สวนเกษตรผสมผสาน
ใน สวนเกษตรผสมผสาน
แชร์บน facebook

สารอินทรีย์สกัด ขยายเซลพืช

สวนเกษตรผสมผสาน

โดยปกติแล้วเกษตรรุ่นเก่ามักไม่รู้จักปุ๋ยทางใบ ฮอร์โมนทางใบแต่จะคุ้นเคยกับปุ๋ยเคมี เช่น ปุ๋ยเคมีทางดินที่เป็นกระสอบมีลักษณะเป็นเม็ด สูตร 24-7-7, 16-16-16, 46-0-0เป็นต้น หรือปุ๋ยเกล็ดที่อยู่ในรูปปุ๋ยเคมีสำหรับฉีดพ่นทางใบ แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการการณ์ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต เครื่องมือรวมถึงงานวิจัยใหม่ๆทำให้รู้ได้ว่าทำอย่างไรใช้ปุ๋ยตัวไหนหรือสารสกัดชนิดใดที่จะทำให้พืช โตไวติดดอกออกผล พืชสามารถดูดซึมเข้าใช้ประโยชน์ได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการทำงานของพืช อัตราใช้น้อย ใช้งานสะดวกที่สำคัญผลของจุดคุ้นทุนนั้นถูกกว่าปุ๋ยรุ่นเก่าที่มักมีผลเสียต่อดิน น้ำและพืชในระยะยาว ปกติแล้วพืชจะมีไขมันพืชซึ่งเป็นเกราะชีวภาพที่พืชสร้างขึ้นมาตามใบ กิ่ง ก้านและผลเพื่อป้องกันเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของโรคพืช แต่สารเหล่านี้มักถูกทำลายโดย สารเคมี หรือ สารจับใบเคมี ที่เกษตรใช้อย่างไม่ถูกวิธีทำให้พืชอ่อนแอต่อโรคพืช เติบโตช้าให้ผลผลิตน้อย ทำให้เกษตรกรต้องเสียเงินซื้อสารเคมีกำจัดโรคเพิ่มเติมและซ้ำร้ายพืชของเกษตรกรหนักเข้าไปอีกโดยไม่รู้ตัว หมึกยักษ์เขียว หมึกยักษ์เขียว เป็นสารอินทรีย์สกัดเข้มข้นจากสารอินทรีย์หลายชนิด มีอนุภาคขนาดเล็กสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์พืชได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์อาหารพืช สกัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความเข้มข้นสูง ดูดซึมเข้าสูผนังเซลล์พืชได้อย่างรวดเร็ว ด้วยตัวนำที่เป็นส่วนผสมในหมึกเขียวที่เรียกว่าสารคีเลท ซึ่งเป็นธาตุอาหารพืชที่เป็นประโยชน์ต่อพืชเช่นกัน ปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อมอัตราการใช้น้อย เห็นผลภายใน 4 วัน สุดคุ้ม..เร่งปริมาณ เร่งผลผลิต เร่งคุณภาพ เร่งรายได้ สารอินทรีย์สกัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความเข้มข้นสูง ดูดซึมเข้าสูผนังเซลล์พืชได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อม ? กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช การงอกของเมล็ด การเกิดราก การแตกตา ดอก ยอด กิ่งข้าง การแตกขยายกอ กระตุ้นให้พืชผลิตแป้งและน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ? เร่งการแบ่งเซลล์และขยายเซลล์ เร่งใบเขียว ใบหนา ใบกว้าง เร่งสีและขนาดของไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล ลดความเป็นพิษ เนื่องจากความเข้มข้นสะสมของปุ๋ยและยาเคมี ? ช่วยกระตุ้นพืชในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคพืช เชื้อรา ฟื้นฟูสภาพต้นหลังเก็บเกี่ยว การตัดแต่งกิ่ง ต้นโทรม ลดความเครียดจากภาวะแห้งแล้ง และถูกศัตรูพืชรบกวน ? ป้องกัน N P K จากการชะล้างหรือล็อค เสริมประสิทธิภาพของปุ๋ยสารกำจัดแมลง ศัตรูพืช เพิ่มขีดความสามารถในการถือครองน้ำของดิน กระตุ้นกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน ปริมาณการใช้น้อย เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่เข้มข้นสูง เห็นผลภายใน 3-4 วันหลังจากฉีดพ่น เพิ่มปริมาณการผลิตเป็นเท่าตัวจนสามารถพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง เมื่อใช้ หมึกยักษ์เขียวแล้วพืชจะเติบโตแข็งแรงมีความต้านทานโรคต่างๆตามธรรมชาติ ลดปัญหาการใช้ยารักษาโรคพืช ฉีดพ่นทางใบ กิ่ง ช่อ ดอก และโคนต้น ทุก7-10 วัน หมึกยักษ์เขียว สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีทางการเกษตรทุกชนิดโดยที่ หมึกยักษ์เขียว ไม่เปลี่ยนสภาพ ช่วยนำสารเคมีเข้าสู่ ใบ ผนังเซลล์พืช มีฤทธิ์ติดทนนาน ลดเวลาและต้นทุนในการผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคพืช ยืดระยะเวลาในการฉีดพ่นยากำจัดแมลงศัตรูพืช ใช้ได้กับผักอินทรีย์หรือผักปลอดสารทุกชนิด(มีส่วนผสมของสาร คีเลท จากธรรมชาติ) ชนิดของพืช อัตราการใช้ /น้ำ20ลิตร พืชตระกูลส้ม :มะนาว มะกรูด ส้มแป้น ส้มเช้ง ส้มเขียวหวาน ส้มโอ เลม่อน ฯลฯ 20-25 ซีซี พืชตระกูลถั่ว : ถั่วฝักยาว ถั่วเขียว ถั่วลันเตา ถั่วดำ ถั่วลิสง ถั่วดาวอินคา ฯลฯ 25-30 ซีซี พืชหัว : มันสำปะหลัง มันฝรั่ง มันเทศ มันแกว เผือก ฯลฯ 25-30 ซีซี ธัญพืช : ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวไรซ์เบอรี่ ฯลฯ 30-35 ซีซี พืชน้ำมัน : ถั่วเหลือง ละหุ่ง งา ถั่วลิสง ทานตะวัน ฯลฯ 30-35 ซีซี พืช : อ้อย หน่อไม้ฝรั่ง ไผ่ ฯลฯ / เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดฟาง เห็ดโคน ฯลฯ 25-30 ซีซี ผัก : คะน้า ผักบุ้ง ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือ แตกกวาชะอม ผักหวานฯลฯ 20-25 ซีซี สมุนไพร : ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด มะขามแขก ใบบัวบก ขิง ข่า ฯลฯ 20-25 ซีซี ไม้ผล : มะม่วง ลองกอง เงาะ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า ลำไย ฯลฯ 25-30 ซีซี ไม้ดอก : ลีลาวดี ชวนชม โป๊ยเซียน เข็ม กุหลาย ดาวเรือง กล้วยไม้ ฯลฯ /บัวสี 15-20 ซีซี ไม้ประดับ : ปาล์ม สน สาวน้อยปะแป้ง พลูด่าง วาสนา ไทร ตะโก ฯลฯ 25-30 ซีซี แช่เมล็ดพันธุ์พืช กิ่งปักชำ หรือผสมในวัสดุเพาะชำ ตุ้มตอน 30-40 ซีซี สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 600.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

