ขายต้นไม้ ตกแต่งสวน จัดสวน บ้านและสวน ไม้ดอกไม้ประดับ อุปกรณ์ตกแต่งสวน อุปกรณ์การเกษตร สินค้าเกษตร สินค้า OTOP
เว็บไซต์ขายต้นไม้ ตกแต่งสวน รับจัดสวน บ้านและสวน ไม้ดอกไม้ประดับ อุปกรณ์ตกแต่งสวน อุปกรณ์การเกษตร สินค้าเกษตร สินค้า OTOP
ชุมชนสีเขียว

เมล็ดมะรุม, ต้นกล้ามะรุม สายพันธุ์อินเดีย โครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

บทความจากนิตยสารไม่ลองไม่รู้
แชร์บน facebook
ค้นหา สร้าง เมนู กลับ

เมล็ดมะรุม, ต้นกล้ามะรุม สายพันธุ์อินเดีย    

โครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ จ.ปัตตานี ลงมือปลูก    
มะรุมสายพันธุ์ SK1 จากอินเดีย พบ การเติบโตดีเร็วกว่าพันธุ์ไทย พร้อมส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ
   
โครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ จ.ปัตตานี ได้ทดลองปลูกมะรุมสายพันธุ์ SK1 จากประเทศอินเดีย พบอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าพันธุ์พืชเมืองไทย เตรียมส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต    
จุดเริ่มทดลองการปลูกมะรุม    
จากโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คณะที่ 2 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดย พลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองค์รักษ์ - ประธานคณะทำงานโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพลเอกธีระพงษ์ ศรีวัฒนกุล หัวหน้าคณะทำงานโครงการพระราชดำริ มีวัตถุประสงค์สนองตามพระราชดำริเพื่อที่จะแสวงหาพันธุ์พืชใหม่ที่น่าสนใจ สามารถปลูกเป็นเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรให้มีรายได้สามารถพึ่งพาตนเอง ซึ่งมะรุมเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ โดยร้อยเอกหญิง สาธินี ลิมปิสวัสดิ์ ทหารประจำโครงการได้แนะนำ คุณนิกร กิจการค้า ที่ปรึกษาโครงการฯ ให้นำเมล็ดมะรุม SK1 สายพันธุ์ใหม่จากประเทศอินเดีย มาปลูกในโครงการ เป็นรายแรกของประเทศ และได้ประสานงานกับบริษัทเอกชนในประเทศอินเดีย นำเมล็ดมะรุมที่ผ่านการทดสอบว่ามีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าพันธุ์พื้นเมือง นำมาทดลองปลูกในประเทศไทยเพื่อศึกษาทดลองการเจริญเติบโตและความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ รวมถึงมีหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์มะรุม ไปยังเกษตรกรที่สนใจไปทดลองปลูก    
จุดเด่นของสายพันธุ์ SK1    
ข้อเปรียบเทียบ                 สายพันธุ์ SK1             สายพันธุ์พื้นเมืองของไทย    
ความสูงของต้น                  2.5-3 เมตร                  3-6 เมตร    
ความยาวของฝัก                 70-100 เซนติเมตร           60 ซม.    
ปริมาณฝักต่อ 1 ต้น             250-300 ฝัก                 150-200 ฝัก    
ปริมาณเมล็ดต่อ 1 ฝัก           30-40 เมล็ด                  20 เมล็ด    
ระยะเวลาที่จะให้ผลผลิต         10-12 เดือน                   2-3 ปี    
คุณค่าทางอาหาร                 มากกว่า                        น้อยกว่า
>    
   
   
กว่า 6 เดือนที่ทดลองปลูก พบอัตราการเจริญเติบโตที่สูง    
มะรุมสายพันธุ์ SK1 สามารถขึ้นได้กับดินทุกชนิด แต่ถ้าในสภาพพื้นที่ที่มีความชื้น ร่มเงา เพียงพอต่อความต้องการของมะรุม จะทำให้เติบโตได้เร็วกว่า 1 เท่าตัว จากการทดลองปลูกเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน พบอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วมาก ซึ่งในขณะนี้สามารถติดดอกในรุ่นแรกแล้ว      
วิธีการเพาะเมล็ด แกะเปลือกหุ้มเมล็ดด้านนอกออกก่อน จึงแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืนจะช่วยให้งอกเร็ว แต่มีข้อจำกัดคือการปลูกในปริมาณน้อย แต่ถ้าต้องการปลูกเป็นจำนวนมาก ก็ไม่จำเป็นต้องแกะเมล็ดออก ให้แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืนได้เช่นกัน นำไปเพาะในโรงเพาะ ซึ่งมีวัสดุสำหรับเพาะต้นกล้า ดังนี้    
วัสดุสำหรับเพาะต้นกล้ามะรุม ดิน 1 ส่วน / ขี้เถ้าแกลบ 2 ส่วน /มูลวัว 1 ส่วน/มูลค้างคาวเล็กน้อย    
วิธีการเพาะ ควรเลือกสถานที่เพาะในสภาพกลางแจ้ง ใช้ถุงเพาะขนาด 4x4  หรือ 4x6 เซนติเมตร ใช้ถุงละ 1 เมล็ด หลังจากเพาะเมล็ดมะรุมไปแล้วประมาณ 45-60 วันจึงนำไปย้ายปลูก    
การปลูก ขุดหลุมกว้าง 50 เซนติเมตรระยะห่าง 4x4 เมตร  เพื่อไม่ให้ใบชิดกัน และสะดวกในการใช้เครื่องมือในการทำการเกษตร การดูแล เก็บเกี่ยว  แต่สามารถปรับระยะได้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน แล้วให้ ปักหลักให้มั่นคง จึงรดน้ำให้ชื้นสม่ำเสมอ เช้า-เย็น    
การดูแลรักษาและการให้ปุ๋ยยา    
การดูแลมะรุม แนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลัก สำหรับด้านโรคและแมลงนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากเป็นไม้ทรงพุ่มใหญ่ มีความต้านทานสูง และอาจจะมีสารบางอย่างที่แมลงไม่ชอบ  ในการดูแลเรื่องปุ๋ย สามารถใช้การเร่งการเจริญเติบโตได้ ด้วยปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 ได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะจะเป็นการเร่งให้ต้นยืดสูง อาจจะลำบากในการเก็บเกี่ยว ส่วนในเรื่องของแมลงนั้น อาจจะมีหนอนชอนใบรบกวนบ้าง แต่ไม่สร้างปัญหา    
ระยะเวลาการเก็บเกี่ยว สำหรับการปลูกเพื่อตัดใบ สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อต้นมะรุมอายุ 6-8 เดือน ส่วนการปลูกเพื่อเก็บฝักต้องรอเป็น 10 เดือน แต่หากบำรุงรักษาอย่างเอาใจใส่ มะรุมจะให้ผลผลิตเร็วขึ้น ดังเช่นที่กำลังทดสอบอยู่ ซึ่งปลูกเพียง 6 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิต    
โอกาสทองทางเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมให้เป็นพืชอนาคตสดใส    
จากผลผลิตที่มีมากกว่าสายพันธุ์พื้นเมือง รวมถึงคุณภาพด้านคุณค่าทางอาหารที่คาดว่าจะมีมากกว่าแล้ว จะช่วยให้ธุรกิจเกี่ยวกับมะรุมดำเนินก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมีมาตรฐาน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของไทยทัดเทียมกับต่างประเทศสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ    
หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ต้องการเมล็ดหรือต้นกล้าไปปลูก ติดต่อได้ที่คุณนิกร 086-378-2971, 081-314-2571    

คำสำคัญ:
โพสข้อความ