ลักษณะพฤกษศาสตร์ของต้นตะกู
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthocephalus chinensis (Lamk.) A. Rich. ex Walp.
ชื่อภาษาอังกฤษ : Bur-flower Tree
ชื่ออื่นๆ : กระทุ่ม, กระทุ่มบก
ลำต้น : เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นเปลาตรง เปลือกลำต้นสีเทาปนสีน้ำตาล แตกออกเป็นร่องตามแนวยาว เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลม เมื่อมีลมแรง พายุ กิ่งอาจหักง่าย
ใบ : เป็นใบเดี่ยว ใบรูปทรงรีหรือรูปไข่ ปลายใบมนหรือเป็นติ่งแหลม โคนใบป้าน หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม เนื้อใบค่อนข้างหนา แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มและมีขนสากๆ ส่วนท้องใบมีสีเขียวอ่อนและมีขนนุ่มสั้นๆ
ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกแน่นตามปลายกิ่ง ดอกสีขาวปนเหลืองหรือสีส้ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ผล : เป็นผลเดี่ยว ทรงกลมอยู่รวมกันแน่นเป็นก้อนกลมอยู่บนช่อดอก ผลสีเหลืองเข้ม
เมล็ด : มีขนาดเล็ก
การขยายพันธุ์ของต้นตะกู
เพาะเมล็ด ติดตา ปักชำ
การดูแลต้นตะกู
ปลูกได้ในดินทั่วไป ต้องการน้ำปานกลาง ชอบแดดจัด โตเร็ว ทนต่อความแห้งแล้ง และยังทนต่อสภาวะน้ำท่วมขัง
ความเชื่อของต้นตะกู
เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นไม้มงคล นิยมนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป รูปเคารพบูชาต่างๆ หรือทำเป็นเครื่องรางของขลังพกติดตัว ในอินเดียเชื่อกันว่าต้นตะกูเป็นต้นไม้ที่โปรดปรานของพระกฤษณะ จึงนิยมนำดอกตะกูไปใช้ในการบูชาเทพเจ้า
ประโยชน์ของต้นตะกู
- ดอกตะกูไปเป็นส่วนผสมของน้ำหอม
- เนื้อไม้ ทนทานต่อปลวกและมอด สามารถนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ได้ทุกชนิด
- เนื้อไม้ เป็นไม้แปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรมทำเยื่อและกระดาษ