สวนแดงจินดา

หมวด

คนทิสอ

ใน สวนแดงจินดา
แชร์บน facebook

อัคคีทวาร

สวนแดงจินดา

อัคคีทวาร ชื่อวิทยาศาสตร์ Rotheca serrata (L.) Steane & Mabb. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Clerodendrum serratum (L.) Moon, Clerodendrum serratum var. wallichii C.B.Clarke)[1], [2] จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE)[3] สมุนไพรอัคคีทวาร มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หลัวสามเกียน (เชียงใหม่), แข้งม้า (เชียงราย), พรายสะเลียง สะเม่าใหญ่ (นครราชสีมา), หมากดูกแฮ้ง (สกลนคร), มักแค้งข่า (ปราจีนบุรี), อัคคี (สุราษฎร์ธานี), ตั่งต่อ ปอสามเกี๋ยน สามสุม (ภาคเหนือ), ตรีชวา อัคคี (ภาคกลาง), พายสะเมา (วาริชภูมิ), ควีโดเยาะ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), ผักห้าส้วย (ไทใหญ่), ลำกร้อล (ลั้วะ), ซานไถหงฮวา ซานตุ้ยเจี่ย (จีนกลาง), ชะรักป่า, แคว้งค่า, ผ้าห้ายห่อคำ, มักก้านต่อ, หมอกนางต๊ะ, หูแวง, ฮังตอ เป็นต้น สรรพคุณของอัคคีทวาร ใบสดมีรสขื่นร้อน ใช้ตำพอกแก้อาการปวดศีรษะ ปวดศีรษะเรื้อรัง (ใบ)[1], [3] ผลมีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคเยื่อตาอักเสบ ด้วยการใช้ผลสุกหรือดิบนำมาเคี้ยวค่อย ๆ กลืนน้ำกิน (ผล)[1], [3] ชาวบ้านจะนิยมฝานลำต้นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแห้งแล้วนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาลดความดันโลหิต (ต้น)[7] ทั้งต้นมีรสขมเผ็ด มีพิษเล็กน้อย เป็นยาเย็น ใช้เป็นยาขับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้ไข้จับสั่น (ทั้งต้น)[2] ใช้เป็นยาแก้ไข้ป่า ด้วยการฝานลำต้นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากให้แห้ง ใช้ต้มกับน้ำกิน (ต้น)[6], [7] ตำรับยาแก้ไข้จับสั่น ระบุให้ใช้ต้นอัคคีทวารสด 35 กรัม, เมล็ดพริกไทย 5 กรัม, เมล็ดเฉาก๊วย 5 กรัม นำมารวมกันต้มกับน้ำกินก่อนเกิดอาการไข้ประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจากการรักษาด้วยวิธีนี้พบว่าได้ผลดี แต่ในขณะที่ทำการรักษาไม่ควรรับประทานส้มหรือของที่มีรสเปรี้ยว รวมไปถึงของที่มีกลิ่นคาว และห้ามรับประทานถั่ว (ต้น)[2] ผลมีรสเปรี้ยวขื่นร้อน ใช้ทั้งผลสุกและดิบ นำมาเคี้ยวค่อย ๆ กลืนเอาน้ำเป็นยาแก้ไอ (ผล)[1], [3] ช่วยแก้อาการเจ็บคอ คออักเสบ แก้ทอนซิลอักเสบ (ทั้งต้น)[2] รากของอัคคีทวารมีรสขมร้อน จึงมีสรรพคุณช่วยทำให้เสมหะแห้ง ช่วยในระบบทางเดินหายใจได้ดี เช่น แก้หอบหืด อาการไอ แก้ไข้ แพ้อากาศ รวมไปถึงริดสีดวงจมูกหรืออาการอักเสบเรื้อรังของโพรงจมูก (ราก)[7] รากอัคคีทวารนำมาต้มผสมกับขิงและลูกผักชี ใช้กินเป็นยาแก้คลื่นเหียน อาเจียน (ราก)[3], [7] ใบนิยมนำมาต้มกับขิงกินเป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ (ใบ)[7] ใบนำมาลนไฟแล้วนำมาประคบบริเวณหน้าอกจะช่วยแก้อาการเจ็บหน้าอกได้ (ใบ)[5] รากใช้เป็นยารักษาสุขภาพของระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ โดยมีสรรพคุณช่วยในการย่อยอาหาร ขับลม แก้อาการเบื่ออาหาร แก้ปวดเกร็งท้อง (ราก)[7] ใบอัคคีทวารมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการจุกเสียด จึงนิยมใช้ต้มกินแก้ท้องท้องอืด (ใบ)[7] ต้นมีสรรพคุณเป็นยาแก้ปวดท้อง ด้วยการนำลำต้นมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ตากให้แห้งแล้วนำมาต้มกับน้ำกิน (ต้น)[6], [7] ช่วยแก้อาการเสียดท้อง ด้วยการใช้ใบอัคคีทวารนำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ใบ)[3] ต้นอัคคีทวารมีรสขื่นร้อน ใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาขับปัสสาวะ (ต้น)[1], [3] ส่วนแก่นหรือเนื้อไม้ก็มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะเช่นกัน โดยชาวบ้านจะนิยมฝานลำต้นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากให้แห้งใช้ต้มรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ ขับนิ่ว (แก่น, เนื้อไม้)[6], [7] ใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้รากหรือต้นยาวประมาณ 1-2 องคุลี นำมาฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ใช้ทาริดสีดวง เป็นยาเกลื่อนหัวริดสีดวงทวาร หรือจะใช้ใบอัคคีทวารประมาณ 10-20 ใบ นำมาตากแห้ง แล้วคลุกกับน้ำผึ้งรวง ปั้นเป็ดเม็ดขนาดเท่าเม็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ 2-4 เม็ด ทุกวัน ติดต่อกันประมาณ 7-10 วัน ส่วนอีกวิธีนั้นให้ใช้ใบแห้งนำมาบดหรือป่นให้เป็นผง โรคในถ่ายไฟ เผาเอาควันใช้รมหัวริดสีดวงงอกที่ทวารหนัก ก็จะช่วยทำให้หัวริดสีดวงทวารยุบฝ่อได้ (ราก, ต้น, ใบ)[1], [3], [4] ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้ตับอักเสบ (ทั้งต้น)[2] ใบสดหรือต้นสดใช้ตำพอกแก้โรคผิวหนัง แก้กลากเกลื้อน โรคเรื้อนได้ (ต้น, ใบ)[1], [3] ส่วนต้นสดใช้ตำพอกแก้ฝีหนอง และโรคผิวหนัง (ทั้งต้น)[2], [3] ส่วนใบและต้นมีสรรพคุณช่วยดูดหนอง (ใบ, ต้น)[3], [6] ใบสดนำมาอังไฟแล้วขยี้ใส่แผลฝีหนองเรื้อรัง หรือรอยแผลจากการถูกแมลงกัดและปากนกกระจอก (ใบ)[5] รากแห้งหรือต้นแห้งนำมาฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ใช้เป็นยาเกลื่อนฝี ทารักษาแผลบวมได้ดี (ราก, ต้น)[7] ต้นสดใช้ตำพอกแก้อาการฟกช้ำ ปวดบวม (ทั้งต้น)[2] ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยเนื่องจากลมชื้นเข้าข้อ (ทั้งต้น)[2] ใบสดและต้นสดใช้ตำพอกแก้อาการขัดตามข้อ (ต้น, ใบ)[3] ทั้งต้นใช้ภายนอกเป็นยาแก้กระดูกร้าว กระดูกแตก ด้วยการใช้ต้นสดนำมาตำพอกบริเวณที่เป็น (ทั้งต้น)[2] ทั้งต้นใช้ต้มให้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรดื่ม หรือนำมาต้มกับน้ำอาบแก้อาการปวดเมื่อย (ทั้งต้น)[5] ใบสดนำมาโขลกเอาน้ำกินสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งคลอดลูก เพื่อให้มดลูกเข้าอู่ดีขึ้นและแก้อักเสบ (ใบ)[7] หมายเหตุ : วิธีการใช้ตาม [2] ถ้าเป็นยาแห้งให้ใช้ครั้งละ 10-15 กรัม ส่วนยาสดให้นำมาตำพอกแผลภายนอกตามความเหมาะสม[2] ส่วนการใช้ตาม [7] ส่วนของรากให้นำมาต้มกินหรือบดเป็นผงกิน[7] ข้อควรระวัง : สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้ cr.medthai สนใจติดต่อ สวนแดงจินดา โทร 089-637-3665 Facebook: สวน แดง จินดา เว็บไซค์ :dangjinda.com Facebook Page: สวนแดงจินดา

ราคา 80.00 บาท ติดต่อ กุสุมา ตุ่นแก้ว โทร. 0896373665, 0896373665 จังหวัดเชียงใหม่

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

คนทีสอทะเล

สวนแดงจินดา

ต้นคนทีสอทะเล คนทีสอทะเล ชื่อวิทยาศาสตร์ Vitex trifolia subsp. litoralis Steenis (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Vitex rotundifolia L.f.)[4], [5] ปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE) สมุนไพรคนทีสอทะเล มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า คนที (ประจวบคีรีขันธ์), กูนิง (มลายู-นราธิวาส), คนทิสอทะเล คนทิ เป็นต้น สรรพคุณของคนทีสอทะเล ใบใช้เป็นยาธาตุบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)[1], [2] ใบ เถา และรากใช้เป็นยาขับเสมหะ (ใบ, เถา, ราก, ทั้งต้น)[1], [2], [4] ช่วยแก้ริดสีดวงในลำคอ (เถา)[2] เถาใช้เป็นยาแก้ลม (ทั้งต้น, เถา)[2], [4] เถาช่วยแก้ตัวพยาธิ (ทั้งต้น, เถา)[2], [4] รากใช้เป็นยาขับประจำเดือนของสตรี (ราก)[2] ตำรายาไทยจะใช้รากเป็นยารักษาโรคตับ (ราก)[1] ใบใช้ต้มกับน้ำอาบ ช่วยแก้โรคผิวหนังผื่นคัน หรือจะทำเป็นแชมพูสระผมหรือหมักผมก็ได้ จะช่วยฆ่าเชื้อรา กลากเกลื้อน ชันนะตุได้ดี หรือจะเอาใบไปดองกับแอลกอฮอล์แล้วกรองเอาแต่น้ำมาไว้ใช้เป็นยาหัวเชื้อ หรือจะนำใบไปสกัดกับน้ำกะทิเคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมงจนได้น้ำมันคนที แล้วนำมาเก็บไว้เป็นหัวเชื้อน้ำมันสำหรับนวดตัว หรือจะเอาน้ำมันใบคนที 1 ส่วน ผสมกับน้ำมันมะรุมอีก 1 ส่วน ใช้เป็นยาหยอดเป็นยารักษาเล็บมือเล็บเท้าที่เป็นเชื้อรา เนื่องจากใบของคนทีสอจะมีกลิ่นหอมและมีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราอยู่ด้วย (ใบ)[1], [2] ช่วยแก้อาการฟกช้ำบวม (ทั้งต้น, เถา)[2], [4] ผลใช้เป็นยารักษาโรคเอดส์ (ผล)[2] ประโยชน์ของคนทีสอทะเล เนื่องจากเวลาแตกต้นและกิ่งก้านมาก ๆ และเวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามมาก จึงนิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ ซึ่งในปัจจุบันท่านสามารถหาซื้อมาปลูกได้ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร โดยจะนิยมนำมาปลูกลงในกระถาง ตั้งประดับไว้ในที่แจ้ง[3] ทางภาคใต้นิยมใช้ใบของคนทีสอทะเลมาเป็นส่วนประกอบในการทำขนม โดยเป็นขนมพื้นเมืองเหนียว ๆ แต่ไม่ใช่กาละแม และเป็นสีเขียว ๆ มีรสชาติหวานอร่อยมาก เข้าใจว่าใช้ใบแห้งนำมาบดเป็นผงใช้ทำเป็นขนมคนทีสอ โดยนำใบแห้งไปผสมกับแป้งข้าวเหนียวและน้ำ แล้วนำไปนึ่งจนสุก นำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ คลุกกับมะพร้าวขูด น้ำตาล และเกลือ cr.medthai สนใจติดต่อ สวนแดงจินดา โทร 089-637-3665 Facebook: สวน แดง จินดา เว็บไซค์ :dangjindagarden.com

ราคา 80.00 บาท ติดต่อ กุสุมา ตุ่นแก้ว โทร. 0896373665, 0896373665 จังหวัดเชียงใหม่

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

คนทีสอ

สวนแดงจินดา

ต้นคนทีสอ คนทีสอ ชื่อวิทยาศาสตร์ Vitex trifolia L. ปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE) สมุนไพรคนทีสอ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า คนทีสอขาว (ชลบุรี), ทีสอ เทียนขาว (เพชรบุรี), สีสอ (ประจวบคีรีขันธ์), คุนตีสอ (สตูล), มูดเพิ่ง (ตาก), ผีเสื้อ (เลย), สีเสื้อน้อย ดอกสมุทร (เชียงใหม่), ผีเสื้อน้อย (ภาคเหนือ) , โคนดินสอ (จันทบุรี ภาคกลาง), ดินสอ (ภาคกลาง) เป็นต้น สรรพคุณของคนทีสอ ใช้เป็นยาบำรุง ช่วยทำให้สตรีดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ช่วยกระจายเลือดลม ทำให้หลอดเลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ, ราก) ช่วยทำให้เจริญอาหาร (เมล็ด) ใบคนทีสอใช้ผสมกับขมิ้น พริกไทย เทียน รับประทานรักษาวัณโรค (ใบ) ช่วยรักษาโรคตา (ราก) ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ด้วยการใช้ใบขยี้กับน้ำแล้วนำมาลูบหัว หรือจะใช้ใบนำไปอังกับไฟแล้วชงกับน้ำกินแก้อาการก็ได้เช่นกัน (ใบ) ช่วยแก้ลม (ผล) ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ ด้วยการนำใบมาขยี้ดมก็ช่วยแก้วิงเวียนได้เป็นอย่างดี (ใบ) ช่วยแก้ไข้ (ผล, ราก, ดอก) ใช้รักษาอาการไข้จากความเย็น (เปลือก) ช่วยรักษาอาการไข้ซึ่งมีอาการกระทำให้ร้อน (ใบ) ช่วยแก้ไข้ในหญิงมีครรภ์ (ดอก) ช่วยแก้อาการหวัด น้ำมูกไหล ด้วยการใช้เมล็ดหรือใบคนทีสอ ผสมกับกับขิงและน้ำตาลเล็กน้อย ชงกับน้ำร้อนกินแก้อาการ (ใบ, เมล็ด) ช่วยขับเสมหะ แก้เสมหะจุกคอ (ใบ, ราก) ช่วยแก้หอบหืด (ใบ) ช่วยแก้อาการหืด ไอ (ใบ, ผล, ดอก) ช่วยขับเหงื่อ (ใบ, ผล, ราก) ช่วยรักษาอาการคลื่นเหียน อาเจียน (ผล, เปลือก, กระพี้) ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง (ต้น) ช่วยแก้ท้องมาน (ผล) ช่วยขับลมในลำไส้ (ใบ, ต้น) ช่วยแก้ลำไส้พิการ (ใบ, ราก) ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ เกี่ยวกับลำไส้ (ใบ) ช่วยขับปัสสาวะ (ราก) ช่วยรักษาโรคตับ (ราก) คนทีสอมีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำดี (ใบ) ช่วยถ่ายน้ำเหลือง (ราก) ช่วยขับระดู (ราก) ช่วยรักษาหญิงระดูพิการและตั้งโลหิต (เปลือก, กระพี้) ใบและรากต้มเป็นยาแก้ไข้ให้หญิงหลังคลอดบุตรใหม่ ๆ รับประทานเป็นยาขับปัสสาวะและขับเหงื่อ (ราก, ใบ) ช่วยแก้พยาธิและรักษาอาการไข้ในครรภ์ (ผล) ช่วยฆ่าพยาธิ (ใบ, ผล, ดอก) ช่วยแก้ริดสีดวง (ผล) ช่วยแก้ริดสีดวงจมูก (ใบ, ผล) ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยและพิษอื่น ๆ (ราก) ใบสดนำมาตำละเอียดใช้พอกบริเวณแผลที่ถูกตะขาบกัดหรือแมลงสัตว์กัดต่อยได้ (ใบ) ช่วยแก้พิษสำแลงและพิษต่าง ๆ (ใบ) ใบคนทีสอสรรพคุณช่วยแก้พิษฝีใหญ่ (ใบ) ช่วยกำจัดเชื้อรา เชื้อราบนผิวหนัง ฮ่องกงฟุต (ใบ) ช่วยระงับอาการปวด ทำให้สงบลงได้ (เมล็ด) ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ช่วยทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (ใบ, ราก) ช่วยแก้อาการปวดตามข้อ (ใบ, ราก, ผล) ช่วยแก้เอ็นตึง เอ็นอักเสบ ด้วยการใช้ใบคนทีสอประมาณ 30-40 ใบ นำมาต้มกับน้ำ 3 แก้ว เคี่ยวจนเหลือ 1 แก้ว นำมาดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 2 เวลา (ใบ) ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้ผดผื่นคัน ด้วยการใช้แช่กับน้ำอาบ (ใบ) ช่วยรักษาอาการสาบควายในตัว (ใบ) ใช้ทำเป็นยาฆ่าแมลง (ใบ) ช่วยบำรุงครรภ์มารดาและบำรุงน้ำนม (ดอก) เมล็ดคนทีสอมีฤทธิ์ในการควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนต่อมใต้สมอง ที่่ช่วยควบคุมการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง จึงช่วยรักษาอาการผิดปกติของสตรีได้เป็นอย่างดี (เมล็ด) ช่วยรักษาภาวะเป็นหมันในเพศหญิง ช่วยปรับรอบการตกไข่ให้เป็นปกติ (เมล็ด) ช่วยป้องกันแมลงรบกวน (ใบ) กิ่งหรือใบคนทีสอนำมาใช้เผาเพื่อไล่ยุงได้ (ใบ) ก่อนแปรงฟัน หากได้เคี้ยวใบคนทีสอสด ๆ ก็จะช่วยทำให้ฟันแข็งแรงขึ้น และยังระงับกลิ่นปากได้อีกด้วย (ใบ) คนทีสอคือสมุนไพรที่เป็นตัวยาหลักในตำรับยาต่าง ๆ เช่น ยาประคบ อบ อาบ ย่าง พอก โดยใช้เพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยตามตัว เส้นขัด เอ็นขัด เหน็บชา อัมพฤกษ์ อัมพาต แก้ลม กระดูกหัก หกล้ม ตกต้นไม้ อาการเจ็บปวดในเอ็นและผิวหนัง ในปัจจุบันได้มีการนำใบคนทีสอไปแปรรูปเป็นยาสมุนไพรในรูปแบบแคปซูล ก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกเช่นกัน (ใบ) สามารถนำมาทำเป็นน้ำมันนวดตัวและยาแก้ปวดได้ กลิ่นหอมของสมุนไพรคนทีสอช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย แก้ความตึงเครียด cr.medthai สนใจติดต่อ สวนแดงจินดา โทร 089-637-3665 Facebook: สวน แดง จินดา เว็บไซค์ :dangjindagarden.com