สารสกัดขยายเซลพืช

สวนเกษตรผสมผสาน

สารสกัดขยายเซลพืช/อาหารทางใบสำหรับพืช โดยปกติแล้วเกษตรรุ่นเก่ามักไม่รู้จักปุ๋ยทางใบ ฮอร์โมนทางใบแต่จะคุ้นเคยกับปุ๋ยเคมี เช่น ปุ๋ยเคมีทางดินที่เป็นกระสอบมีลักษณะเป็นเม็ด สูตร 24-7-7, 16-16-16, 46-0-0เป็นต้น หรือปุ๋ยเกล็ดที่อยู่ในรูปปุ๋ยเคมีสำหรับฉีดพ่นทางใบ แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการการณ์ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต เครื่องมือรวมถึงงานวิจัยใหม่ๆทำให้รู้ได้ว่าทำอย่างไรใช้ปุ๋ยตัวไหนหรือสารสกัดชนิดใดที่จะทำให้พืช โตไวติดดอกออกผล พืชสามารถดูดซึมเข้าใช้ประโยชน์ได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการทำงานของพืช อัตราใช้น้อย ใช้งานสะดวกที่สำคัญผลของจุดคุ้นทุนนั้นถูกกว่าปุ๋ยรุ่นเก่าที่มักมีผลเสียต่อดิน น้ำและพืชในระยะยาว ปกติแล้วพืชจะมีไขมันพืชซึ่งเป็นเกราะชีวภาพที่พืชสร้างขึ้นมาตามใบ กิ่ง ก้านและผลเพื่อป้องกันเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของโรคพืช แต่สารเหล่านี้มักถูกทำลายโดย สารเคมี หรือ สารจับใบเคมี ที่เกษตรใช้อย่างไม่ถูกวิธีทำให้พืชอ่อนแอต่อโรคพืช เติบโตช้าให้ผลผลิตน้อย ทำให้เกษตรกรต้องเสียเงินซื้อสารเคมีกำจัดโรคเพิ่มเติมและซ้ำร้ายพืชของเกษตรกรหนักเข้าไปอีกโดยไม่รู้ตัว หมึกยักษ์เขียว เป็นสารอินทรีย์สกัดเข้มข้นจากสารอินทรีย์หลายชนิด มีอนุภาคขนาดเล็กสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์พืชได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์อาหารพืช สกัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความเข้มข้นสูง ดูดซึมเข้าสูผนังเซลล์พืชได้อย่างรวดเร็ว ด้วยตัวนำที่เป็นส่วนผสมในหมึกเขียวที่เรียกว่าสารคีเลท ซึ่งเป็นธาตุอาหารพืชที่เป็นประโยชน์ต่อพืชเช่นกัน ปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อมอัตราการใช้น้อย เห็นผลภายใน 4 วัน สุดคุ้ม..เร่งปริมาณ เร่งผลผลิต เร่งคุณภาพ เร่งรายได้ สารอินทรีย์สกัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความเข้มข้นสูง ดูดซึมเข้าสูผนังเซลล์พืชได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อม ? กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช การงอกของเมล็ด การเกิดราก การแตกตา ดอก ยอด กิ่งข้าง การแตกขยายกอ กระตุ้นให้พืชผลิตแป้งและน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ? เร่งการแบ่งเซลล์และขยายเซลล์ เร่งใบเขียว ใบหนา ใบกว้าง เร่งสีและขนาดของไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล ลดความเป็นพิษ เนื่องจากความเข้มข้นสะสมของปุ๋ยและยาเคมี ? ช่วยกระตุ้นพืชในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคพืช เชื้อรา ฟื้นฟูสภาพต้นหลังเก็บเกี่ยว การตัดแต่งกิ่ง ต้นโทรม ลดความเครียดจากภาวะแห้งแล้ง และถูกศัตรูพืชรบกวน ? ป้องกัน N P K จากการชะล้างหรือล็อค เสริมประสิทธิภาพของปุ๋ยสารกำจัดแมลง ศัตรูพืช เพิ่มขีดความสามารถในการถือครองน้ำของดิน กระตุ้นกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน ปริมาณการใช้น้อย เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่เข้มข้นสูง เห็นผลภายใน 3-4 วันหลังจากฉีดพ่น เพิ่มปริมาณการผลิตเป็นเท่าตัวจนสามารถพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง เมื่อใช้ หมึกยักษ์เขียวแล้วพืชจะเติบโตแข็งแรงมีความต้านทานโรคต่างๆตามธรรมชาติ ลดปัญหาการใช้ยารักษาโรคพืช ฉีดพ่นทางใบ กิ่ง ช่อ ดอก และโคนต้น ทุก7-10 วัน หมึกยักษ์เขียว สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีทางการเกษตรทุกชนิดโดยที่ หมึกยักษ์เขียว ไม่เปลี่ยนสภาพ ช่วยนำสารเคมีเข้าสู่ ใบ ผนังเซลล์พืช มีฤทธิ์ติดทนนาน ลดเวลาและต้นทุนในการผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคพืช ยืดระยะเวลาในการฉีดพ่นยากำจัดแมลงศัตรูพืช ใช้ได้กับผักอินทรีย์หรือผักปลอดสารทุกชนิด (มีส่วนผสมของสาร คีเลท จากธรรมชาติ) ชนิดของพืช อัตราการใช้ /น้ำ20ลิตร พืชตระกูลส้ม :มะนาว มะกรูด ส้มแป้น ส้มเช้ง ส้มเขียวหวาน ส้มโอ เลม่อน ฯลฯ 20-25 ซีซี พืชตระกูลถั่ว : ถั่วฝักยาว ถั่วเขียว ถั่วลันเตา ถั่วดำ ถั่วลิสง ถั่วดาวอินคา ฯลฯ 25-30 ซีซี พืชหัว : มันสำปะหลัง มันฝรั่ง มันเทศ มันแกว เผือก ฯลฯ 25-30 ซีซี ธัญพืช : ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวไรซ์เบอรี่ ฯลฯ 30-35 ซีซี พืชน้ำมัน : ถั่วเหลือง ละหุ่ง งา ถั่วลิสง ทานตะวัน ฯลฯ 30-35 ซีซี พืช : อ้อย หน่อไม้ฝรั่ง ไผ่ ฯลฯ / เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดฟาง เห็ดโคน ฯลฯ 25-30 ซีซี ผัก : คะน้า ผักบุ้ง ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือ แตกกวา ชะอม ผักหวานฯลฯ 20-25 ซีซี สมุนไพร : ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด มะขามแขก ใบบัวบก ขิง ข่า ฯลฯ 20-25 ซีซี ไม้ผล : มะม่วง ลองกอง เงาะ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า ลำไย ฯลฯ 25-30 ซีซี ไม้ดอก : ลีลาวดี ชวนชม โป๊ยเซียน เข็ม กุหลาย ดาวเรือง กล้วยไม้ ฯลฯ /บัวสี 15-20 ซีซี ไม้ประดับ : ปาล์ม สน สาวน้อยปะแป้ง พลูด่าง วาสนา ไทร ตะโก ฯลฯ 25-30 ซีซี แช่เมล็ดพันธุ์พืช กิ่งปักชำ หรือผสมในวัสดุเพาะชำ ตุ้มตอน 30-40 ซีซี สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 350.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

ไตโตซาน สารอินทรีย์สกัดเข้มข้น ขนาด 0.5L

สวนเกษตรผสมผสาน

ไคตินและไคโตซานเป็นอนุพันธ์ของคาร์โบไฮเดรต เป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติ ที่ประกอบด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมหลายประการ เช่น สามารถแตกสลายได้ทางชีวภาพ การตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ ไม่เป็นพิษ และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โครงสร้างของไคตินและไคโตซานประกอบด้วยไนโตรเจน ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้พืชดึงดูดแร่ธาตุอื่นไปใช้และยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของพืช นอกจากนี้ ไคตินและไคโตซานยังสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศและดิน จึงสามารถนำไปใช้ทำเป็นปุ๋ยชีวภาพได้ ปัจจุบัน มีการนำไคตินและไคโตซานมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการทำเกษตรอินทรีย์ และพบว่าสารดังกล่าวนี้ สามารถเพิ่มผลผลิตและทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดีขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง เนื่องจากลดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ไคโตซาน (Chitosan) เป็นอนุพันธ์ ชนิดหนึ่งของไคตินที่ได้จากการทำปฏิกิริยาดีอะซิทิเลชัน (deacetylation) ของไคตินในสารละลายด่างเข้มข้น สารไคตินและไคโตซานเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติ สามารถแตกสลายได้ทางชีวภาพ (biodegradable) ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เกิดการแพ้ ไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษ (non–phytotoxic) แหล่งวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตสารไคตินและสารไคโตซานในปัจจุบัน ได้แก่ เปลือกกุ้ง กระดองปู และแกนปลาหมึก ซึ่งเป็นของเสียจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง ซึ่งเปลือกกุ้งและกระดองปูมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ไคติน (20-30%) โปรตีน (30-40%) และแคลเซียมคาร์บอเนต (30-50%) โดยสารไคตินและไคโตซานมีลักษณะเป็นของแข็ง สีขาว ดังแสดงในรูปที่ 1นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการนำเส้นใยของเชื้อรามาผลิตสารไคตินและไคโตซานอีก ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ไคโตซานจะไม่ละลายน้ำเช่นเดียวกับเปลือกกุ้ง กระดองปู หรือเปลือกไม้ทั่วไป แต่ไคโตซานจะละลายได้ดีเมื่อใช้กรดอินทรีย์เป็นตัวทำละลาย สารละลายของไคโตซานจะมีความข้นเหนียวแต่ใสคล้ายวุ้น หรือพลาสติกใส ยืดหยุ่นได้เล็กน้อยจึงมีคุณสมบัติที่พร้อมจะทำให้เป็นรูปแบบต่างๆได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าต้องการทำเป็นแผ่นหรือเยื่อบางๆเป็นเจล หรือรูปร่างเป็นเม็ด เกล็ด เส้นใย สารเคลือบและคอลลอยด์ เป็นต้น นอกจากนี้ไคโตซานยังย่อยสลายตามธรรมชาติ จึงไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต เมื่อกินเข้าไปและไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเติมลงไปในน้ำหรือในดินเพื่อการเกษตร ไคโตซานที่ผลิตขึ้นมาใช้ในปัจจุบันนี้ มีหลายรูปแบบ และส่วนใหญ่จะผลิตมาจากบริษัทต่างประเทศ จึงมีราคาค่อนข้างสูง ประโยชน์ของไคโตซานกับการเกษตร 1.ช่วยยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช การยับยั้งเชื้อสาเหตุของโรคพืช ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราบางชนิด โดย ไคโตซาน จะซึมผ่านเข้าทางผิวใบ ลำต้นพืช ช่วยยับยั้งการเกิดโรคพืชในกรณีที่เกิดเชื้อโรคพืชแล้ว ยังรักษาโรคพืช และสร้างความต้านทานโรคให้กับพืชที่ไม่ติดเชื้อ โดย ไคโตซาน มี คุณสมบัติที่สามารถออกฤทธิ์เป็นตัวกระตุ้น ต่อพืชได้ จะกระตุ้นระบบป้องกันตัวเองของพืช ทำให้พืชผลิตเอนไซม์และสารเคมีเพื่อป้องกันตนเองหลายชนิดพืชจึงลดโอกาสที่จะ ถูกคุกคามโดยเชื้อสาเหตุโรคพืชได้ ดังนั้นเกษตรกรจึงควรใช้ไคโตซานขณะที่พืชยังเล็กหรือตั้งแต่เริ่มเพาะปลูก ไคโตซานจะช่วยเคลือบ เมล็ดพันธุ์หรือแช่เมล็ดพันธุ์ก่อนปลูก ป้องกันเชื้อราที่จะมาทำร้ายเมล็ดพันธุ์ กระตุ้นการงอกของรากของเมล็ดพันธุ์ได้ดี เร่งรากยาวทำให้พืชสามารถกินปุ๋ยได้มากขึ้นดังนั้นจึงลดปุ๋ยลง เมื่อพืชกินปุ๋ยได้มากขึ้น ก็ขยายท่อลำเลียงพืชได้ดีขึ้น ลำต้นใหญ่ขึ้นพืชจึงสมบูรณ์ทำให้เพิ่มผลผลิต ทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพดี . ป้องกันและกำจัดโรคพืช กระตุ้นให้พืชสร้างสารป้องกันโรคพืช เช่น ไฟโตอะเล็กซิน ไคติเนส รวมทั้ง ยับยั้ง RNA ของเชื้อราไม่ให้สามารถขยายพันธุ์ได้ พืชจึงแข็งแรง (90% โรคพืชเกิดจากเชื้อรา) ประหยัดยาฆ่าแมลง เชื้อรา โรคพืชเพราะไม่มีแมลงมากินต้นพืช ทำให้สามารถผลิตสารลิกนิน เพื่อ ป้องกันเชื้อราได้ด้วยตนเอง พืชจะแข็งแรงมีภูมิต้านทานต่อโรคได้ด้วยตนเอง พืชจะแข็งแรงมีภูมิต้านทานต่อโรค อนุพันธ์ของไคตินและไคโตซาน มีผลต่อการต้านทานและกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียบางประเภทที่ก่อโรคให้กับพืช เช่น โรครากเน่า โคนเน่า ราน้ำค้าง ราข้าว โรคแคงเกอร์ โรคใบติด โรคใบจุด โรคใบส้มในนาข้าวและอื่นๆ ซึ่งเกิดจากโครงสร้างทางประจุ และสร้างเอนไซม์ซึ่งทำให้ย่อยสลายทำลายเชื้อราโรคพืชได้อย่างดีและยังพบว่าไคโตซานสามารถเข้าสู่เซลล์เชื้อราและทำให้เกิดการยับยั้งการสร้างและสะสมของ RNA จึงทำให้เชื้อราถูกยับยั้งการเจริญเติบโต สารไคโตซานสามารถควบคุมราสีเทา (gray mold) ที่เกิดจากเชื้อ Botrytis cinerea ในองุ่นและแอปเปิ้ลได้ ไคโตซาน 1% สามารถยับยั้งการงอกของสเปอร์เชื้อรา F. solani f.sp. glycine และยับยั้งการเกิดโรค sudden death syndrome (SDS) ของถั่วเหลือง แต่ในเชื้อราบางประเภทและแบคทีเรียบางชนิดที่มีประโยชน์จะมีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วเมื่อใช้อนุพันธ์ของไคตินและไคโตซาน 2. ทำให้พืชเกิดการสร้างความต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช ไคโตซาน จะกระตุ้นให้มีการผลิตสารลิกนินและแทนนินของพืชมากขึ้น พืชสามารถป้องกันตัวเองจากการกัด ดูด ทำลายของแมลงศัตรูพืช จะสังเกตว่าต้นพืชที่ได้รับ ไคโตซาน จะมีแวกซ์เคลือบที่ผิวใบ ซึ่งปกติแล้วพืชจะสร้างสารเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวจากแมลงศัตรูพืชและโรคพืชต่างๆ แต่ในต้นพืชที่ไม่สมบูรณ์มากพอการสร้างสารแวกซ์เหล่านี้จะบางตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อถูกแมลงเข้าทำลายจึงเสียหายได้ง่าย และในทิศทางเดียวกันเมื่อแวกซ์ของพืชถูกทำลายเป็นโอกาสให้เชื้อราหรือแบคทีเรียโรคพืชเข้าทำลายซ้ำอีกครั้ง การฉีดพ่นสารไคโตซานจึงไปช่วยในการเคลือบใบ ผลและดอกที่ถูกแมลงศัตรูพืชทำลาย ทำให้เชื้อราหรือแบคทีเรียโรคพืชไม่สามารถเข้าไปย่อยสลายเซลพืชได้ และไคโตซาน จะมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกลิ่นที่แมลงปีกแข็ง ศัตรูพืชได้กลิ่นจะบินหนีไปเพราะได้กลิ่นเฉพาะของไคโตซาน แมลงที่กัดกินต้นพืชจะไข่ทิ้งไว้เพื่อขยายพันธุ์ จึงทิ้งสาร ไคโตซาน ไว้เพื่อจับจองพื้นที่แมลงเมื่อได้กลิ่นจะบินหนีทันที เพราะคิดว่าพื้นที่บริเวณนี้มีแมลงมาจับจองพื้นที่แล้วนั่นเอง 3.สารเร่งการเจริญเติบโตของพืช ไคโตซานถูกใช้เป็นสารเร่งการเจริญเติบโต ให้ผลเช่นเดียวกับฮอร์โมนเร่งราก ใช้กระตุ้นการงอกของกิ่งชำไม้ดอกและไม้ประดับต่างๆ โดยนำส่วนของพืชที่ต้องการชำแช่ในสารละลายเจือจางของไคโตซานประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนนำไปปักชำในวัสดุเพาะชำ การฉีดพ่นไคโตซาน ในนาข้าวส่งให้ผลผลิตข้าวมีปริมาณเพิ่มขึ้น 41.7 – 91.5% โดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูก และการใช้ไคโตซาน ฉีดพ่นกล้วยไม้ซึ่งมีผลเร่งการเจริญเติบโตของใบใหม่ ปริมาณไคโตซานที่เหมาะสมต่อการเพิ่มจำนวนดอกและกระตุ้นการเจริญเติบโตของใบ 4. ช่วยปรับค่าPHและเป็นประโยชน์ต่อจุลินทรีย์ในดิน ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน ไคโตซาน สามารถ ส่งเสริมการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน เช่น เชื้อที่มีประโยชน์ต่อพืช ทำให้เกิดการลดปริมาณของจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคพืช ปรับค่า PH ของดินให้เป็นกลาง เป็นปุ๋ยให้แก่พืช พืชทุกชนิดที่ได้ใช้ ไคโตซาน จะทำให้พืชสามารถตรึงเอา ไนโตรเจนนำมาใช้ได้ถ้าเป็นเห็ดสามารถตรึงเอาคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ได้เป็น อย่างดี ไคโตซานมีประจุแกรมบวกเยอะมาก และพืชที่ได้ใช้ไคโตซาน สามารถดูดซึมเอาธาตุอาหารในดินหลายชนิดเช่น โปรแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียมเหล็ก ฟอสเฟตไนเตรส มาใช้ และเก็บไว้แล้ว ปลดปล่อยให้แก่พืชอย่างช้าๆ ตามความต้องการของพืชแต่ละชนิด ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น ดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชจะต้องมีค่า pH 5.5-8.5 การใช้ ไคโตซาน อย่างต่อเนื่องจะทำให้ค่า pH ของดินเท่ากับ 6-7 ซึ่งเป็นกลางที่สุด จึงเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชอย่างยิ่ง รวมทั้งคุณสมบัติที่ช่วยสลายเคมีในดิน อันต่อเนื่องจากใช้ปุ๋ยเคมีอย่างยาวนาน รวมทั้งช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน รวมทั้งลดปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นโรคพืช 5.ประโยชน์ของการใช้ไคโตซานหลังการเก็บเกี่ยวพืชผล พืชที่ใช้ ไคโตซาน ทุกชนิดจะเก็บไว้ได้ยาวนานกว่าพืชที่ไม่ได้ใช้ (พิสูจน์ได้) โดยการรักษาคุณภาพผลผลิต เพราะว่าพืชที่ใช้ไคโตซาน มีการเคลือบบนผิวผักผลไม้ เป็นลักษณะฟิล์มบางใสๆ ปราศจากสีและกลิ่น ทนทานต่อสภาวะกรดได้ดี ไคโตซานมีประสิทธิภาพในการลดอัตราการเจริญเติบโตของราบางชนิด ซึ่งจะยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราโดยตรง และกระตุ้นกระบวนการต่างๆ ในเนื้อเยื่อพืชให้เกิดภูมิต้านทานต่อเชื้อราบางชนิด ดังนั้นจึงได้มีการนำไคโตซานมาใช้ในการเคลือบผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่ายาฆ่าเชื้อราบางชนิด และยังปลอดภัย ไคโตซานเคลือบผิวส้มด้วยความหนาประมาณ 30-35 ไมครอน พบว่าสามารถเก็บรักษาส้มได้ถึง 35-40 วัน โดยคุณภาพ เช่น สีของเปลือกนอกไม่เปลี่ยนแปลง และใช้ไคโตซานเคลือบผลไม้อื่นๆ เช่น ลูกพีท ลูกแพร กีวี และสตรอเบอรี่เพื่อยืดอายุและควบคุมการเน่าเสียได้ดีขึ้น สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 200.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

กรดอะมิโน

สวนเกษตรผสมผสาน

ประโยชน์ของ “ กรด อะมิโน ” 1.เร่งการเจริญเติบโตในทุกระยะของพืชได้ทุกชนิด ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อ ขยายโครงสร้างและผลผลิตของพืช เพิ่มน้ำหนักผล เร่งใบเขียว เร่งราก แตกยอด ขยายกอ เร่งสีดอก ผล 2.เร่งให้พืชสร้างฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีการซ่อมแซมโครงสร้างพืชและการต้านทานต่อโรค แมลง หรือภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยส่งเสริมการผสมละอองเกสรและการติดผล 3.อุดมด้วยสารอาหารช่วยปรับปรุงคุณภาพดินให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชและจุลินทรีย์ในดินให้มีการขยายตัวดี พืชสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว 4.ช่วยในการสังเคราะห์แสงของต้นพืชและบังคับการ ปิด-เปิด ปากใบของพืชเพื่อลดการสูญเสียน้ำ ในต้นพืช ช่วยกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนพืช สกัดจากธรรมชาติ จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม อัตราการใช้สารสกัดอะมิโน แอซิดเข้มข้น 1. 10กรัมต่อน้ำ20ลิตร หรือ 100กรัมต่อน้ำ200 ลิตร สามารถผสมฉีดพ่นรวมกับ สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยทางใบ ฮอร์โมน และธาตุอาหารเสริมต่างๆได้ทุกชนิด 2. ฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่ม ดอก ผล และบริเวณโคนต้น ทุก 10 -15 วัน พืชที่แนะนำให้ใช้ : ใช้ได้กับนาข้าว พืชไม้เลื้อย พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล ไม้ยืนต้น ผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชผักสวนครัวทุกๆชนิด โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อชีวิตทั้งของมนุษย์ สัตว์ และพืช แต่สิ่งที่ต้องการกลับไม่ใช่โปรตีน แต่เป็นกรดอะมิโน ที่เป็นหน่วยเล็กๆ ของโปรตีนนั่นเอง การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ จะต้องมีองค์ประกอบของอินทรีย์สารที่เรียกว่าโปรตีน (Proteins) ในสารโปรตีนนี้ ประกอบด้วย โมเลกุลของสารย่อยต่างๆ มาต่อเรียงกันเป็นลูกโซ่ และสารย่อยๆ เหล่านั้น เรียกว่า อะมิโน แอซิด หรือ กรดอะมิโน (Amino acids) กล่าวอีกนัยหนึ่ง กรดอะมิโน ก็คือ ต้นกำเนิด ของ สารโปรตีน นั่นเอง ดังนั้น กรดอะมิโน จึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและสร้างความแข็งแรงต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิต นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า กรดอะมิโน มีอยู่ 20 ชนิด และแต่ละชนิด มีคุณสมบัติและหน้าที่แตกต่างกันไป ต่อการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ อะมิโน แอซิด เป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนและเอนไซม์ ที่พืชจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาใช้ การดูดซึมอะมิโนจะเร็ว และใช้ได้ทันที พืชจะให้การตอบสนองที่ดีมากขึ้นไปกว่าการใช้ปุ๋ยแต่เพียงอย่างเดียว กรดอะมิโนเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการสังเคราะห์โปรตีน ในแต่ละขั้นของการสังเคราะห์ จะมีกรดอะมิโนประมาณ 20 ชนิดที่เกี่ยวข้อง กรดอะมิโนมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทางชีวภาพของพืช ทั้งทางตรง และทางอ้อม นอกจากการให้กรดอะมิโนทางใบแล้ว ยังสามารถใช้ทางดินได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้สิ่งมีชีวิตจำพวกแบคทีเรียในดินเจริญเติบโตดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การมีดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุมากยิ่งขึ้น การฉีดพ่นกรดอะมิโน ทางใบให้กับพืช เป็นการให้กรดอะมิโนที่สำคัญ และจำเป็นแก่พืช โดยพืชสามารถนำไปใช้สังเคราะห์เป็นโปรตีนได้ทันที เสมือนการให้ปุ๋ยทางลัด และเร่งการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด พืชทุกชนิดนั้นนอกจากจะต้องการ ดิน, แสงแดด, ฝน, และอากาศ แล้วยังต้องการโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โปรตีนถูกสร้างขึ้นจากกรดอะมิโนหลายๆตัวประกอบเข้าด้วยกัน ปกติแล้วพืชจะสร้างกรดอะมิโนที่จำเป็นขึ้นมาจากองค์ประกอบพื้นฐานซึ่งคือ คาร์บอน, ออกซิเจน, ไฮโดรเจน, และไนโตรเจน เริ่มแรกนั้นพืชจะนำคาร์บอนและออกซิเจนที่ได้จากอากาศมาผสมกับไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำในดิน สิ่งที่ได้เรียกว่า Carbon Hydrate กระบวนการนี้เรียกว่าการสังเคราะห์ด้วยแสง จากนั้น Carbon Hydrate จะถูกนำไปผสมกับไนโตรเจนที่พืชดูดซึมมาจากดิน สิ่งที่ได้ก็คือ “กรดอะมิโน ชนิด L” การที่พืชได้รับกรดอะมิโนในปริมาณที่พอเหมาะเป็นที่รู้กันว่าจะนำไปสู่ปริมาณ และคุณภาพของผลผลิตที่มากขึ้นปริมาณการให้กรดอะมิโนแก่พืชด้วยการฉีดพ่นทางใบนั้น ต้องดูที่ชนิดของพืช และระยะการเจริญเติบโตของพืชเป็นหลัก พืชจะดูดซึมกรดอะมิโนเข้าไปผ่านทางปากใบ ส่วนปริมาณที่สามารถรับได้จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และอุณหภูมิเป็นสำคัญ ในบางสภาวะ พืชขาดสารอาหารบางชนิด ไม่สามารถผลิตกรดอะมิโนได้ตามความต้องการ ทำให้พืชไม่สมบูรณ์ หรือ ออกดอก ออกผลได้ไม่มาก หรือผลผลิตไม่สมบูรณ์ บิดเบี้ยว ผลเล็ก จึงจำเป็นต้องใช้กรดอะมิโนสำเร็จรูป เพื่อให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ตามความต้องการ ไม่ต้องผ่านขบวนการทางชีวเคมีที่พืชต้องสร้างขึ้นเอง เสมือนหนึ่งเป็นอาหารเสริมบำรุงพืช เพื่อช่วยเพิ่มและให้ผลผลิตมีคุณภาพที่สมบูรณ์ กรดอะมิโน ให้ธาตุไนโตรเจน ( N ) เร่งการเจริญเติบโตของพืช เป็นอะมิโนคีเลต ซึ่งพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าการใช้ปุ๋ยธรรมดา ส่งผลให้ช่อดอกของพืชมี ความยาวช่อเพิ่มขึ้น จำนวนดอกและการแตกยอดใหม่ของพืชเพิ่มขึ้น กรดอะมิโนช่วยผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้ สารคีเลต (Chelate) คืออะไร คือสารอินทรีย์เคมี ซึ่งสามารถรวมกับธาตุอาหารที่มีประจุบวก เช่น เหล็ก, สังกะสี, ทองแดง, แมงกานีส เป็นต้น ปฏิกิริยาการรวมนี้เรียกว่า chelation โดยสารคีเลตจะล้อมธาตุเหล่านั้นไว้ไม่เปิดโอกาสให้ประจุลบจากที่อื่น เข้าทำปฏิกิริยาได้ จึงทำให้ธาตุคีเลตนี้ ไม่ตกตะกอน จึงเป็นประโยชน์ต่อพืชได้มากขึ้น คีเลตที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ละลายน้ำได้ดี พืชจึงสามารถดูดซึมผ่านรากหรือใบ นำธาตุอาหารรองเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ สารคีเลตที่ใช้ทำปุ๋ยจุลธาตุหรือธาตุอาหารเสริมมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1. สารคีเลตอินทรีย์จากธรรมชาติ เช่น กรดฮิวมิค กรดฟีโนลิก กรดซิตริก และ กรดอะมิโน 2. สารคีเลตสังเคราะห์ ที่สามารถจับกับธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี และแมงกานีสได้ เช่น EDTA ย่อมาจาก เอทิลีนไดอามีน เตตรา อะเซติก แอซิด เป็นต้น สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 200.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

สาหร่าย เร่งดอก

สวนเกษตรผสมผสาน

สารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชที่ผลิตจากสาหร่ายทะเล แอสโคฟิลลัม โนโดซัม (Ascophyllum nodosum)ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งประกอบด้วย ไซโตไคนิน กรดอะมิโน กรดอัลจีนิค คาร์โบไฮเดรต กรดแอบไซซิก ฮอร์โมนธรรมชาติ อะดีนีนและอินโดลอะซีติค ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม v กระตุ้นให้พืชแตกตาดอก ตากิ่ง เร่งยอดอย่างสม่ำเสมอ v เร่งให้พืชติดดอกออกผล ขยายผลใหญ่ v ยืดช่อ ยืดขั้ว เปิดตาดอก ดอกสมบูรณ์ผสมติดง่าย อัตราการใช้ 10 กรัม(หนึ่งช้อนโต๊ะ) ต่อน้ำ 20 ลิตร (สาหร่าย1ซองบรรจุ100กรัม) ใช้ได้สำหรับไม้ผล พืชผัก ไม้ดอก ไม้ประดับต่างๆ สาหร่ายสารสกัดจากผงปุ๋ยก่อให้เกิดการออกดอกจะช่วยป้องกันการไหลของใบและป้องกันการล่มสลายของผลไม้สุก สาหร่ายสารสกัดจากผงปุ๋ยขยายขนาดผลไม้เพิ่มผลผลิตและการปรับปรุงคุณภาพของการผลิต สาหร่ายสารสกัดจากผงปุ๋ยมีหลายเรื่องกิจกรรมชีวิตในทะเลน้ำตาลสาหร่ายไอโอดีนและอื่น ๆ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม มันสามารถยับยั้งโรคราแป้งเติบโตโรคราน้ำค้างและสีแดงเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแมงมุมสีแดงเรือนกระจก, Corticium และโรคอื่น ๆ ไซโตไคอยู่ในสาหร่ายเป็นฮอร์โมนที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านการเร่งกระบวนการแบ่งเซลล์และการทำสารสกัดจากสาหร่ายทะเลของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าที่ดีในวัฒนธรรมเนื้อเยื่อ เมื่อของเหลวสาหร่ายถูกนำไปใช้ในใบไม้จะเป็นตัวกระตุ้นการสังเคราะห์แสง ดังนั้นพืชจึงอยู่เขียวอีกต่อไป สาหร่ายสกัดช่วยให้รากที่จะเติบโตในมวลและความลึกซึ่งจะช่วยพืชที่จะดึงความชุ่มชื้นมากขึ้นจากดินที่เพิ่มขึ้นในระดับที่ทนแล้งของพืช มวลรากเพิ่มขึ้นยังช่วยให้พืชได้อย่างมีประสิทธิภาพการดูดซับและใช้ปุ๋ยอื่น ๆ ที่นำไปใช้กับพืชและดิน โครงสร้างรากแข็งแรงช่วยให้พืชร่างกายต่อต้านบางประเภทของโรครากและโคนเน่าในพืช สาหร่ายทะเลช่วยกระตุ้นสภาพคล่องและเพิ่มจุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่รอบๆของดินและรากพืชส่งผลให้มวลรากอย่างมีนัยสำคัญมากขึ้น ที่เป็นประโยชน์เชื้อราและแบคทีเรียที่รู้จักในฐานะ mycorrhiza ทำให้ที่อาศัยของจุลินทรีย์ในพื้นที่ของดินนี้มีกิจกรรมบริเวณรากพืชช่วยเพิ่มความสามารถในการเติบโตที่ดีต่อสุขภาพที่มีรากแข็งแรง ของเหลวสาหร่ายมีการดำเนินการอื่น ๆ อีกมากมายนอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถตามธรรมชาติเพื่อป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช ธาตุที่มีอยู่ในสาหร่ายสารสกัดจากผงปุ๋ยอยู่ในธรรมชาติรูปแบบคีและมีความพร้อมที่จะให้พืช สารสกัดจากสาหร่ายทะเลปุ๋ยส่งเสริมสุขภาพโดยทั่วไปของพืชรวมทั้งภัยแล้งและความต้านทานน้ำค้างแข็งผลไม้และพืชผักที่ปลูกโดยการประยุกต์ใช้สารสกัดจากสาหร่ายทะเลปุ๋ยมีชีวิตชั้นอีกต่อไป สารสกัดจากสาหร่ายทะเลปุ๋ยส่งเสริมลำต้นและใบเจริญเติบโตที่แข็งแกร่ง มันช่วยเร่งการสังเคราะห์แสงและต่อไปจะพัฒนาใบมีสุขภาพดี ใช้ฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่มเพื่อเร่งดอกออกผล ขยายขนาดผลทุก5วัน อัตราการใช้ 10กรัม/น้ำ20ลิตร การประยุกต์ใช้ดิน (สามารถเจือจางด้วยน้ำโดยตรง): 2 กก. / 2.5ไร่ ทางโคน รวมถึงการชลประทานสเปรย์น้ำหยดและจ่ายไปกับระบบให้น้ำพืช : 1 กรัม / น้ำ 1 ลิตร แช่เมล็ดพันธุ์: นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการแช่เมล็ดหรือกิ่งปักชำก่อนปลูก มันเหมาะสำหรับก่อนการงอกของเมล็ด; อัตราการเจือจาง 2กรัม/น้ำ1ลิตร เวลาสำหรับการแช่เมล็ดจะถูกกำหนดตามความหนาของผิวเมล็ด โดยทั่วไปก็ควรจะแช่ 2-8 ชั่วโมง หรือผสมน้ำราดรดถุงเพาะชำ สรรพคุณ: แง่มุมหนึ่งที่สำคัญที่สุดของประสิทธิภาพของสารสกัดจากสาหร่ายผงปุ๋ยคือปุ๋ยสารสกัดจากสาหร่ายทะเลที่สดใหม่ได้รับการประมวลผลอุตสาหกรรม การใช้งานของสาหร่ายทะเลสารสกัดจากปุ๋ยด้วยวิธีการเช่นอุณหภูมิสูงและความดันไฮโดรไลอัลคาไลน์น้ำ cryocrushing ฯลฯ หรือเพิ่มสารเคมีมากเกินไปอย่างจริงจังอาจทำลายองค์ประกอบที่สำคัญที่สำคัญของสาหร่ายทะเลที่สดใหม่และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของส่วนผสมที่ใช้งาน ที่สำคัญคือผลกระทบต่อการย่อยสลายของส่วนประกอบอินทรีย์ การประมวลผลอุตสาหกรรมปุ๋ยสาหร่ายทะเลสารสกัดจัดทำโดยเรามีคุณภาพเช่นเดียวกับสาหร่ายทะเลสดใหม่จากทะเล ปรึกษาวิธีใช้ที่ถูกต้องได้ที่ www.kasetkawna.com หรือLine ID : @kaset หรือโทร 0941908875 Composition Dry matter: 96.40 % Total organic matter: 56.30% Total Nitrogen: 1.23% Total P2O5: 1.02% Total K2O: 19.20% Trace elements Fe: 0.32% Ca: 1.15% Mg: 0.29% S: 1.76% Na: 4.33% Cu: 19 ppm Mannitol: 3.90% Betanies: 5.43 ppm Cytokinin & Gibberellin: 624 ppm Other physical data pH: 9 Specific gravity: 0.45~0.50 Solubility in water: > 99%, Soluable in Water, Amino Acids, Alginic Acid, Mannitol, Betaines , Auxins, Cytokinin, Gibberellin etc. Alginic Acid: 16.7% Electric conductivity (Solution): Electric Ratio organic C/ organic N: 10:1 Odour: Smell of Sea Appearance: Black Powder – Micro Granular:100% through 80 mesh สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 100.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที