ขายต้นไม้ ตกแต่งสวน จัดสวน บ้านและสวน ไม้ดอกไม้ประดับ อุปกรณ์ตกแต่งสวน อุปกรณ์การเกษตร สินค้าเกษตร สินค้า OTOP
เว็บไซต์ขายต้นไม้ ตกแต่งสวน รับจัดสวน บ้านและสวน ไม้ดอกไม้ประดับ อุปกรณ์ตกแต่งสวน อุปกรณ์การเกษตร สินค้าเกษตร สินค้า OTOP
ชุมชนสีเขียว

แนะวิธีจัดการกิ่งพันธุ์และดูแลแปลงมันสำปะหลัง ในภาวะเพลี้ยแป้งระบาด

Guest
แชร์บน facebook
ค้นหา สร้าง เมนู กลับ

มันสำปะหลัง เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย เป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนได้เป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นพืชที่สามารถ ทนความแห้งแล้งและปลูกได้ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีโรคและแมลงรบกวนน้อย แต่ในปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังต้องประสบปัญหาเพลี้ยแป้งระบาดสร้าง ความเสียหายให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะเพลี้ยแป้งสามารถแพร่ระบาดลุกลามขยายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และในช่วงแล้งนี้การระบาดมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น    
   
เพลี้ยแป้ง นับเป็นศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมัน สำปะหลังเป็นอย่างมาก เพราะเพลี้ยแป้งจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบและยอดมันทำให้ยอดหงิก หากการทำลายรุนแรงมากๆ ทำให้มันสำปะหลังไม่สามารถผลิตหัว หรือผลิตได้แต่ขนาดเล็กมากทำให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ 10-100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้การแพร่กระจายเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะเพลี้ยแป้งสามารถติดไปกับท่อนพันธุ์ที่มีการขนย้ายจากแหล่งที่มีการระบาดไปยังแหล่งปลูกมันอื่น คาดว่าการระบาดมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นในช่วงแล้งที่ใกล้จะมาถึงและคาดว่าการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังจะทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังลดลง และหากยังคงมีการระบาดความเสียหายก็จะรุนแรงมากขึ้น    
   
ดังนั้น เกษตรกรจะต้องมีการจัดการแปลงปลูกมันสำปะหลังอย่างถูกวิธีโดยเฉพาะช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังและเตรียมกิ่งพันธุ์ไว้สำหรับปลูกในฤดูกาลต่อไป กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำแนวทางการจัดการกิ่งพันธุ์มันสำปะหลังและการดูแลรักษาแปลงในภาวะที่มีเพลี้ยแป้งระบาด ดังนี้    
   
การเก็บกิ่งพันธุ์มะสำปะหลัง เกษตรกรจะต้องคัดกิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และชุบก่อนปลูกด้วยสารเคมีก่อนปลูก ได้แก่ Thiamethoxam 25% wg (หรือ ชื่อการค้า แอคทารา) อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ประมาณ 5 -10 นาที จะสามารถป้องกันเพลี้ยแป้งหลังปลูกได้นาน 1 เดือน    
   
ห้ามเคลื่อนย้ายกิ่งพันธุ์จากแหล่งระบาดไปสู่แหล่งที่ยังไม่มีแมลงระบาด เพราะจะเป็นการกระจายเพลี้ยแป้งไปสู่แหล่งปลูกอื่น ๆ    
   
ในจังหวัดที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง ขอให้เกษตรกรอย่าได้นิ่งนอนใจ ให้หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบเพลี้ยแป้ง ให้ดำเนินการดังนี้    
   
- การตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ทุก ๆ 2 - 4 สัปดาห์ ในแปลงที่ยังไม่เคยมีการระบาด หากเป็นแปลงที่เคยระบาดควรตรวจแปลงทุกสัปดาห์    
   
- สำรวจเพื่อกำหนดจุดเริ่มระบาดของเพลี้ยแป้ง ในกรณีที่มีการชุบท่อนพันธุ์ก่อนปลูกเกษตรกรอาจตรวจแปลงจากชายขอบแปลงที่มี พื้นที่ติดต่อกับแปลงปลูกมันสำปะหลังของเพื่อนบ้าน    
   
- เมื่อพบจุดเริ่มแพร่ระบาด ให้หักยอด และทำลายกิ่งที่ถูกเพลี้ยแป้งเข้าทำลาย โดยการเผา หรือใส่ถุงดำปิดปากถุงให้มิดชิด และวางตากแดดไว้ หรือขุดหลุมฝังกลบ    
   
- ปล่อยแมลงศัตรูธรรมชาติ ได้แก่แตนเบียน หรือตัวห้ำ ได้แก่แมลงช้างปีกใส    
   
- เกษตรกรควรเตรียมแปลงพันธุ์มันสำปะหลังที่มีการดูแลอย่างดี ปลอดจากเพลี้ยแป้ง ไว้เป็นแหล่งพันธุ์ของตนเอง    
   
เกษตรกรในพื้นที่ที่มีการระบาดเมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว เกษตรกรมีความจำเป็นต้องเก็บกิ่งพันธุ์สำหรับฤดูกาลต่อไป ให้คัดเลือกต้นที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง ตัดส่วนที่มีผลกระทบจากเพลี้ยแป้งเข้าทำลายทิ้ง คือส่วนที่ข้อและปล้องสั้น และถี่กว่าปกติ จากนั้นนำกิ่งพันธุ์เหล่านั้นชุบสารเคมีตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และวางตั้งกองไว้ ลักษณะการวางกองให้โปร่งกว่าปกติ ควรมีการตรวจเป็นระยะๆ ว่ามีเพลี้ยแป้งเกิดขึ้นหรือไม่ หากมีต้องใช้สารเคมีฉีด และเมื่อถึงช่วงเวลาที่จะปลูกให้ชุบท่อนพันธุ์อีกครั้งหนึ่ง หากเกษตรกรต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือศูนย์บริหารศัตรูพืชในพื้นที่    

ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงไทอะมี โทแซม 25% ดับเบิลยูจี หรือโปรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 4 กรัม หรือ 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในแปลงที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้ง

กรมวิชาการเกษตรแนะวิธีป้องกันดังนี้    
   
1.หลีกเลี่ยงการปลูกมันฯ ในฤดูแล้งป้องกันการระบาด    
2.ไถพรวนดินหลายๆ ครั้ง และตากดินอย่างน้อย 14 วัน    
3.แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารไทอะมีโทแซม 25% WG 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตร    
4.ตรวจแปลงทุกสัปดาห์    
5.ถ้าพบระบาดในมันฯ อายุ 1-4 เดือน ให้ถอนทิ้งแล้วไปทำลายนอกแปลง    
6.ถ้าพบระบาดในมันฯ อายุ 4-8 เดือน ให้ตัดยอดหรือถอนต้นนำไปทำลายและพ่นสารไทอะมีโทแซม 25 % WG อัตรา 8 กรัม/น้ำ 80 ลิตร/ไร่    
7.ถ้าพบระบาดในมันฯ อายุกว่า 8 เดือน ควรเก็บผลผลิตแล้วตัดต้นนำไปทำลาย ทำความสะอาดแปลง ปลูกข้าวโพด อ้อย ข้าวฟ่าง ทานตะวัน และพืชตระกูลถั่วแทน

ในช่วงหน้าแล้ง ขอให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลังไปก่อน เพราะมีการระบาดของเพลี้ยแป้งสีชมพู ช่วงปลูกที่เหมาะสม คือ ช่วงฤดูฝน คือประมาณเดือน เม.ย. – พ.ค.ของฤดูปลูกปี 2553 ที่สำคัญก่อนปลูกต้องชุบท่อนพันธุ์ด้วยสารฆ่าแมลงสารไทอะมิโทแซมทุกครั้ง และอย่านำท่อนพันธุ์จากแหล่งที่เคยระบาดของเพลี้ยแป้งมาปลูก นอกจากนี้ก็ต้องออกสำรวจแปลงแป้งมันสำปะหลัง หากพบการระบาด ขอให้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่เกษตรตำบลหรือเกษตรอำเภอท้องที่โดยด่วนที่สุด เพราะจะได้ช่วยกันควบคุมและป้องกันมิให้เพลี้ยแป้งสีชมพูระบาดเป็นวงกว้าง และยากต่อการควบคุม

คำสำคัญ:
โพสข้อความ