ราคา 80.00 บาท ติดต่อ กุสุมา ตุ่นแก้ว โทร. 0896373665, 0896373665 จังหวัดเชียงใหม่

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

คนทีสอทะเล

สวนแดงจินดา

ใบใช้เป็นยาธาตุบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)[1], [2] สรรพคุณ ใบ เถา และรากใช้เป็นยาขับเสมหะ (ใบ, เถา, ราก, ทั้งต้น)[1], [2], [4] ช่วยแก้ริดสีดวงในลำคอ (เถา)[2] เถาใช้เป็นยาแก้ลม (ทั้งต้น, เถา)[2], [4] เถามีสรรพคุณช่วยแก้ตัวพยาธิ (ทั้งต้น, เถา)[2], [4] รากใช้เป็นยาขับประจำเดือนของสตรี (ราก)[2] ตำรายาไทยจะใช้รากเป็นยารักษาโรคตับ (ราก)[1] ใบใช้ต้มกับน้ำอาบ ช่วยแก้โรคผิวหนังผื่นคัน หรือจะทำเป็นแชมพูสระผมหรือหมักผมก็ได้ จะช่วยฆ่าเชื้อรา กลากเกลื้อน ชันนะตุได้ดี หรือจะเอาใบไปดองกับแอลกอฮอล์แล้วกรองเอาแต่น้ำมาไว้ใช้เป็นยาหัวเชื้อ หรือจะนำใบไปสกัดกับน้ำกะทิเคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง จนได้น้ำมันคนทีแล้วนำมาไปเก็บไว้เป็นหัวเชื้อน้ำมันสำหรับนวดตัว หรือจะเอาน้ำมันใบคนที 1 ส่วน ผสมกับน้ำมันมะรุมอีก 1 ส่วน ใช้เป็นยาหยอดเป็นยารักษาเล็บมือเล็บเท้าที่เป็นเชื้อรา เนื่องจากใบของคนทีสอจะมีกลิ่นหอมและมีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราอยู่ด้วย (ใบ)[1], [2] ช่วยแก้อาการฟกช้ำบวม (ทั้งต้น, เถา)[2], [4] ผลใช้เป็นยารักษาโรคเอดส์ (ผล)[2] ประโยชน์ของคนทีสอทะเล เนื่องจากเวลาแตกต้นและกิ่งก้านมากๆ และเวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูสวยงามมาก จึงนิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ ซึ่งในปัจจุบันท่านสามารถหาซื้อมาปลูกได้ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร โดยจะนิยมนำมาปลูกลงในกระถางตั้งประดับไว้ในที่แจ้ง[3] ทางภาคใต้นิยมใช้ใบของคนทีสอทะเลมาเป็นส่วนประกอบในการทำขนม โดยเป็นขนมพื้นเมืองเหนียวๆ แต่ไม่ใช่กาละเม และเป็นสีเขียวๆ มีรสชาติหวานอร่อยมาก เข้าใจว่าใช้ใบแห้งนำมาบดเป็นผงใช้ทำเป็นขนมคนทีสอ โดยนำใบแห้งไปผสมกับแป้งข้าวเหนียวและน้ำ แล้วนำไปนึ่งจนสุก นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ คลุกกับมะพร้าวขูด น้ำตาล และเกลือ[3], [5] สนใจติดต่อ โทร 089-637-3665 Line ID: linglingling99 Facebook: สวนแดงจินดา จำหน่ายพืชสมุนไพร เชียงใหม่ Facebook page :สวนแดงจินดา

ติดต่อ กุสุมา ตุ่นแก้ว โทร. 0896373665, 0896373665 จังหวัดเชียงใหม่

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที