วรากรสมุนไพร
ในร้าน วรากรสมุนไพร
แชร์บน facebook

ต้นกระดังงาไทย

วรากรสมุนไพร

ต้นกระดังงาไทย ติดต่อสอบถามร้านวรากรสมุนไพร ไอดีไลน์ herbsddd, 0616498997 โทร 0616498997 กระดังงาไทย ชื่ออื่น กระดังงาใบใหญ่ (กลาง) สะบันงา สะบันงาต้น (เหนือ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Cananga odorata (Lam.) Hook. f. & Thomson ชื่อวงศ์ Annonaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 15-20 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มแน่น แตกกิ่งก้านสาขามาก แผ่ออกจากต้นมักลู่ลง ลำต้นตั้งตรง เปลือกต้นสีเทาเกลี้ยงหรือสีเงิน พบรอยแผลใบขนาดใหญ่อยู่ทั่วไป ส่วนที่ยังอ่อนอยู่มีขนปกคลุม ใบดกหนาทึบ เป็นใบเดี่ยว สีเขียวอ่อนบาง นิ่ม ออกแบบเรียงสลับในลักษณะห้อยลง รูปขอบขนาน กว้าง 4-9 ซม. ยาว 7-12 ซม. ปลายแหลมหรือมีติ่งแหลม โคนมนกลมหรือเบี้ยว ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเรียบบาง นิ่ม สีเขียวอ่อน ใบอ่อนมีขนทั้งสองด้าน ใบแก่มักมีขนมากตามเส้นแขนงใบ เส้นแขนงใบ 5-9 คู่ เป็นร่องส่วนบนของใบ และนูนเด่นชัดด้านล่างของใบ เส้นกลางใบเห็นชัดเจน ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่บนกิ่งเหนือรอยแผลใบ ช่อดอกแยกแขนง ช่อหนึ่งมี 3-6 ดอก เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 4-6 เซนติเมตร ก้านช่อดอกมีขน ก้านดอกยาว 2-4 ซม. ดอกย่อยสีเหลืองอมเขียวหรือสีเหลือง มีกลิ่นหอมมาก กลีบยาวอ่อน มี 6 กลีบ กลีบดอกห้อยลง กลีบดอกแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบชั้นนอกรูปแคบยาว ปลายเรียวแหลม ขอบกลีบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย (เป็นคลื่นน้อยกว่ากระดังงาสงขลา) กลีบดอกกว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว 5-8.5 ซม. กลีบชั้นในสั้นและแคบกว่าเล็กน้อย โคนกลีบดอกจะซ้อนทแยงอยู่ใต้รังไข่ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม ยาวราว 0.5 ซม. มีขนปกคลุม ปลายกลีบกระดกขึ้น รังไข่จำนวนมาก เกสรตัวผู้มีจำนวนมากเบียดกันเป็นตุ้มแป้นทรงกลมตรงกึ่งกลางดอก ผลเป็นผลกลุ่ม มีจำนวน 4-12 ผล แต่ละผลเป็นรูปไข่ กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 1.5-2.5 ซม. ก้านช่อผลยาว 2-2.5 เซนติเมตร ก้านผลยาว 1.3-2 ซม. ผลมีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีดำ เมล็ดรูปไข่แบน สีน้ำตาลอ่อน มี 2-12 เมล็ด ออกดอกออกผลตลอดปี ขยายพันธุ์โดยเมล็ดหรือกิ่งตอน สรรพคุณ ตำรายาไทย -ดอก มีกลิ่นหอม จัดอยู่ในพิกัดเกสรทั้งเจ็ด สรรพคุณบำรุงหัวใจ ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมสำหรับสุคนธบำบัด ช่วยลดความเครียด และความดันโลหิต ทำให้อารมณ์ดี การเก็บดอกกระดังงาไทย ควรเก็บดอกช่วงพระอาทิตย์ขึ้น นำมาตากแห้ง ใช้ปรุงยาหอมกับดอกไม้อื่น ๆ ในพิกัดเกสรทั้งเจ็ด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี บัวหลวง จำปา กระดังงา หรือใช้ทำชา ชงน้ำดื่มแบบใบชาก็ได้ วัฒนธรรมไทยใช้เป็นดอกไม้สำคัญชนิดหนึ่งในการทำเครื่องหอม เช่น น้ำอบ น้ำปรุง เป็นต้น -ดอก รสหอมสุขุม แก้ลมวิงเวียน ใช้ปรุงยาหอม จัดอยู่ในเกสรทั้งเจ็ด ชูกำลัง ทำให้หัวใจชุ่มชื่น บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย กระหายน้ำ แก้ไข้ ดอกแห้งผสมกับดอกไม้หอมอื่นๆสำหรับทำบุหงา เกสร แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้โรคตา ช่วยเจริญอาหาร น้ำมันหอม ใช้ปรุงน้ำหอมชั้นสูงที่มีราคาแพง ใช้ปรุงขนม น้ำอบและอาหาร -คนโบราณใช้ดอกทอดกับน้ำมันมะพร้าวทำน้ำมันใส่ผม หรือนำดอกแก่จัดสด นำมารมควันเทียนหรือเปลวไฟจากเทียนเพื่อให้ต่อมน้ำหอมในกลีบดอกแตก และส่งกลิ่นหอมออกมา แล้วนำไปเสียบไม้ลอยน้ำในภาชนะปิดสนิท 1 คืน เก็บดอกทิ้งตอนเช้า นำน้ำไปเป็นน้ำกระสายยา หรือนำไปคั้นกะทิหรือทำน้ำเชื่อมปรุงขนมต่างๆ -ใบ รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้คัน ขับปัสสาวะ ราก คุมกำเนิด เปลือกต้น รสฝาดเฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ท้องเสีย ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เนื้อไม้ รสขมเฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ องค์ประกอบทางเคมี ดอกมีน้ำมันระเหยง่าย ประกอบด้วย ester ของกรด formic, acetic, valeric, benzoic และ salicylic acid, pinene, linalool, benzyl alcohol, geraniol, safrol, cadinene, methyl isoeugenol, caryophyllene oxide, bergamotene, anethole, spathulenol การศึกษาทางเภสัชวิทยา ลดความดัน ต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ ไล่แมลง ฆ่าเซลล์มะเร็ง เป็นเครื่องหอมแก้อาการหัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ความดันสูง ปัญหาระบบทางเดินอาหาร ใช้สงบประสาท ลดไข้ * ในข้อมูล พฤกษาดุริยางค์ ระบุไว้ว่าไม้กระดังงาไทย สามารถใช้ทำคันชักซอได้ * สำนวน "กระดังงาลนไฟ" คนไทยส่วนใหญ่จะเข้าใจความหมายเชิงเปรียบเทียบของสำนวนนี้เป็นอย่างดี ว่ามีความหมายดังเช่นในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ อธิบายเอาไว้ว่า "น. หญิงที่เคยแต่งงานหรือผ่านผู้ชายมา แล้ว ย่อมรู้จักชั้นเชิงทางปรนนิบัติและเอาอกเอาใจผู้ชายได้ดีกว่าผู้หญิงที่ยังไม่เคยแต่งงาน" สำนวน "กระดังงาลนไฟ" เป็นที่รู้จักและใช้กันแพร่หลายในสังคมไทยทั้งในอดีตและคงทนมาจนถึงปัจจุบัน จนถึงกับมีผู้นำไปแต่งเป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมนำไป ขับร้องกันทั่วไป ท่อนหนึ่งของเนื้อร้องเพลงนี้ที่จดจำกันได้ดีคือ.... "ดอกเอ๋ย เจ้าดอกกระดังงา กลิ่นของเจ้าจะมีค่าเมื่อถูกนำมาลนไฟเอย..." จากสำนวนที่แพร่หลายในหมู่คนไทยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทำให้คนทั่วไปรู้จักชื่อ ของกระดังงาเป็นอย่างดี แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะไม่เคย รู้จักต้นกระดังงาเลยก็ตาม และคนไทยยังทราบว่าดอกกระดังงาจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษเมื่อถูกนำมาลนไฟ

ราคา 300.00 บาท ติดต่อ ปุณณภา งานสำเร็จ โทร. 0629246459, 0629246459 จังหวัดนครราชสีมา

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

กระดังงาสงขลา

วรากรสมุนไพร

ขายต้นกระดังงาสงขลา ความสูง 1.50 เมตร ช่องทางการติดต่อร้านวรากรสมุนไพรทางไลน์สะดวกที่สุดค่ะ ไอดีไลน์ herbsddd QR code https://line.me/ti/p/T-oZ81KZrM โทร 0629246459 ต้องการมาดูสินค้าโทรนัดหมายล่วงหน้านะคะ กระดังงาสงขลา ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga odorata (Lank.) Hook. f. et. Th., var.fruticosa (Craib) J. Sincl. ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE ชื่ออื่น : กระดังงอ, กระดังงาเบา, กระดังงาสาขา รูปลักษณะ : กระดังงาสงขลา เป็นไม้พุ่ม สูง 1-2.5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใข่หรือรูปขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 10-18 ซม. ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเขียวแกมเหลือง กลิ่นหอม ผลเป็นกลุ่มผล สามารถออกดอกได้เกือบตลอดทั้งปี ดอกที่ยังอ่อนหรือที่เป็นสีเขียวอ่อนจะยังไม่มีกลิ่นหอม ดอกที่มีสีเหลืองถึงจะมีกลิ่นหอม และที่สำคัญช่วงที่มีอุณหภูมิสูง เช่น ตอนกลางวัน ดอกจะไม่ค่อยส่งกลิ่นหอมเท่ากับช่วงตอนเช้าและเย็น สรรพคุณของ กระดังงาสงขลา : ดอก เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ได้เช่นเดียวกับกระดังงาไทย สรรพคุณของกระดังงาสงขลา 1.ตำรายาไทยดอกใช้เป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย (ดอก) 2.ช่วยบำรุงร่างกาย (ดอก) 3.ช่วยชูกำลัง (ดอก) 4.ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย (ดอก) 5.ช่วยทำให้เจริญอาหาร (เกสร) 6.ดอกใช้เป็นยาบำรุงโลหิต (ดอก) 7.ดอกมีรสสุขมหอม ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ (ดอก) ช่วยบำรุงหัวใจให้สดชื่น ทำให้ใจชุ่มชื้น (ดอก) 8.ใช้เป็นยาแก้ไข้ (ดอก) ส่วนเกสรมีสรรพคุณช่วยแก้ไข้จับ แก้ไข้เพื่อลม แก้ไข้เพื่อปถวีธาตุ แก้โรค (เกสร) 9.ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (เกสร) 10.ช่วยแก้ลมวิงเวียน (ดอก) 11.ช่วยแก้อาการจุกเสียด (ดอก) 12.เนื้อไม้มีรสขมและเฝื่อน ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (เนื้อไม้, ต้น, กิ่ง, ก้าน) 13.ช่วยแก้ปัสสาวะพิการ (เนื้อไม้, ต้น, กิ่ง, ก้าน) 14.รากมีฤทธิ์ในการคุมกำเนิด (ราก)

ราคา 500.00 บาท ติดต่อ ปุณณภา งานสำเร็จ โทร. 0629246459, 0629246459 จังหวัดนครราชสีมา

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที