มีฮัก การ์เด้น
ในร้าน มีฮัก การ์เด้น
แชร์บน facebook

ยางอินเดีย

มีฮัก การ์เด้น

ยาง Common name : Rubber Plant Scientific name : Ficus spp. Family : Moraceae ยาง (Ficus) เป็นพวกไม้ยืนต้นที่มีใบเขียวตลอดปี (evergreen) มีทั้งไม้พุ่มไม้เลื้อย และไม้ยืนต้น พบในป่าแถบร้อน บางชนิดขึ้นได้ดีในที่กลางแจ้ง และมีหลายชนิดที่ใช้เป็นไม้ประดับภายในอาคาร พวก Ficus อยู่ในวงศ์ Mal- berry หรือ Family Moraceae ส่วนมากมียางสีขาวเมื่อเปลือกถูกตัดดอก มี 2-3 ชนิดที่มียางมาก และเคยใช้ยางเหล่านี้มาทำประโยชน์ เช่นเดียวกับยางพาราในขณะนี้ Ficus เป็นชื่อลาตินที่มีความหมายว่า ต้นมะเดื่อ (Fig Tree) มีรากพิเศษขึ้นอยู่เหนือพื้นดิน พันธุ์ไม้ในพวก Ficus นี้มีในเมืองไทยมานานแล้ว ซึ่งรวมถึงต้นไทรย้อย (F. benjamina) คร่าง (F. altissima), โพธิ์ (F. relig-iosa) พันธุ์ไม้พวก Ficus นี้ใช้ปลูกเป็นไม้กระถางได้หลายชนิด และใช้ปลูกทำเป็นไม้แคระก็ได้ (Bonsai หรือ Miniature tree) พันธุ์ ยางอินเดีย (Rubber Plant) Ficus elastica decora ใช้ปลูกเป็นไม้กระถาง ต้นใหญ่ ใบใหญ่ หนาดก สีเขียวสดเป็นมัน สวนยางอินเดียชนิดมีใบด่างสีเหลืองสลับเขียวอ่อนนั้น คือ Ficus elastica variegata คือ ยางด่างที่ปลูกกันในเมืองไทย อ่อนแอ ไม่แข็งแรงเท่าพวก F. Elastica decora ทั้งสองชนิดนี้มีปลูกกันมากในประเทศไทย เพราะขยายพันธุ์ได้ง่ายและเจริญเติบโตดี นอกจากนี้มีอีกพันธุ์หนึ่งที่นิยมปลูกกันในเมืองไทยเป็นไม้ประดับกันคือ Ficus lyrata ใบอาจใหญ่ยาวถึง 18 นิ้ว สีเขียวอ่อน ด้านไม่เป็นมันเหมือน F. elastica decora ขอบใบอาจเป็นลอนขึ้นๆ ลงๆ เส้นใบนูนเห็นได้ชัด ใบสากคล้าย ๆ มีขนอยู่ทั่ว ๆ ไป ซึ่งเรียกลักษณะใบว่า ยางในรูปชื่อฝรั่ง (Fiddle shaped leaves) Ficus parcellii เป็นพันธุ์จากหมู่เกาะแปซิฟิค ใบบางมีลายด่างสีขาวครีม และผลมีสีด่างด้วย Ficus rubiginosa จากออสเตรเลีย เจริญเติบโตได้ง่าย เช่น F. elastica สำหรับพันธุ์ Ficus อื่น ๆ ที่เลื้อยก็มี เช่น F. pumila (repens) ใช้ปลูกคลุมกำแพงที่เราเรียกกันว่า “ตีนตุ๊กแก” การขยายพันธุ์ วิธีตัดชำเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับ Fi?cus elastica decora โดยตัดกิ่งที่แก่พอสมควรออกเป็นท่อน ๆ ท่อนหนึ่งที่ข้อและใบติดมาด้วยหนึ่งใบ นำไปชำในกระบะทรายหรือถ่านแกลบ ให้ใบที่ติดมากับต้นนั้นอยู่เหนือวัตถุ ปักชำเพื่อกันกิ่งชำล้ม อาจมีหลักไม้ผูกนาบกับใบไว้ด้วย เพราะใบใหญ่และหนักกว่ากิ่งที่ตัดมาชำ ตาที่โคนใบจะแตกเป็นยอดต้นใหม่ขึ้นพร้อมทั้งรากจะแตกออกได้ไม่ยากนัก ส่วนยางด่าง (F. elastica variegata) นั้น การตอนได้ผลดีกว่าการปักชำ เพราะธรรมชาติอ่อนแออยู่แล้วในเมืองไทย ถ้าปักชำก็โตช้าและรูปร่างสูงชลูดไม่ค่อยงามนัก ข้อเสียของยางด่างอีกข้อหนึ่งก็คือทิ้งใบและใบร่วงตามโคนต้นได้ง่าย ใบที่มีส่วนต่าง ๆ ถูกแดดมากอาจไหม้เกรียมได้ง่าย ๆ การตอน เป็นวิธีขยายพันธุ์ยางอินเดียที่นิยมทำกับส่วนยอดของต้น เพราะจะได้ต้นใหม่ที่มีรูปร่างทรงสวยงามทันใจ การตอนก็ตอนแบบธรรมดา ถึงแม้ยางจะไหลออกมาเวลาขวั้นต้น ก่อนหุ้มดินก็ไม่เป็นอุปสรรคอะไร ประมาณ 10-15 วัน รากก็งอกออกแล้ว ในทางการค้านั้นใช้ยางอินเดียปลูกลงในดินกลางแจ้ง เมื่อต้นยังอ่อนอยู่จะขึ้นเป็นกิ่งเดียวสูงชลูด ถ้าหากไม่มีไม้ค้ำจุนแล้วก็จะโอนเอน ทำให้แตกตาด้านข้างของกิ่งออกมา ดังนั้นในทางการค้าจึงนิยมตอนออกเสียก็จะได้ต้นใหม่ที่มียอดเป็นพุ่มพวงสวยงาม แล้วตอที่ตัดมานั้นก็จะแตกยอดเป็นแขนงใหม่ ตอนไปได้อีกหลายยอด ส่วนตอที่อยู่ต่ำใต้จากยอดที่ตอนไปนั้น ก็ตัดมาทำกิ่งปักชำได้อีก จึงทำให้การขยายพันธุ์ได้ปริมาณมากและเพียงพอในทางการค้า ดินที่ใช้ปลูกยางอินเดียนั้นควรเป็นดินร่วน ที่มีการระบายน้ำได้ดี และมีปุ๋ยพอสมควร โดยเฉพาะที่ปลูกในกระถางนั้น ควรให้ปุ๋ยน้ำอ่อน ๆ บ้างบางครั้ง และควรทำความสะอาดใบด้วยน้ำสบู่บ้าง จะทำให้ใบมีสีเขียวสดเป็นมัน และทำให้เจริญเติบโตได้ดีขึ้นด้วย พวกยางอินเดียนี้มีรากอากาศหรือรากพิเศษที่งอกกอกมาจากลำต้นเหนือพื้นดินขึ้นมาด้วย เช่นเดียวกับรากต้นไทร (Ficus benjamina) นอกจากการตอน การปักชำแล้ว บางชนิดยังใช้วิธีทับกิ่งได้ผลดีกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น พวกตีนตุ๊กแก (F. pumila)

ราคา 150.00 บาท ติดต่อ ชาตรี สร้อยมณี โทร. 0878628919, 0878628919 จังหวัดสระบุรี

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที