ลักษณะพฤกษศาสตร์ของต้นข่า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alpinia galanga (L.) Willd.
ชื่อภาษาอังกฤษ : Galanga, Siamese Ginger, Greater Galangal
ชื่ออื่นๆ : ข่าหยวก, ข่าหลวง
ลำต้น : เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน สีน้ำตาลอมแสด ลำต้นแตกกอ
ใบ : เป็นเดี่ยว รูปใบหอก สีเขียวสดเป็นมัน กาบใบมีขน ปลายใบแหลม ฐานใบสอบแหลม ขอบใบเรียบเป็นคลื่น เส้นกลางใบใหญ่ทางด้านท้องใบเป็นเส้นนูนชัด ก้านใบเป็นกาบหุ้ม
ดอก : ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ตั้งขึ้นที่ปลายยอด เมื่อยังอ่อนมีสีเขียวปนเหลือง ดอกแก่สีขาวปนม่วงแดง
ผล : ทรงกลม เป็นผลแห้งแตกได้ เมื่อแก่มีสีส้มแดง
การขยายพันธุ์ของต้นข่า
แยกเหง้า
การดูแลต้นข่า
ปลูกได้ในดินร่วนซุย ต้องการน้ำปานกลาง ชอบแดดรำไร
สรรพคุณทางสมุนไพรของต้นข่า
- เหง้าอ่อน ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด
- ใบ ฆ่าพยาธิ แก้กลากเกลื้อน แก้ปวดเมื่อนตามข้อ
- ผล ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้บิด
- ราก ขับเลือดลม แก้เหน็บชา แก้เสมหะ
- หน่อ แก้ลมแน่นหน้าอก บำรุงไฟธาตุ
- เหง้า ใช้ทารักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา
- ต้นแก่ แก้อาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่างๆ หรือข้อ และแก้ตะคริว
- ดอก แก้โรคกลากเกลื้อน
ประโยชน์ของต้นข่า
- เหง้า นำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการปรุงอาหาร และช่วยดับกลิ่นคาว
- ช่อดอก ลวก หรือ กินสดกับน้ำพริก
- ลำต้นใต้ดิน รับประทานเป็นเครื่องเคียง
- น้ำมันหอมระเหยจากข่า มีฤทธิ์ทำให้ไข่แมลงฝ่อ กำจัดเชื้อราบางชนิดได้ ใช้ผสมกับสะเดาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดแมลง
- นิยมปลูกเป็นผักสวนครัว ปลูกประดับแปลงตามแนวรั้ว