cr.“นายเกษตร” สนใจติดต่อ โทร 089-637-3665 Line ID: linglingling99 Facebook: สวนแดงจินดา จำหน่ายพืชสมุนไพร เชียงใหม่ Facebook page :สวนแดงจินดา

ราคา 60.00 บาท ติดต่อ กุสุมา ตุ่นแก้ว โทร. 0896373665, 0896373665 จังหวัดเชียงใหม่

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที