ค้นหาสินค้า

กว่าจะมาเป็น "สุริ" ในวันนี้

แน่นอนครับ ทางเดินชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกรีบกุหลาบเสมอไป "น้าสุริ" เป็นคนตัวอย่างอีกบุคคลหนึ่งที่มีความมานะพยายามหนีความจนจากความแห้งแล้งของภาคอีสาน โดยการเริ่มต้นเป็นลูกจ้างรับค่าแรงรายวันกับนายจ้างที่เขาเรียกว่า"เถ้าแก่" ในเมืองกรุงฯ วันละไม่กี่ตังค์        
 12 ปีที่รับจ้างทำงานกับเถ้าแก่ สองสามีภรรยา ร่วมกันเก็บหอมรอมริบเงินทอง เพื่อที่หวังสักวันหนึ่งจะได้กลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิดเมืองนอนอย่างสุขสบาย และแล้วก็ถึงวันที่ได้เดินทางกลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวที่ ตำบลคำพระ อ.หัวตะพาน อำนาจเจริญ ทำไร่ทำนาอยู่บ้าน แต่ใจยังคิดถึงและจดจำวิชาที่ได้เรียนทำกระเป๋ากับเถ้าแก่ และคิดว่า จะทำอย่างไรถึงจะมีรายได้เข้ามาเพิ่มเติมเวลาว่างเว้นจากการทำนา        
       
  กระเป๋าผ้าลายขิดเกิดขึ้นได้อย่างไร??        
 พอน้าสุริได้กลับมาบ้าน พกเอาวิชาการตัดเย็บกระเป๋ากลับมาด้วย พอดีเหลือบมองไปเห็นผ้าขาวม้าของพ่อที่พาดอยู่ในบ้าน เลยเกิดความคิดว่า เอ้.. ถ้าเรานำเอามาทำกระเป๋าขายลองดู จะขายได้หรือเปล่า?? นั้นคือจุดเริ่มต้น ของน้าสุริ หลังจากนั้นก็ได้นำเอาผ้าพื้นบ้านลายไทย ลายช้างไทย ลายขิด มาออกแบบลวดลายต่าง หลากสีสันให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้วไปลองจำหน่ายดู ลองผิดลองถูกมาหลายปี จนกระทั้งเริ่มมี oder ก็เริ่มมีการจ้างงาน ชาวบ้านที่ว่างจากการทำไร่ ทำนา ก็มาฝึกหัดทำกระเป๋า มีรายได้จากอาชีพเสริม จนบางคน ทำเป็นอาชีพหลักเลยทีเดียว        
มีเงินมาใช้จ่าน จุนเจือครอบครัว        
         
  จากวันนั้น จนถึงวันนี้เกือบ 30 ปีที่อยู่ในวงการธุรกิจจำหน่ายสินค้า Otop ได้มีการออกแสดงสินค้าตามที่ต่างๆ มากมายจนเป็นที่รู้จักกันทั่วเมืองทองธานี ว่าตำบลคำพระ มีของดีที่ผู้คนต้องหันเข้ามาดู มาเลือกซื้อสินค้าไปใช้ และจำหน่ายกันทั่วหน้า        
         
  "ร้อยชะตา หรือจะสู้มานะคน"  ถ้าคนเรารอคอยวาสนา คงไม่มีใครประสบความสำเร็จอย่าแน่นอน กว่าจะมาเป็นน้าสุริ ในวันนี้ ก็ผ่านอุปสรรคมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับ และยินดีเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยในการจำหน่ายสินค้าบ้านเราให้มีผู้คนได้รู้จักของดีในเมืองไทย ให้ดังไปไกลสู่สากล        
       
 ร้านสานฝันบ้านนา        
 Sanfanbanna Shop

คำสำคัญ: กระเป๋า ของชำร่วย