ขายต้นไม้ ตกแต่งสวน จัดสวน บ้านและสวน ไม้ดอกไม้ประดับ อุปกรณ์ตกแต่งสวน อุปกรณ์การเกษตร สินค้าเกษตร สินค้า OTOP
เว็บไซต์ขายต้นไม้ ตกแต่งสวน รับจัดสวน บ้านและสวน ไม้ดอกไม้ประดับ อุปกรณ์ตกแต่งสวน อุปกรณ์การเกษตร สินค้าเกษตร สินค้า OTOP
ชุมชนสีเขียว

ปุ๋ญเคมีกับปุ๋ญอินทรีย์อันไหนใช้ดีกว่ากัน

กีรติ
แชร์บน facebook
ค้นหา สร้าง เมนู กลับ

อันไหนใช้แล้วให้ผลผลิตมากกว่ากันคับ

ข้อดีของปุ๋ยอินทรีย์    
1. ช่วยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น    
2. อยู่ในดินนาน (ค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหาร)    
3. ส่งเสริมปุ๋ยเคมีให้เป็นประโยชน์ดีขึ้น    
4. ส่งเสริมสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์ในดิน    
5. มีจุลธาตุ    
ข้อเสียของปุ๋ยอินทรีย์    
1. ปริมาณธาตุอาหารต่ำ    
2. ใช้เวลานานกว่าจะเป็นประโยชน์    
3. ราคาแพงต่อหน่วยธาตุอาหารพืช    
4. หายาก    
   
ข้อดีของปุ๋ยเคมี    
1. มีปริมาณธาตุอาหารสูงมาก (ใช้นิดเดียวก็เพียงพอ)    
2. ราคาถูก    
3. หาง่าย    
4. ใช้ง่าย    
5. ให้ผลเร็ว    
ข้อเสียของปุ๋ยเคมี    
1. ปุ๋ยพวกแอมโมเนียมทำให้ดินเป็นกรด    
2. ไม่มีคุณสมบัติปรับปรุงดิน    
3. มีความเค็ม    
4. การใช้ต้องการความรู้พอสมควร

ข้อได้เปรียบของปุ๋ยอินทรีย์    
         ๑. ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น โดยเฉพาะคุณสมบัติทางฟิสิกส์ของดิน เช่น ความโปร่ง ความร่วนซุย ความสามารถในการอุ้มน้ำ และธาตุอาหารพืชของดินดีขึ้น ข้อดีข้อนี้ปุ๋ยอินทรีย์ทำได้แต่ผู้เดียวปุ๋ยเคมีไม่สามารถทำได้    
         ๒. อยู่ในดินได้นาน และค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารพืชอย่างช้าๆ    
         ๓. เมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี จะส่งเสริมปุ๋ยเคมีให้เป็นประโยชน์แก่พืชอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น    
         ๔. ส่งเสริมให้จุลินทรีย์ในดินโดยเฉพาะพวกที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงดินให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น    
             
ข้อเสียเปรียบของปุ๋ยอินทรีย์    
         ๑. มีปริมาณธาตุอาหารพืชต่ำ    
         ๒. ใช้เวลานานกว่าปุ๋ยเคมีในการปลดปล่อยธาตุอาหารที่จะเป็นประโยชน์ให้แก่พืช    
         ๓. ราคาแพงกว่าปุ๋ยเคมีเมื่อคิดเทียบในแง่ราคาต่อหน่วยน้ำหนักของธาตุอาหารพืช    
         ๔. หายาก พิจารณาในแง่เมื่อต้องการเป็นปริมาณมาก    
   
อ้างอิงจาก นายสรสิทธิ์ วัชโรทยาน

ข้อได้เปรียบของปุ๋ยเคมี    
         ๑. มีปริมาณธาตุอาหารต่อหน่วยน้ำหนักของปุ๋ยสูง ใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็พอ    
         ๒. ราคาถูกเมื่อคิดเป็นราคาต่อหน่วยน้ำหนักของธาตุอาหาร ประกอบกับการขนส่งและเก็บรักษาสะดวกมาก    
         ๓. หาได้ง่าย ถ้าต้องการเป็นปริมาณมากก็สามารถหามาได้ เพราะเป็นผลิตผลที่ผลิตได้จากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม    
         ๔. ให้ผลทางด้านธาตุอาหารเร็วกว่าปุ๋ยอินทรีย์    
   
ข้อเสียเปรียบของปุ๋ยเคมี    
         ๑. ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติปรับปรุงสภาพทางฟิสิกส์ของดินกล่าวคือไม่ทำให้ดินโปร่งร่วนซุยเหมือนปุ๋ยอินทรีย์    
         ๒. ปุ๋ยไนโตรเจนในรูปแอมโมเนียม ถ้าใช้เป็นปริมาณมากและติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ดินเป็นกรดเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้ปูนช่วยแก้ความเป็นกรดของดิน    
         ๓. ปุ๋ยเคมีทุกชนิดมีความเค็ม ถ้าใช้ในอัตราสูง หรือใส่ที่โคนต้นพืชจะเกิดอันตรายแก่พืชและการงอกของเมล็ด การใช้จึงต้องระมัดระวัง    
         ๔. ผู้ใช้ต้องมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องปุ๋ยเคมีพอสมควร มิฉะนั้นอาจมีผลเสียหายต่อพืชและต่อภาวะเศรษฐกิจของผู้ใช้ (ทำให้ขาดทุนได้)    
   
         ดังนั้น จะเห็นว่าตามที่ได้กล่าวมานี้ ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ควรจะมีบทบาทร่วมกันและสนับสนุนส่งเสริมกันที่จะ สร้างผลประโยชน์ที่ดีที่สุดในแง่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน มากว่าที่จะเป็นคู่แข่งขันกันที่เกษตรกรจะต้องตัดสินใจเลือกเอาการใช้อย่าง ใดอย่างหนึ่ง การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ดีที่สุด และควรเป็นนโยบายที่สำคัญในการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ    
   
อ้างอิงจาก นายสรสิทธิ์ วัชโรทยาน

ยังไงปุ๋ยอินทรีย์ก็สู้ปุ๋ยเคมีไม่ได้แน่นอน    
   
ถ้าเทียบที่ผลผลิตที่เท่ากัน ใส่ปุ๋ยเคมีไปไม่มากก็ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจแล้ว    
   
แต่ถ้าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ล่ะก็ ต้องแบกหามมาเทใส่กันไร่ล่ะหลายตันกันทีเดียว    
   
 ราชการเขาก็มีทางเลือกใหม่ที่อยากนำเสนอ    
   
คือการผสมผสานอีกนั่นแหละ ใช้ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกัน    

ใช้ชีวภาพร่วมกับอินทรีย์เป็นธรรมชาติที่สุด หลักการคือการเติมซากพืชซากสัตว์หรือปุ๋ยอินทรีย์ลงในดินและตามด้วยการเติมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หรือปุ๋ยชีวภาพลงไปกินและย่อยสลายอินทรีย์สาร  มีการเติบโตและขยายพันธ์เมื่อจุลินทรีย์ตายก็จะเป็นอาหารของพืชดินจะสมบูรณ์มากขึ้น และโรคพืชจะน้อยลงเรื่อยๆจะเป็นการลดสารเคมีลงอีกทางหนึ่งครับ ทุกวันนี้ปุ๋ยอินทรีย์หาง่ายครับแต่ต่างกันที่ส่วนผสมวัสดุดีแค่ไหน

ข้อได้เปรียบของปุ๋ยเคมี    
         ๑. มีปริมาณธาตุอาหารต่อหน่วยน้ำหนักของปุ๋ยสูง ใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็พอ    
         ๒. ราคาถูกเมื่อคิดเป็นราคาต่อหน่วยน้ำหนักของธาตุอาหาร ประกอบกับการขนส่งและเก็บรักษาสะดวกมาก    
         ๓. หาได้ง่าย ถ้าต้องการเป็นปริมาณมากก็สามารถหามาได้ เพราะเป็นผลิตผลที่ผลิตได้จากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม    
         ๔. ให้ผลทางด้านธาตุอาหารเร็วกว่าปุ๋ยอินทรีย์    
   
ข้อเสียเปรียบของปุ๋ยเคมี    
         ๑. ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติปรับปรุงสภาพทางฟิสิกส์ของดินกล่าวคือไม่ทำให้ดินโปร่งร่วนซุยเหมือนปุ๋ยอินทรีย์    
         ๒. ปุ๋ยไนโตรเจนในรูปแอมโมเนียม ถ้าใช้เป็นปริมาณมากและติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ดินเป็นกรดเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้ปูนช่วยแก้ความเป็นกรดของดิน    
         ๓. ปุ๋ยเคมีทุกชนิดมีความเค็ม ถ้าใช้ในอัตราสูง หรือใส่ที่โคนต้นพืชจะเกิดอันตรายแก่พืชและการงอกของเมล็ด การใช้จึงต้องระมัดระวัง    
         ๔. ผู้ใช้ต้องมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องปุ๋ยเคมีพอสมควร มิฉะนั้นอาจมีผลเสียหายต่อพืชและต่อภาวะเศรษฐกิจของผู้ใช้ (ทำให้ขาดทุนได้)    
   
         ดังนั้น จะเห็นว่าตามที่ได้กล่าวมานี้ ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ควรจะมีบทบาทร่วมกันและสนับสนุนส่งเสริมกันที่จะ สร้างผลประโยชน์ที่ดีที่สุดในแง่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน มากว่าที่จะเป็นคู่แข่งขันกันที่เกษตรกรจะต้องตัดสินใจเลือกเอาการใช้อย่าง ใดอย่างหนึ่ง การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ดีที่สุด และควรเป็นนโยบายที่สำคัญในการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ    
   
อ้างอิงจาก นายสรสิทธิ์ วัชโรทยาน    
   
   
ยอดเยี่ยมเลย แหล่งอ้างอิงเป็นถึงปรมาจารย์ทางด้านดินและปุ๋ยซะด้วย

คำที่ว่าปุ๋ยอินทรีย์ สู้ ปุ๋ยเคมีไม่ได้ก็จิงอยู่แต่สมัยนี้มันมีปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพแล้วครับซึ่ง เป็นปุ๋ยสกัดซึ่งมีแร่ธาตุสูง ยกตัวอย่างเช่น ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 นักวิชาการเกษตรเข้าจะรู้ความหมายครับว่ามันหมายถึง มีปุ๋ย จริงๆๆ แค่ 46 % อีก 54 % จะเป็นพวกดินเหนียว หรือว่าเศษวัสดุก่อสร้างที่บดแล้วผสมอัดลงไป แสดงว่า100 กิโลกรัม จะมีปุ๋ยจริงๆๆ แค่ 46 กิโลกรัม แสดงว่าคุณซื้อปุ่ยหนึงกระสอบ กระสอบละ50 โลคุณจะมีปุ๋ยอยู่จริงๆๆ อยู่ 23 โล ซึ่งมันไม่ใช้เรื่องแปลกอะไรครับ แต่ว่ามันเป็นมาตราฐานการผลิตปุ๋ยครับบบ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่รู้ครับบบ    
ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจะได้เต็มๆๆ 100% เนื่องจากเป็นปุ๋ยสกัด    
   
1. ปุ๋ยวินโกลด์ คือ ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ    
ผลิตจากสารเพิ่มผลผลิตซิลิคอน 20% ผสมปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตขึ้นมาจากการนำสารอินทรีย์ และเชื้อจุลินทรีย์เป็นประโยชน์ต่อพืชมาหมักรวมกันจนเกิดการย่อยสลายทให้เกิดกรดฮิวมิค (Humic Acid) เมื่อรวมกับซากพืช เช่น ถั่วเหลือง ฯลฯ และมูลสัตว์หมัก เช่น มูลค้างคาวหมัก (Guanophosphate) จะไปสกัดธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันทีและอยู่ได้นานถึง 6 เดือน อีกทั้งยังสามารถป้องกันโรคพืชและแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 1 เท่าตัว    
   
ส่วนประกอบ : ซากพืชหมัก 60% มูลสัตว์หมัก 20% แร่ซิลิคอน 20%    
ประสิทธิภาพ : หลังการใช้ทำให้คืนความสมบูรณ์สู่แผ่นดิน จากผลวิเคราะห์ทำให้เพิ่มธาตุ อาหาร อินทรีย์วัตถุและจุลินทรีย์ในดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มธาตุอาหารได้ดี ช่วยให้พืชแข็งแรง ผลสมบูรณ์ คงความสดไว้ได้นาน ผลผลิตสูง คุณภาพดี กำไรงาม เป็นที่ต้องการของตลาดโลก    
   
คุณสมบัติเด่นของปุ๋ยวินโกลด์    
   
1. มีธาตุอาหารครบถ้วนสำหรับพืช (อาหารหลัก - อาหารรอง - อาหารเสริม)    
2. มีอินทรียวัตถุ (Organicmetter) ตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ มีหน้าที่สำคัญ คือ ช่วยปรับโครงสร้างให้ดินปลดปล่อยธาตุอาหารได้มากขึ้น    
3. มีฮอร์โมน (Humic Acid) ช่วยกระตุ้นการแตกตัวในทุกระยะของพืช    
   

<b>ไม่สามารถบอกได้หรอกว่าปุ๋ยใหนดีกว่ากัน    
ต้องถาม ก่อนว่า เราใส่ปุ๋ยเพื่ออะไร    
ข้อบ่งชี้  การใส่ปุ๋ยต้องวิเคราะห์ดิน - ตามความต้องการของพืช    
ปุ๋ยเคมีให้ธาตุอาหารหลัก ทึถูกก็จริง แต่หากว่าดิน(ความเป็นกรด-ด่าง)ไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงธาตุอาหารให้พืชนำไปใช้ประโยชน์    
ก็ไม่มีประโยชน์ แม้แต่สูตร ปุ๋ยเคมี ก็ยังต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของพืช ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย    
บางครั้งเพียงแต่คุณเอาปูนหรือแร่ โดโลไมต์ ซึ่งมีราคาถูกเพียง กก ละ2 บาท ยังตอบสนองต่อพืชได้ดีกว่าปุ๋ยเคมีครับ    
การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ก็มีประโยชน์ เหมือนกัน แต่อาจให้ธาตุอาหารหลักที่ ต่ำ แต่พืชให้ใด้ต้องการเพียงแค่ N-P-K    
 อย่าเอาปุ๋ยอินทรีย์ มาเปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมี มันตอบโจทย์คนละอย่างกัน การใช้ผสมผสาน อย่างเข้าใจ จะเป็นประโยชน์พืช    
         

-หมื่นโฆษณา ไม่เท่าท้าพิสูจน์ กับปุ๋ยอินทรีย์น้ำซุปเปอร์ซันฮีโร่และซันไคโตซาน ที่เป็นทั้งปุ๋ย ยา ฮอร์โมน ปลอดสารพิษ 100% เห็นผลเร็วทันใจ เร่งต้น เร่งดอก เร่งใบ ระเบิดหัว ระเบิดรวง ป้องกันเพลี้ย แมลง กำจัดหอยเชอรี่ กำจัดเชื้อรา แก้ปัญหาดินเสื่อม เพิ่มผลผลิต 2-4 เท่า ปุ๋ยอินทรีย์น้ำซุปเปอร์ซันฮีโร่และซันไคโตซาน เป็น ผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวในโลก ที่กล้ารับประกันผลคืนเงิน  ราคา 440 บาท ใช้ได้ 10 ไร่  ราคา 800 บาท ใช้ได้ 20 ไร่    
และยังมีปุ๋ยอินทรีย์เม็ดตราสดชื่น  ที่ใช้เห็นผลเหมือนปุ๋ยเคมี  แต่ดีกว่าตรงที่ดินไม่เสื่อม    
   
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://starsunhero.tarad.com/index>http://starsunhero.tarad.com/index

คำสำคัญ:
โพสข้อความ