ค้นหาสินค้า

ต้นแก้วมังกร

ขาย ต้นแก้วมังกร ราคาถูก หาซื้อได้ที่ www.NanaGarden.com

ต้นแก้วมังกร

ต้นแก้วมังกร
ต้นแก้วมังกร ศรีสะเกษ

ราคา 30.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรแดงทับทิม
แก้วมังกรแดงทับทิม คลองหลวง ปทุมธานี

ราคา 120.00 บาท /ต้น

พันธุ์แก้วมังกร ส่งเก็บเงินปลายทาง
พันธุ์แก้วมังกร ส่งเก็บเงินปลายทาง เมืองตรัง ตรัง

ราคา 15.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรทอง
แก้วมังกรทอง เมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่

ราคา 100.00 บาท /กระถาง

แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล
แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล ปากพลี นครนายก

ราคา 50.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรเหลือง ต้นละ 140 บาท ค่ะ ออกรากแล้ว
แก้วมังกรเหลือง ต้นละ 140 บาท ค่ะ ออกรากแล้ว กันทรวิชัย มหาสารคาม

ราคา 140.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล ต้นละ350บาท
แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล ต้นละ350บาท บางพลี สมุทรปราการ

ราคา 350.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล
แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล สมุทรปราการ

ราคา 149.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรดำ
แก้วมังกรดำ ทับคล้อ พิจิตร

ราคา 350.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรดำ
แก้วมังกรดำ ทับคล้อ พิจิตร

ราคา 300.00 บาท /ต้น

แก้วมังกร เหลืองอิสราเอล
แก้วมังกร เหลืองอิสราเอล บ้านไร่ อุทัยธานี

ราคา 79.00 บาท /ต้น

แก้วมังกรเวียดนาม
แก้วมังกรเวียดนาม หนองหาน อุดรธานี

ราคา 20.00 บาท /ต้น

จังหวัดที่ขายต้นแก้วมังกร

เชียงใหม่ (1 ร้าน)

ตรัง (1 ร้าน)

นครนายก (1 ร้าน)

ปทุมธานี (1 ร้าน)

พิจิตร (2 ร้าน)

มหาสารคาม (1 ร้าน)

ศรีสะเกษ (1 ร้าน)

สมุทรปราการ (2 ร้าน)

อุดรธานี (1 ร้าน)

อุทัยธานี (1 ร้าน)

ดูสินค้าหมวด ต้นแก้วมังกร ทั้งหมดในเว็บ

วีธีปลูกต้นลิ้นมังกร (3746)

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดที่ปลูกต้นลิ้นมังกรไว้ประจำบ้าน จะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ เพราะลิ้นมังกร มีอีกชื่อหนึ่งว่า หอกพระอินทร์ ซึ่งเป็นอาวุธชนิดหนึ่งของพระอินทร์ ที่ใช้ในการต่อสู้และปกป้องศัตรูจากภายนอก ดังนั้นลิ้นมังกรจึงเป็นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์

   

วิธีปลูก สำหรับ ปลูกในแปลง เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน นิยมปลูกเป็นแนวรั้วบ้าน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน : อัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก

   

ส่วนการปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูง ขนาด 10-15 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา : 1 : 1 ผสมดินปลูก แนะควรเปลี่ยนกระถางทุก 1-2 ปี เนื่องจากรากและหน่อจะขยายตัว

   

การดูแลรักษา ต้นลิ้นมังกร ต้องการแสงแดดปานกลางจนถึงแสงแดดจัด และควรรดน้ำอย่างน้อย  5-7 วัน/ครั้ง แนะควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 4-5 ครั้ง ในอัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/กอ

เอื้อเฟื้อข้อมูล โดย www.dailynews.co.th

วิธีการปลูกต้นแก้ว (3785)

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้เป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ มีความเบิกบาน เพราะ แก้ว คือ ความใสสะอาด ความสดใส นอกจากนี้ดอกแก้วยังมีสีขาวสะอาดกลิ่นหอมอบอวล ทั้งยังสามารถนำดอกแก้วไปใช้ในพิธีบูชาพระในพิธีทางศาสนาได้ ถือเป็นสิริมงคลยิ่ง วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ จึงนำวิธีการปลูกต้นแก้วมาแนะนำ

   

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นแก้วไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ

   

วิธีการปลูก สำหรับการปลูกในแปลง เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้เพื่อเป็นแนวรั้วบ้าน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2  ผสมดินปลูก การปลูกแบบนี้สามารถปลูกเป็นกลุ่มหรือเป็นแถวได้ และสามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้ตามความต้องการ

   

ส่วนการปลูกในกระถาง เพื่อประดับภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 12 - 16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก แนะควรเปลี่ยนกระถาง 1 - 2 ปี/ ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของการเจริญเติบโตของทรงพุ่ม เพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไป

   

การดูแลรักษา  ต้นแก้วต้องการแสงแดดจัด และควรรดน้ำอย่างน้อย 3 - 5 วัน/ครั้ง ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1 - 2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง หรือใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สูตร 15-15-15  อัตรา 200- 300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง

   

เอื้อเฟื้อข้อมูล โดย www.dailynews.co.th


ลักษณะพฤกษศาสตร์ของต้นแก้ว (3668)

ชื่อวิทยาศาสตร์:  Murraya paniculata (L.) Jack
ชื่อวงศ์:  PUTACEAE
ชื่อสามัญ:  Chinese Box-wood, Orange Jasmine, China Box Tree, Andaman Satinwood
ชื่อพื้นเมือง:  แก้ว แก้วขาว (ภาคกลาง), แก้วลาย (สระบุรี), แก้วขี้ไก่ (ยะลา), แก้วพริก ตะไหลแก้ว (ภาคเหนือ), จ๊าพริก (ลำปาง), กะมูนิง (มลายู-ปัตตานี)
ลักษณะทั่วไป:
    ต้น  ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 ม.
    ใบ  ประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ มีใบย่อย 5-9 ใบ เรียงสลับกันจากเล็กไปหาใหญ่ สีเขียวเข้มเป็นมัน ใบย่อยที่ปลายก้านใบรูปไข่ รูปรี หรือรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนแหลมหรือสอบ ขอบเป็นคลื่นหรือหยักมนตื้นๆ โคนใบเบี้ยวเล็กน้อย ใบมีต่อมน้ำมัน
    ดอก  ช่อดอกสั้น ออกตามง่ามใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม กลีบดอก 5 กลีบ ร่วงง่าย
    ฝัก/ผล  รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 5-8 มม. ยาวประมาณ 1 ซม. ผลแก่สีแดงอมส้ม ต่อมน้ำมันเห็นได้ชัด
    เมล็ด  รูปไข่ รี ปลายทู่ สีส้มมีขนหนาและเหนียวหุ้มโดยรอบเมล็ด  ภายในมีเมล็ด 1–2 เมล็ด
ฤดูกาลออกดอก:  ตลอดปี
การปลูก:  ปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน หรือปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคาร
การดูแลรักษา:  ต้องการแสงแดดจัด  ชอบดินร่วนซุย น้ำปานกลาง
การขยายพันธุ์:  เพาะเมล็ดและการตอน
ส่วนที่มีกลิ่นหอม:  ดอก
การใช้ประโยชน์:
    - ไม้ประดับ
    - สมุนไพร
    - ใช้ไม้ ทำไม้เท้าและแกนเพลาเกวียน
ถิ่นกำเนิด:  จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย และภูมิภาคอินโดจีน
สรรพคุณทางยา: ใบเป็นยาฝาดสมาน