หัดขาย

หมวด

มะเดื่อ

ในร้าน หัดขาย
แชร์บน facebook

มะเดื่อป่า

หัดขาย

มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน มะเดื่อ ต้นไม้ที่แทรกอยู่ในตำนาน ความเชื่อ คติธรรมและการใช้ประโยชน์ในทุกศาสนา ในพุทธศาสนา กล่าวไว้ในพระไตรปีฎกว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 26 จะตรัสรู้ใต้ควงไม้มะเดื่อ ในศาสนาอิสลาม กล่าวว่า มะเดื่อและมะกอกเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับมนุษย์ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ สูง ในศาสนาฮินดู เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในคริสต์ศาสนายังปรากฏเรื่องราวของมะเดื่อ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกและความละอายของอีฟและอดัม ที่แอบขโมยผลไม้กิน ซึ่งก็คือมะเดื่อ บ้างก็ว่าเป็นผลแอปเปิล และอาดัมใช้ใบมะเดื่อปิดบังความอาย มะเดื่อยังเป็นต้นไม้ที่อารยะชนตั้งแต่ยุคโบราณให้ความเคารพบูชา ถือเป็นต้นไม้มงคลมาจวบจนถึงปัจจุบัน มะเดื่อทั่วโลกมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งอาจมีมากถึงกว่า 600 สายพันธุ์ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ ต้นโพธิ์ ต้นไทร หรือหม่อน คือวงศ์ MORACEAE ในประเทศไทยมะเดื่อที่รู้จักกันแพร่หลายคือ มะเดื่อปล้องและมะเดื่ออุทุมพร โดยเฉพาะมะเดื่ออุทุมพร หรือเรียกว่ามะเดื่อชุมพรอาจจะคุ้นมากกว่า เพราะรากของมะเดื่อนี้เป็นหนึ่งในตัวยาของตำรับยาห้าราก หรือยาเบญจโลกวิเชียร ยาแก้ไข้สำคัญของไทย เป็นตำรับยาที่ได้รับการบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมะเดื่อนี้ยังเป็นไม้ประจำจังหวัดชุมพรด้วย สำหรับมะเดื่อที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสิบผลไม้เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก คือมะเดื่อฝรั่ง ลูกใหญ่ รสหวาน อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามิน เกลือแร่ แคลเซี่ยม ไฟเบอร์ ช่วยสร้างสมดุลของกรดในร่างกาย ช่วยชะลอความชรา เป็นต้น ชาวตะวันตกนิยมนำมารับประทานในโอกาสที่แสดงถึงความยินดี การเฉลิมฉลอง ในประเทศไทยมีการทดลองและปลูกมะเดื่อฝรั่งมานานร่วม 30 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมและรู้จักนัก สำหรับมะเดื่อในประเทศไทยนั้นจะลูกเล็กกว่า ไม่ใคร่พบว่ามีการนำมาบริโภคอย่างแพร่หลาย หรือไม่เป็นที่รู้จักเลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะเป็นที่รู้จักน้อยมากเมื่อเทียบกับไม้ต้นชนิดอื่นๆ และยังไม่นิยมปลูกทั่วไปหรือปลูกตามบ้านเรือน ส่วนมากมักพบตามป่า ชาวบ้านมักเด็ดลูกมะเดื่ออ่อนมาเป็นผักเคียงกับน้ำพริก บ้างก็กินสด บ้างก็ต้มให้สุกแล้วแต่ความชอบ สาเหตุที่คนไทยไม่นิยมบริโภคมะเดื่อ อาจด้วยมะเดื่อนั้นเป็นพันธุ์ไม้ในพุทธประวัติ ไม่กล้ากิน จึงไม่ปรากฏการนำมาใช้ประโยชน์ด้านอาหาร และส่วนมากจะเน้นไปทางการใช้ทำยา ซึ่งไม่แตกต่างจากมะขามป้อมเท่าใดนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกประการคือผลมะเดื่อเป็นแหล่งรวมแมลงวี่จำนวนมาก เพราะในระหว่างที่มะเดื่อผลิดอกบาน แมลงหวี่จะบินเข้ามาตอมและอาศัยเป็นที่ฟักไข่ พร้อมกันนั้นก็ทำให้เกสรดอกเกิดการผสมพันธุ์กันขึ้น จนมะเดื่อกลายเป็นลูก พอเราเอามากินก็เจอกับแมลงวี่เต็มไปหมด หรือแถวต้นมะเดื่อมีแมลงวี่บินว่อนยิ่งผลสุกหล่นเต็มใต้ต้นส่งกลิ่นหึ่ง แมลงหวี่ก็ตอมหึ่งๆ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครชอบปลูกและกินมะเดื่อก็เป็นได้ มันจึงกลายเป็นอาหารอันโอชะของนกแทน ในตำราการปลูกไม้ตามทิศของชาวไทย ระบุว่า ปลูกมะเดื่อไว้ทิศเหนือ ร่วมกับส้มซ่าและส้มป่อย ซึ่งในตำราดั้งเดิมไม่อาจบอกได้ว่ามีความหมายอย่างไร และพบว่าในตอนหลังก็มีผู้มาให้ความหมายว่าปลูกเพื่อความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าศึกษาจากความเชื่อที่ปรากฏในศาสนาต่างๆ แล้ว อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความหมายถึงการเคารพบูชา หรือความอุดมสมบูรณ์มากกว่า ในตำรายาโบราณได้ระบุสรรพคุณทางยาของมะเดื่ออุทุมพรไว้คือ ราก แก้ไข้ แก้ลงท้อง กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ไข้หัว แก้ไข้พิษ แก้พิษทุกชนิด แก้ไข้ตักกะศิลา แก้โรคงูสวัดและเริม แก้โรคกาฬ แก้ร้อนใน แก้บาดแผล ต้น แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล เปลือก แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล สมานบาดแผล แก้อาเจียน กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต แก้ไข้ แก้บิด แก้ปวดท้อง ปวดมน แก้ลม ใบ แก้น้ำดี ผล มีรสฝาดเย็น แก้ท้องร่วง และสมานแผล ขับลม ผลสุก เป็นยาระบาย ยางแก้งูสวัดและเริม ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แก้ไข้ แก้ไข้ตักกะสิลา แก้ท้องเดิน แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ลม บำรุงธาตุ ขับเสมหะ กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษ ทางเภสัชวิทยา มะเดื่อมีฤทธิ์ทางลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต กดหัวใจ คลายกล้ามเนื้อเรียบ ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ขับพยาธิ คลายอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้ปวดลดไข้ ลดการอักเสบ มีฤทธิ์เหมือน agglutinin ทำให้เกิดการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ลดไขมันในเลือด ย่อยโปรตีน ถ้าใครมีอาการปากเปื่อยร้อนในก็ลองใช้เปลือกต้นหรือลูกมะเดื่อเอามาเคี้ยว อมทิ้งไว้สักครู่ ทำวันละ 2-3 ครั้ง รสฝาดที่สะสมสารแทนนินในเปลือกหรือลูกนั้นจะช่วยสมานแผลแก้ร้อนในได้ ใช้ได้ผลเหมือนเปลือกแค พอได้ศึกษาถึงประโยชน์ของมะเดื่อ ทั้งมะเดื่อไทย มะเดื่อฝรั่งแล้ว คงต้องปรับมุมมองใหม่ จากที่เคยมองด้วยสายตาวางเปล่าก็คงต้องเพิ่มรายละเอียดและความรู้ในมุมมองนั้น และบอกตัวเองว่าต้องลองลิ้มชิมรสมะเดื่อดูสักครั้ง จะลองไปแบ่งปันมะเดื่อต้นที่หมายตาไว้กับนกน้อยแถวนั้นดู.มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน | ไทยโพสต์

ราคา 200.00 บาท ติดต่อ ไก่ โทร. 0831710031, 0811893043 จังหวัดพัทลุง

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

มะเดื่อป่า

หัดขาย

มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน มะเดื่อ ต้นไม้ที่แทรกอยู่ในตำนาน ความเชื่อ คติธรรมและการใช้ประโยชน์ในทุกศาสนา ในพุทธศาสนา กล่าวไว้ในพระไตรปีฎกว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 26 จะตรัสรู้ใต้ควงไม้มะเดื่อ ในศาสนาอิสลาม กล่าวว่า มะเดื่อและมะกอกเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับมนุษย์ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ สูง ในศาสนาฮินดู เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในคริสต์ศาสนายังปรากฏเรื่องราวของมะเดื่อ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกและความละอายของอีฟและอดัม ที่แอบขโมยผลไม้กิน ซึ่งก็คือมะเดื่อ บ้างก็ว่าเป็นผลแอปเปิล และอาดัมใช้ใบมะเดื่อปิดบังความอาย มะเดื่อยังเป็นต้นไม้ที่อารยะชนตั้งแต่ยุคโบราณให้ความเคารพบูชา ถือเป็นต้นไม้มงคลมาจวบจนถึงปัจจุบัน มะเดื่อทั่วโลกมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งอาจมีมากถึงกว่า 600 สายพันธุ์ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ ต้นโพธิ์ ต้นไทร หรือหม่อน คือวงศ์ MORACEAE ในประเทศไทยมะเดื่อที่รู้จักกันแพร่หลายคือ มะเดื่อปล้องและมะเดื่ออุทุมพร โดยเฉพาะมะเดื่ออุทุมพร หรือเรียกว่ามะเดื่อชุมพรอาจจะคุ้นมากกว่า เพราะรากของมะเดื่อนี้เป็นหนึ่งในตัวยาของตำรับยาห้าราก หรือยาเบญจโลกวิเชียร ยาแก้ไข้สำคัญของไทย เป็นตำรับยาที่ได้รับการบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมะเดื่อนี้ยังเป็นไม้ประจำจังหวัดชุมพรด้วย สำหรับมะเดื่อที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสิบผลไม้เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก คือมะเดื่อฝรั่ง ลูกใหญ่ รสหวาน อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามิน เกลือแร่ แคลเซี่ยม ไฟเบอร์ ช่วยสร้างสมดุลของกรดในร่างกาย ช่วยชะลอความชรา เป็นต้น ชาวตะวันตกนิยมนำมารับประทานในโอกาสที่แสดงถึงความยินดี การเฉลิมฉลอง ในประเทศไทยมีการทดลองและปลูกมะเดื่อฝรั่งมานานร่วม 30 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมและรู้จักนัก สำหรับมะเดื่อในประเทศไทยนั้นจะลูกเล็กกว่า ไม่ใคร่พบว่ามีการนำมาบริโภคอย่างแพร่หลาย หรือไม่เป็นที่รู้จักเลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะเป็นที่รู้จักน้อยมากเมื่อเทียบกับไม้ต้นชนิดอื่นๆ และยังไม่นิยมปลูกทั่วไปหรือปลูกตามบ้านเรือน ส่วนมากมักพบตามป่า ชาวบ้านมักเด็ดลูกมะเดื่ออ่อนมาเป็นผักเคียงกับน้ำพริก บ้างก็กินสด บ้างก็ต้มให้สุกแล้วแต่ความชอบ สาเหตุที่คนไทยไม่นิยมบริโภคมะเดื่อ อาจด้วยมะเดื่อนั้นเป็นพันธุ์ไม้ในพุทธประวัติ ไม่กล้ากิน จึงไม่ปรากฏการนำมาใช้ประโยชน์ด้านอาหาร และส่วนมากจะเน้นไปทางการใช้ทำยา ซึ่งไม่แตกต่างจากมะขามป้อมเท่าใดนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกประการคือผลมะเดื่อเป็นแหล่งรวมแมลงวี่จำนวนมาก เพราะในระหว่างที่มะเดื่อผลิดอกบาน แมลงหวี่จะบินเข้ามาตอมและอาศัยเป็นที่ฟักไข่ พร้อมกันนั้นก็ทำให้เกสรดอกเกิดการผสมพันธุ์กันขึ้น จนมะเดื่อกลายเป็นลูก พอเราเอามากินก็เจอกับแมลงวี่เต็มไปหมด หรือแถวต้นมะเดื่อมีแมลงวี่บินว่อนยิ่งผลสุกหล่นเต็มใต้ต้นส่งกลิ่นหึ่ง แมลงหวี่ก็ตอมหึ่งๆ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครชอบปลูกและกินมะเดื่อก็เป็นได้ มันจึงกลายเป็นอาหารอันโอชะของนกแทน ในตำราการปลูกไม้ตามทิศของชาวไทย ระบุว่า ปลูกมะเดื่อไว้ทิศเหนือ ร่วมกับส้มซ่าและส้มป่อย ซึ่งในตำราดั้งเดิมไม่อาจบอกได้ว่ามีความหมายอย่างไร และพบว่าในตอนหลังก็มีผู้มาให้ความหมายว่าปลูกเพื่อความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าศึกษาจากความเชื่อที่ปรากฏในศาสนาต่างๆ แล้ว อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความหมายถึงการเคารพบูชา หรือความอุดมสมบูรณ์มากกว่า ในตำรายาโบราณได้ระบุสรรพคุณทางยาของมะเดื่ออุทุมพรไว้คือ ราก แก้ไข้ แก้ลงท้อง กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ไข้หัว แก้ไข้พิษ แก้พิษทุกชนิด แก้ไข้ตักกะศิลา แก้โรคงูสวัดและเริม แก้โรคกาฬ แก้ร้อนใน แก้บาดแผล ต้น แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล เปลือก แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล สมานบาดแผล แก้อาเจียน กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต แก้ไข้ แก้บิด แก้ปวดท้อง ปวดมน แก้ลม ใบ แก้น้ำดี ผล มีรสฝาดเย็น แก้ท้องร่วง และสมานแผล ขับลม ผลสุก เป็นยาระบาย ยางแก้งูสวัดและเริม ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แก้ไข้ แก้ไข้ตักกะสิลา แก้ท้องเดิน แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ลม บำรุงธาตุ ขับเสมหะ กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษ ทางเภสัชวิทยา มะเดื่อมีฤทธิ์ทางลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต กดหัวใจ คลายกล้ามเนื้อเรียบ ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ขับพยาธิ คลายอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้ปวดลดไข้ ลดการอักเสบ มีฤทธิ์เหมือน agglutinin ทำให้เกิดการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ลดไขมันในเลือด ย่อยโปรตีน ถ้าใครมีอาการปากเปื่อยร้อนในก็ลองใช้เปลือกต้นหรือลูกมะเดื่อเอามาเคี้ยว อมทิ้งไว้สักครู่ ทำวันละ 2-3 ครั้ง รสฝาดที่สะสมสารแทนนินในเปลือกหรือลูกนั้นจะช่วยสมานแผลแก้ร้อนในได้ ใช้ได้ผลเหมือนเปลือกแค พอได้ศึกษาถึงประโยชน์ของมะเดื่อ ทั้งมะเดื่อไทย มะเดื่อฝรั่งแล้ว คงต้องปรับมุมมองใหม่ จากที่เคยมองด้วยสายตาวางเปล่าก็คงต้องเพิ่มรายละเอียดและความรู้ในมุมมองนั้น และบอกตัวเองว่าต้องลองลิ้มชิมรสมะเดื่อดูสักครั้ง จะลองไปแบ่งปันมะเดื่อต้นที่หมายตาไว้กับนกน้อยแถวนั้นดู.มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน | ไทยโพสต์

ราคา 100.00 บาท ติดต่อ ไก่ โทร. 0831710031, 0811893043 จังหวัดพัทลุง

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

มะเดื่อป่า

หัดขาย

มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน มะเดื่อ ต้นไม้ที่แทรกอยู่ในตำนาน ความเชื่อ คติธรรมและการใช้ประโยชน์ในทุกศาสนา ในพุทธศาสนา กล่าวไว้ในพระไตรปีฎกว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 26 จะตรัสรู้ใต้ควงไม้มะเดื่อ ในศาสนาอิสลาม กล่าวว่า มะเดื่อและมะกอกเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับมนุษย์ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ สูง ในศาสนาฮินดู เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในคริสต์ศาสนายังปรากฏเรื่องราวของมะเดื่อ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกและความละอายของอีฟและอดัม ที่แอบขโมยผลไม้กิน ซึ่งก็คือมะเดื่อ บ้างก็ว่าเป็นผลแอปเปิล และอาดัมใช้ใบมะเดื่อปิดบังความอาย มะเดื่อยังเป็นต้นไม้ที่อารยะชนตั้งแต่ยุคโบราณให้ความเคารพบูชา ถือเป็นต้นไม้มงคลมาจวบจนถึงปัจจุบัน มะเดื่อทั่วโลกมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งอาจมีมากถึงกว่า 600 สายพันธุ์ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ ต้นโพธิ์ ต้นไทร หรือหม่อน คือวงศ์ MORACEAE ในประเทศไทยมะเดื่อที่รู้จักกันแพร่หลายคือ มะเดื่อปล้องและมะเดื่ออุทุมพร โดยเฉพาะมะเดื่ออุทุมพร หรือเรียกว่ามะเดื่อชุมพรอาจจะคุ้นมากกว่า เพราะรากของมะเดื่อนี้เป็นหนึ่งในตัวยาของตำรับยาห้าราก หรือยาเบญจโลกวิเชียร ยาแก้ไข้สำคัญของไทย เป็นตำรับยาที่ได้รับการบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมะเดื่อนี้ยังเป็นไม้ประจำจังหวัดชุมพรด้วย สำหรับมะเดื่อที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสิบผลไม้เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก คือมะเดื่อฝรั่ง ลูกใหญ่ รสหวาน อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามิน เกลือแร่ แคลเซี่ยม ไฟเบอร์ ช่วยสร้างสมดุลของกรดในร่างกาย ช่วยชะลอความชรา เป็นต้น ชาวตะวันตกนิยมนำมารับประทานในโอกาสที่แสดงถึงความยินดี การเฉลิมฉลอง ในประเทศไทยมีการทดลองและปลูกมะเดื่อฝรั่งมานานร่วม 30 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมและรู้จักนัก สำหรับมะเดื่อในประเทศไทยนั้นจะลูกเล็กกว่า ไม่ใคร่พบว่ามีการนำมาบริโภคอย่างแพร่หลาย หรือไม่เป็นที่รู้จักเลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะเป็นที่รู้จักน้อยมากเมื่อเทียบกับไม้ต้นชนิดอื่นๆ และยังไม่นิยมปลูกทั่วไปหรือปลูกตามบ้านเรือน ส่วนมากมักพบตามป่า ชาวบ้านมักเด็ดลูกมะเดื่ออ่อนมาเป็นผักเคียงกับน้ำพริก บ้างก็กินสด บ้างก็ต้มให้สุกแล้วแต่ความชอบ สาเหตุที่คนไทยไม่นิยมบริโภคมะเดื่อ อาจด้วยมะเดื่อนั้นเป็นพันธุ์ไม้ในพุทธประวัติ ไม่กล้ากิน จึงไม่ปรากฏการนำมาใช้ประโยชน์ด้านอาหาร และส่วนมากจะเน้นไปทางการใช้ทำยา ซึ่งไม่แตกต่างจากมะขามป้อมเท่าใดนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกประการคือผลมะเดื่อเป็นแหล่งรวมแมลงวี่จำนวนมาก เพราะในระหว่างที่มะเดื่อผลิดอกบาน แมลงหวี่จะบินเข้ามาตอมและอาศัยเป็นที่ฟักไข่ พร้อมกันนั้นก็ทำให้เกสรดอกเกิดการผสมพันธุ์กันขึ้น จนมะเดื่อกลายเป็นลูก พอเราเอามากินก็เจอกับแมลงวี่เต็มไปหมด หรือแถวต้นมะเดื่อมีแมลงวี่บินว่อนยิ่งผลสุกหล่นเต็มใต้ต้นส่งกลิ่นหึ่ง แมลงหวี่ก็ตอมหึ่งๆ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครชอบปลูกและกินมะเดื่อก็เป็นได้ มันจึงกลายเป็นอาหารอันโอชะของนกแทน ในตำราการปลูกไม้ตามทิศของชาวไทย ระบุว่า ปลูกมะเดื่อไว้ทิศเหนือ ร่วมกับส้มซ่าและส้มป่อย ซึ่งในตำราดั้งเดิมไม่อาจบอกได้ว่ามีความหมายอย่างไร และพบว่าในตอนหลังก็มีผู้มาให้ความหมายว่าปลูกเพื่อความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าศึกษาจากความเชื่อที่ปรากฏในศาสนาต่างๆ แล้ว อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความหมายถึงการเคารพบูชา หรือความอุดมสมบูรณ์มากกว่า ในตำรายาโบราณได้ระบุสรรพคุณทางยาของมะเดื่ออุทุมพรไว้คือ ราก แก้ไข้ แก้ลงท้อง กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ไข้หัว แก้ไข้พิษ แก้พิษทุกชนิด แก้ไข้ตักกะศิลา แก้โรคงูสวัดและเริม แก้โรคกาฬ แก้ร้อนใน แก้บาดแผล ต้น แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล เปลือก แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล สมานบาดแผล แก้อาเจียน กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต แก้ไข้ แก้บิด แก้ปวดท้อง ปวดมน แก้ลม ใบ แก้น้ำดี ผล มีรสฝาดเย็น แก้ท้องร่วง และสมานแผล ขับลม ผลสุก เป็นยาระบาย ยางแก้งูสวัดและเริม ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แก้ไข้ แก้ไข้ตักกะสิลา แก้ท้องเดิน แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ลม บำรุงธาตุ ขับเสมหะ กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษ ทางเภสัชวิทยา มะเดื่อมีฤทธิ์ทางลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต กดหัวใจ คลายกล้ามเนื้อเรียบ ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ขับพยาธิ คลายอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้ปวดลดไข้ ลดการอักเสบ มีฤทธิ์เหมือน agglutinin ทำให้เกิดการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ลดไขมันในเลือด ย่อยโปรตีน ถ้าใครมีอาการปากเปื่อยร้อนในก็ลองใช้เปลือกต้นหรือลูกมะเดื่อเอามาเคี้ยว อมทิ้งไว้สักครู่ ทำวันละ 2-3 ครั้ง รสฝาดที่สะสมสารแทนนินในเปลือกหรือลูกนั้นจะช่วยสมานแผลแก้ร้อนในได้ ใช้ได้ผลเหมือนเปลือกแค พอได้ศึกษาถึงประโยชน์ของมะเดื่อ ทั้งมะเดื่อไทย มะเดื่อฝรั่งแล้ว คงต้องปรับมุมมองใหม่ จากที่เคยมองด้วยสายตาวางเปล่าก็คงต้องเพิ่มรายละเอียดและความรู้ในมุมมองนั้น และบอกตัวเองว่าต้องลองลิ้มชิมรสมะเดื่อดูสักครั้ง จะลองไปแบ่งปันมะเดื่อต้นที่หมายตาไว้กับนกน้อยแถวนั้นดู.มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน | ไทยโพสต์

ราคา 250.00 บาท ติดต่อ ไก่ โทร. 0831710031, 0811893043 จังหวัดพัทลุง

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

มะเดื่อป่า

หัดขาย

มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน มะเดื่อ ต้นไม้ที่แทรกอยู่ในตำนาน ความเชื่อ คติธรรมและการใช้ประโยชน์ในทุกศาสนา ในพุทธศาสนา กล่าวไว้ในพระไตรปีฎกว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 26 จะตรัสรู้ใต้ควงไม้มะเดื่อ ในศาสนาอิสลาม กล่าวว่า มะเดื่อและมะกอกเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับมนุษย์ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ สูง ในศาสนาฮินดู เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในคริสต์ศาสนายังปรากฏเรื่องราวของมะเดื่อ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกและความละอายของอีฟและอดัม ที่แอบขโมยผลไม้กิน ซึ่งก็คือมะเดื่อ บ้างก็ว่าเป็นผลแอปเปิล และอาดัมใช้ใบมะเดื่อปิดบังความอาย มะเดื่อยังเป็นต้นไม้ที่อารยะชนตั้งแต่ยุคโบราณให้ความเคารพบูชา ถือเป็นต้นไม้มงคลมาจวบจนถึงปัจจุบัน มะเดื่อทั่วโลกมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งอาจมีมากถึงกว่า 600 สายพันธุ์ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ ต้นโพธิ์ ต้นไทร หรือหม่อน คือวงศ์ MORACEAE ในประเทศไทยมะเดื่อที่รู้จักกันแพร่หลายคือ มะเดื่อปล้องและมะเดื่ออุทุมพร โดยเฉพาะมะเดื่ออุทุมพร หรือเรียกว่ามะเดื่อชุมพรอาจจะคุ้นมากกว่า เพราะรากของมะเดื่อนี้เป็นหนึ่งในตัวยาของตำรับยาห้าราก หรือยาเบญจโลกวิเชียร ยาแก้ไข้สำคัญของไทย เป็นตำรับยาที่ได้รับการบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมะเดื่อนี้ยังเป็นไม้ประจำจังหวัดชุมพรด้วย สำหรับมะเดื่อที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสิบผลไม้เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก คือมะเดื่อฝรั่ง ลูกใหญ่ รสหวาน อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามิน เกลือแร่ แคลเซี่ยม ไฟเบอร์ ช่วยสร้างสมดุลของกรดในร่างกาย ช่วยชะลอความชรา เป็นต้น ชาวตะวันตกนิยมนำมารับประทานในโอกาสที่แสดงถึงความยินดี การเฉลิมฉลอง ในประเทศไทยมีการทดลองและปลูกมะเดื่อฝรั่งมานานร่วม 30 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมและรู้จักนัก สำหรับมะเดื่อในประเทศไทยนั้นจะลูกเล็กกว่า ไม่ใคร่พบว่ามีการนำมาบริโภคอย่างแพร่หลาย หรือไม่เป็นที่รู้จักเลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะเป็นที่รู้จักน้อยมากเมื่อเทียบกับไม้ต้นชนิดอื่นๆ และยังไม่นิยมปลูกทั่วไปหรือปลูกตามบ้านเรือน ส่วนมากมักพบตามป่า ชาวบ้านมักเด็ดลูกมะเดื่ออ่อนมาเป็นผักเคียงกับน้ำพริก บ้างก็กินสด บ้างก็ต้มให้สุกแล้วแต่ความชอบ สาเหตุที่คนไทยไม่นิยมบริโภคมะเดื่อ อาจด้วยมะเดื่อนั้นเป็นพันธุ์ไม้ในพุทธประวัติ ไม่กล้ากิน จึงไม่ปรากฏการนำมาใช้ประโยชน์ด้านอาหาร และส่วนมากจะเน้นไปทางการใช้ทำยา ซึ่งไม่แตกต่างจากมะขามป้อมเท่าใดนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกประการคือผลมะเดื่อเป็นแหล่งรวมแมลงวี่จำนวนมาก เพราะในระหว่างที่มะเดื่อผลิดอกบาน แมลงหวี่จะบินเข้ามาตอมและอาศัยเป็นที่ฟักไข่ พร้อมกันนั้นก็ทำให้เกสรดอกเกิดการผสมพันธุ์กันขึ้น จนมะเดื่อกลายเป็นลูก พอเราเอามากินก็เจอกับแมลงวี่เต็มไปหมด หรือแถวต้นมะเดื่อมีแมลงวี่บินว่อนยิ่งผลสุกหล่นเต็มใต้ต้นส่งกลิ่นหึ่ง แมลงหวี่ก็ตอมหึ่งๆ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครชอบปลูกและกินมะเดื่อก็เป็นได้ มันจึงกลายเป็นอาหารอันโอชะของนกแทน ในตำราการปลูกไม้ตามทิศของชาวไทย ระบุว่า ปลูกมะเดื่อไว้ทิศเหนือ ร่วมกับส้มซ่าและส้มป่อย ซึ่งในตำราดั้งเดิมไม่อาจบอกได้ว่ามีความหมายอย่างไร และพบว่าในตอนหลังก็มีผู้มาให้ความหมายว่าปลูกเพื่อความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าศึกษาจากความเชื่อที่ปรากฏในศาสนาต่างๆ แล้ว อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความหมายถึงการเคารพบูชา หรือความอุดมสมบูรณ์มากกว่า ในตำรายาโบราณได้ระบุสรรพคุณทางยาของมะเดื่ออุทุมพรไว้คือ ราก แก้ไข้ แก้ลงท้อง กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ไข้หัว แก้ไข้พิษ แก้พิษทุกชนิด แก้ไข้ตักกะศิลา แก้โรคงูสวัดและเริม แก้โรคกาฬ แก้ร้อนใน แก้บาดแผล ต้น แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล เปลือก แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล สมานบาดแผล แก้อาเจียน กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต แก้ไข้ แก้บิด แก้ปวดท้อง ปวดมน แก้ลม ใบ แก้น้ำดี ผล มีรสฝาดเย็น แก้ท้องร่วง และสมานแผล ขับลม ผลสุก เป็นยาระบาย ยางแก้งูสวัดและเริม ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แก้ไข้ แก้ไข้ตักกะสิลา แก้ท้องเดิน แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ลม บำรุงธาตุ ขับเสมหะ กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษ ทางเภสัชวิทยา มะเดื่อมีฤทธิ์ทางลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต กดหัวใจ คลายกล้ามเนื้อเรียบ ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ขับพยาธิ คลายอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้ปวดลดไข้ ลดการอักเสบ มีฤทธิ์เหมือน agglutinin ทำให้เกิดการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ลดไขมันในเลือด ย่อยโปรตีน ถ้าใครมีอาการปากเปื่อยร้อนในก็ลองใช้เปลือกต้นหรือลูกมะเดื่อเอามาเคี้ยว อมทิ้งไว้สักครู่ ทำวันละ 2-3 ครั้ง รสฝาดที่สะสมสารแทนนินในเปลือกหรือลูกนั้นจะช่วยสมานแผลแก้ร้อนในได้ ใช้ได้ผลเหมือนเปลือกแค พอได้ศึกษาถึงประโยชน์ของมะเดื่อ ทั้งมะเดื่อไทย มะเดื่อฝรั่งแล้ว คงต้องปรับมุมมองใหม่ จากที่เคยมองด้วยสายตาวางเปล่าก็คงต้องเพิ่มรายละเอียดและความรู้ในมุมมองนั้น และบอกตัวเองว่าต้องลองลิ้มชิมรสมะเดื่อดูสักครั้ง จะลองไปแบ่งปันมะเดื่อต้นที่หมายตาไว้กับนกน้อยแถวนั้นดู.มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน | ไทยโพสต์

ราคา 250.00 บาท ติดต่อ ไก่ โทร. 0831710031, 0811893043 จังหวัดพัทลุง

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

มะเดื่อป่า

หัดขาย

มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน มะเดื่อ ต้นไม้ที่แทรกอยู่ในตำนาน ความเชื่อ คติธรรมและการใช้ประโยชน์ในทุกศาสนา ในพุทธศาสนา กล่าวไว้ในพระไตรปีฎกว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 26 จะตรัสรู้ใต้ควงไม้มะเดื่อ ในศาสนาอิสลาม กล่าวว่า มะเดื่อและมะกอกเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับมนุษย์ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ สูง ในศาสนาฮินดู เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในคริสต์ศาสนายังปรากฏเรื่องราวของมะเดื่อ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกและความละอายของอีฟและอดัม ที่แอบขโมยผลไม้กิน ซึ่งก็คือมะเดื่อ บ้างก็ว่าเป็นผลแอปเปิล และอาดัมใช้ใบมะเดื่อปิดบังความอาย มะเดื่อยังเป็นต้นไม้ที่อารยะชนตั้งแต่ยุคโบราณให้ความเคารพบูชา ถือเป็นต้นไม้มงคลมาจวบจนถึงปัจจุบัน มะเดื่อทั่วโลกมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งอาจมีมากถึงกว่า 600 สายพันธุ์ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ ต้นโพธิ์ ต้นไทร หรือหม่อน คือวงศ์ MORACEAE ในประเทศไทยมะเดื่อที่รู้จักกันแพร่หลายคือ มะเดื่อปล้องและมะเดื่ออุทุมพร โดยเฉพาะมะเดื่ออุทุมพร หรือเรียกว่ามะเดื่อชุมพรอาจจะคุ้นมากกว่า เพราะรากของมะเดื่อนี้เป็นหนึ่งในตัวยาของตำรับยาห้าราก หรือยาเบญจโลกวิเชียร ยาแก้ไข้สำคัญของไทย เป็นตำรับยาที่ได้รับการบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมะเดื่อนี้ยังเป็นไม้ประจำจังหวัดชุมพรด้วย สำหรับมะเดื่อที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสิบผลไม้เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก คือมะเดื่อฝรั่ง ลูกใหญ่ รสหวาน อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามิน เกลือแร่ แคลเซี่ยม ไฟเบอร์ ช่วยสร้างสมดุลของกรดในร่างกาย ช่วยชะลอความชรา เป็นต้น ชาวตะวันตกนิยมนำมารับประทานในโอกาสที่แสดงถึงความยินดี การเฉลิมฉลอง ในประเทศไทยมีการทดลองและปลูกมะเดื่อฝรั่งมานานร่วม 30 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมและรู้จักนัก สำหรับมะเดื่อในประเทศไทยนั้นจะลูกเล็กกว่า ไม่ใคร่พบว่ามีการนำมาบริโภคอย่างแพร่หลาย หรือไม่เป็นที่รู้จักเลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะเป็นที่รู้จักน้อยมากเมื่อเทียบกับไม้ต้นชนิดอื่นๆ และยังไม่นิยมปลูกทั่วไปหรือปลูกตามบ้านเรือน ส่วนมากมักพบตามป่า ชาวบ้านมักเด็ดลูกมะเดื่ออ่อนมาเป็นผักเคียงกับน้ำพริก บ้างก็กินสด บ้างก็ต้มให้สุกแล้วแต่ความชอบ สาเหตุที่คนไทยไม่นิยมบริโภคมะเดื่อ อาจด้วยมะเดื่อนั้นเป็นพันธุ์ไม้ในพุทธประวัติ ไม่กล้ากิน จึงไม่ปรากฏการนำมาใช้ประโยชน์ด้านอาหาร และส่วนมากจะเน้นไปทางการใช้ทำยา ซึ่งไม่แตกต่างจากมะขามป้อมเท่าใดนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกประการคือผลมะเดื่อเป็นแหล่งรวมแมลงวี่จำนวนมาก เพราะในระหว่างที่มะเดื่อผลิดอกบาน แมลงหวี่จะบินเข้ามาตอมและอาศัยเป็นที่ฟักไข่ พร้อมกันนั้นก็ทำให้เกสรดอกเกิดการผสมพันธุ์กันขึ้น จนมะเดื่อกลายเป็นลูก พอเราเอามากินก็เจอกับแมลงวี่เต็มไปหมด หรือแถวต้นมะเดื่อมีแมลงวี่บินว่อนยิ่งผลสุกหล่นเต็มใต้ต้นส่งกลิ่นหึ่ง แมลงหวี่ก็ตอมหึ่งๆ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครชอบปลูกและกินมะเดื่อก็เป็นได้ มันจึงกลายเป็นอาหารอันโอชะของนกแทน ในตำราการปลูกไม้ตามทิศของชาวไทย ระบุว่า ปลูกมะเดื่อไว้ทิศเหนือ ร่วมกับส้มซ่าและส้มป่อย ซึ่งในตำราดั้งเดิมไม่อาจบอกได้ว่ามีความหมายอย่างไร และพบว่าในตอนหลังก็มีผู้มาให้ความหมายว่าปลูกเพื่อความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าศึกษาจากความเชื่อที่ปรากฏในศาสนาต่างๆ แล้ว อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความหมายถึงการเคารพบูชา หรือความอุดมสมบูรณ์มากกว่า ในตำรายาโบราณได้ระบุสรรพคุณทางยาของมะเดื่ออุทุมพรไว้คือ ราก แก้ไข้ แก้ลงท้อง กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ไข้หัว แก้ไข้พิษ แก้พิษทุกชนิด แก้ไข้ตักกะศิลา แก้โรคงูสวัดและเริม แก้โรคกาฬ แก้ร้อนใน แก้บาดแผล ต้น แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล เปลือก แก้ท้องร่วง แก้บาดแผล สมานบาดแผล แก้อาเจียน กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต แก้ไข้ แก้บิด แก้ปวดท้อง ปวดมน แก้ลม ใบ แก้น้ำดี ผล มีรสฝาดเย็น แก้ท้องร่วง และสมานแผล ขับลม ผลสุก เป็นยาระบาย ยางแก้งูสวัดและเริม ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แก้ไข้ แก้ไข้ตักกะสิลา แก้ท้องเดิน แก้ไข้หวัด แก้ไข้กาฬ แก้ลม บำรุงธาตุ ขับเสมหะ กล่อมเสมหะ กล่อมโลหิต กระทุ้งพิษ ทางเภสัชวิทยา มะเดื่อมีฤทธิ์ทางลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต กดหัวใจ คลายกล้ามเนื้อเรียบ ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ขับพยาธิ คลายอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้ปวดลดไข้ ลดการอักเสบ มีฤทธิ์เหมือน agglutinin ทำให้เกิดการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ลดไขมันในเลือด ย่อยโปรตีน ถ้าใครมีอาการปากเปื่อยร้อนในก็ลองใช้เปลือกต้นหรือลูกมะเดื่อเอามาเคี้ยว อมทิ้งไว้สักครู่ ทำวันละ 2-3 ครั้ง รสฝาดที่สะสมสารแทนนินในเปลือกหรือลูกนั้นจะช่วยสมานแผลแก้ร้อนในได้ ใช้ได้ผลเหมือนเปลือกแค พอได้ศึกษาถึงประโยชน์ของมะเดื่อ ทั้งมะเดื่อไทย มะเดื่อฝรั่งแล้ว คงต้องปรับมุมมองใหม่ จากที่เคยมองด้วยสายตาวางเปล่าก็คงต้องเพิ่มรายละเอียดและความรู้ในมุมมองนั้น และบอกตัวเองว่าต้องลองลิ้มชิมรสมะเดื่อดูสักครั้ง จะลองไปแบ่งปันมะเดื่อต้นที่หมายตาไว้กับนกน้อยแถวนั้นดู.มะเดื่อ ไม้หนึ่งผลที่ให้โภชนาการและยาครบครัน | ไทยโพสต์

ราคา 250.00 บาท ติดต่อ ไก่ โทร. 0831710031, 0811893043 จังหวัดพัทลุง

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที