สวนเกษตรผสมผสาน
ใน สวนเกษตรผสมผสาน
แชร์บน facebook

บีเอส กำจัดเชื้อโรคในพืชที่เกิดจากเชื้อรา

สวนเกษตรผสมผสาน

บีเอส บอบม์(BS BOOM)เป็นแบคทีเรีย ในกลุ่มของ บาซิลลัส ใช้สำหรับกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราสาเหตุของโรคพืชได้โดยตรง สามารถปรับตัวและทนต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนและทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดี นอกจากนี้ยังผลิตสารพิษ สร้างสปอร์ และเอนไซม์บางชนิดที่สามารถเข้าทำลายเชื้อราสาเหตุของโรคพืชและยังมีประโยชน์ในการนำมาใช้กระตุ้นให้เกิดความต้านทานของพืชต่อเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช ในอนาคต รู้จักเชื้อราสาเหตุของโรคพืช ลักษณะอาการที่เกิดจากเชื้อรา และการวินิจฉัยเชื้อราจัดว่าเป็นสาเหตุของโรคพืชที่สำคัญ ซึ่งมีมากกว่า 8, 000 ชนิด ซึ่งบางชนิดสามารถทำให้พืชเกิดโรคได้เฉพาะบางส่วน เฉพาะชนิดพืช แต่เชื้อราบางชนิดก็สามารถทำให้พืชเกิดโรคได้โดยไม่จำกัดว่าเป็นส่วนใดหรือพืชชนิดใด ทำให้พืชเกิดอาการได้มากมายหลายแบบ เชื้อราสามารถเข้าทำลายพืชได้แทบทุกชนิด ทั้งที่อยู่ในแปลงปลูก และผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้ว สามารถปรับตัวให้มีชีวิตอยู่ในอากาศ ดิน และน้ำได้ ดังนั้น การวินิจฉัยโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราให้ ถูกต้องและชัดเจน จะส่งผลไปถึงการป้องกันกำจัดที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป กลไกการเกิดโรค (Pathogenesis) เชื้อราเข้าสู่พืชทางแผล ทางช่องเปิดตามธรรมชาติ และ/หรือ ผ่านทางผนังเซล cuticle และ epidermis โดยตรง หลังจากเชื้ออยู่ในพืชแล้ว เชื้อจะใช้อาหารจากพืชเพื่อการเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ของเชื้อเอง อาหารที่เชื้อเบียดเบียนไปนั้น ปกติเพียงพอสำหรับการใช้ของเซลพืชเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลของพืชอาศัยนั้นมีการเจริญผิดปกติ มีอาการของโรคเกิดเฉพาะแห่งหรือทั่วทั้งต้นขึ้น เชื้อราที่ทำให้พืชเป็นโรค ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อโดยตรงหรือทางอ้อมจากสารต่างๆ ที่เชื้อขับถ่ายออกมาไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ของเซลและเนื้อเยื่อพืชสารที่เชื้อราสร้างขึ้นดังกล่าวได้แก่ เอนไซม์ สารพิษ (toxins) สารควบคุมการเจริญเติบโต (growth regulators) ปฏิชีวนะสาร (antibiotics) โดยเชื้อสามารถสร้างสารใดสารหนึ่ง หรือหลายสารมารวมกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ สารต่างๆ เหล่านี้อาจทำลายเซลพืชโดยตรง หรือมีอิทธิพลทางอ้อมกับกลไกที่ควบคุมขบวนการทาง การสังเคราะห์อาหารพืช ต่างๆ ในเซล หรือทำให้เซลมีปฏิกิริยาตอบโต้เชื้อ เอนไซม์บางชนิด เช่น pectinases, cellulases และ hemicellulases จะทำให้สารประกอบโครงสร้างต่างๆ ของผนังเซลพืชแตกตัว เอนไซม์พวก proteinases, amylases, lipases ฯลฯ สามารถย่อยสารต่างๆ ในเซล และมีผลทำให้อัตราการหายใจของพืชเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากสภาพของพืชปกติ (ปกติทำให้พืชมีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้น) สารพิษทำให้ความสามารถในการไหลของๆ เหลวผ่านเยื่อหุ้มเซล (permeability of membrane) เปลี่ยนแปลง อาจมีผลกระทบต่ออัตราการหายใจ ไปยับยั้งปฏิกิริยาต่างๆ โดยไปยึดสารโลหะที่อยู่ในรูปของไอออนอิสระ (free ions) หรือในรูปของตัวร่วมของเอนไซม์ (enzyme cofactor)เชื้อราอาจขับถ่ายสารควบคุมการเจริญเติบโตชนิดเดียวกับที่พืชมี สร้างได้เองตามปกติ จึงทำให้พืชเกิดอาการผิดปกติซึ่งเป็นปฏิกิริยาของเชื้อกับพืชโดยตรง เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคทางอ้อม โดยสารที่เชื้อขับถ่ายนั้นมีปฏิกิริยาเกิดการสะสมและ/หรือ ไปแตกตัวสารที่สนับสนุนการเจริญเติบโต และสารยับยั้งต่างๆ ในพืช ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นดังกล่าว อาจไปเพิ่มของสารโฮโมนแก่พืชทำให้การเจริญเติบโตมากกว่าปกติและเปลี่ยนรูปไป หรือทำให้การเจริญเติบโตต่ำกว่าปกติ แคระแกรน ใบล่างบิดเบี้ยว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของสารโฮโมนต่างๆและมีผลไปอุดตันกลุ่มท่อลำเลียงของพืชโดยตรงจึงทำให้พืชเหี่ยวเฉา ปฏิชีวนะสารที่เชื้อราหลายชนิดสร้างขึ้นมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยทำให้พืชมีสารพิษบางชนิด มีผลต่อความสามารถในการไหลผ่านของๆ เหลวของเยื่อหุ้มเซลและอัตราการหายใจของพืชเปลี่ยนแปลงไป บีเอส บอมบ์ บรรจุในซอง1ซองการขยายเชื้อหรือเพิ่มปริมาณของเชื้อก่อนใช้งาน 1.เตรียมน้ำดื่มขนาดขวด1.5ลิตร(น้ำดื่มที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านระบบuv, โอโซน )เทน้ำออกให้เหลือน้ำในขวด1.25 ลิตร 2.เปิดซองบีเอส บอมบ์ เทเชื้อลงในขวดน้ำดื่ม ขนาดขวด1.5 ลิตรให้หมดซอง (ไม่ควรใช้มือสัมผัสเชื้อหรือน้ำโดยตรง หลีกเลี่ยงที่มีกระแสลมแรง) ปิดฝาให้แน่น เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง ทำการเขย่าขวดเชื้อ 3-5ครั้งต่อวัน ทุกครั้งที่เขย่าแล้วหมุนเกลียวคลายฝาออกเพื่อระบายแก๊สส่วนหนึ่งออกมาจากขวด ปิดฝาวางไว้ในแนวนอนจนกว่าจะครบ 48 ชั่วโมง(2วัน) 3.ผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ในน้ำสะอาด 100ลิตร หรือถังฉีดขนาด20ลิตร กวนให้เข้า ยกขวดที่วางไว้ในแนวนอนขึ้นมาเบาๆไม่ต้องเขย่าให้กากอาหารเชื้อฟุ้งกระจาย เปิดฝาค่อยๆรินส่วนที่เป็นน้ำใสสีขุ่นๆออกมาผ่านกรองเพราะนั้นคือหัวเชื้อค่อยๆรินออกไปเรื่อย เชื้อบีเอสบอมบ์ออกมาหมดแล้ว ส่วนกากก็อยู่ในขวด หัวเชื้อที่ขยายแล้ว 1.25ลิตรสำหรับถัง100ลิตรหรือใช้ 300ซีซีสำหรับถังฉีด 20ลิตร กวนให้เข้ากัน ข้อแนะนำ ห้ามการผสมสารเคมีกำจัดแมลง ฮอร์โมนพืช สารเคมีหรือปุ๋ยทางใบใดๆลงไป ฉีดพ่นในเวลาประมาณ 5โมงเย็นหรือมีแสงแดดน้อย ควรรดน้ำบริเวณโคนต้นให้เกิดความชื้นก่อนฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่ม ใต้ใบ กิ่งก้าน โคนต้น รวมถึงพื้นดินรอบๆโคนต้นฉีดพ่นทุก 10-15วัน เพื่อป้องกันหรือฉีดพ่นทุก3วันเป็นเวลา3ครั้งติดต่อกันเพื่อทำลายเชื้อโรคหลังมีอาการของโรค ป้องกันและกำจัดโรคพืชที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา เช่น โรคราดำ ราน้ำค้าง ราน้ำหมาก แอนแทรคโนส ใบจุด ใบไหม้ ใบขีด ใบด่าง เป็นต้น ใช้กับผัก ผลไม้ พืชสวน พืชไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ นาข้าว ลำไย ลิ้นจี่ พริก ทุเรียน ส้ม มะนาว พริกไทย แตงโม แตงกวา แตงร้าน มะเขือเทศ เมล่อน มะละกอ ฝรั่ง กล้วย ชมพู่ แคนตาลูป ฟัก แฟง บวบ แก้วมังกร พืชตระกูลถั่ว พืชตระกูลหอม กระเทียม ผักกาด ผักชี ต้นหอม มันสำปะหลัง กาแฟ มังคุด น้อยหน่า ละมุด เห็ดนางฟ้า เห็ด ฯลฯ สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 145.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

แคงเกอร์ น็อค

สวนเกษตรผสมผสาน

แคงเกอร์ น็อค เป็นแบคทีเรียสายพันธุ์ T ของไทยชนิดหนึ่งมีฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคแคงเกอร์ได้อย่างรุนแรงและเริ่มเห็นผลภายใน 48 ชั่วโมงหลังการฉีดพ่น และได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่เริ่มเป็นโรคแคงเกอร์ที่ใบอ่อนหรือใบเพลาด เป็นจุดนูนสีน้ำตาลเล็กๆ จุดน้ำตาลนี้จะหลุดออกมาเนื่องจากเซลพืชขยายตัวต่อเนื่องและใบยังคงเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง กรณีที่ซึมลึกเข้าชั้นผนังเซลของใบ ก็จะหลุดทะลุเป็นรูไปส่วนแผลที่เป็นตามกิ่ง ก้านหรือ โคนต้น จะยุบตัวลงทันทีและใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้พืชสร้างเซลขึ้นมาใหม่สะเก็ดแผลก็จะหลุดร่วงออกมาเอง กรณีที่พืชตระกูลส้ม มะนาว ติดเซื้อโรคแคงเกอร์แล้วแต่ยังไม่แสดงอาการให้เห็น จะเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือเหลืองให้เห็นชัดหลังจากฉีดพ่นแคงเกอร์น็อค ประมาณ10วันหลังจากการฉีดพ่น แคงเกอร์น็อคครั้งที่สองโรคแคงเกอร์ที่เป็นตามกิ่ง ก้าน จะแห้งสนิทและพืชเริ่มสร้างเซลใหม่เพื่อซ่อมแซมตัวเอง สเก็ดแผลของโรคแคงเกอร์ที่ฝังลึกเข้าไปในชั้นเซลพืชจะหลุดออกมาหลังจากพืชซ่อมแซมเซลที่เสียหาย สำหรับเกษตรกรที่ผลิตและจำหน่ายกิ่งพันธุ์พืชตระกูลส้ม มะนาว ส้มโอ มะกรูด ควรทำการแช่กิ่งพันธุ์ใน น้ำที่ผสมแคงเกอร์ น็อค เพื่อจะได้ไม่แพร่เชื้อโรคแคงเกอร์ออกไปสู่เกษตรกรท่านอื่นๆ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชตระกูลส้มก็สมควรแช่กิ่งพันธุ์ในน้ำที่ผสมแคงเกอร์น็อคเช่นกัน เพื่อให้มั่นใจ 100% ว่าท่านปลูกพืชที่ปลอดโรคแคงเกอร์จริงๆในการป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือการไม่นำโรคแคงเกอร์เข้ามาในพื้นที่ ที่ไม่เคยปรากฎโรค มั่นใจในตัวสินค้าแคงเกอร์ น็อค สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 145.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

สารชึวภาพ กำจัดโรคพืชที่เกิดจากแบคทีเรีย

สวนเกษตรผสมผสาน

แมกมา เป็นสารชีวภัณฑ์ในกลุ่มแบคทีเรีย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และผู้บริโภค หมดปัญหาเชื้อโรคพืชดื้อยา บรรจุในซอง 1ซอง /การขยายเชื้อหรือเพิ่มปริมาณของเชื้อก่อนใช้งาน 1.เตรียมน้ำดื่มขนาดขวด1.5ลิตร(น้ำดื่มที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านระบบ UV, โอโซน )เทน้ำออกให้เหลือน้ำ1.25 ลิตรเพื่อให้หัวเชื้อเข้าไปแทนที่ได้และให้มีช่องอากาศอยู่ภายในบ้างเพราะเชื้อต้องการออกซิเจนในการขยายจำนวนหรือเพิ่มปริมาณ 2.เปิดซองแมกมาเทเชื้อลงในขวดน้ำดื่ม ขนาดขวด1.5 ลิตรให้หมดซอง (ไม่ควรใช้มือสัมผัสเชื้อหรือน้ำโดยตรง หลีกเลี่ยงที่มีกระแสลมแรง) ปิดฝาให้แน่น เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง ทำการเขย่าขวดเชื้อ 3-5ครั้งต่อวันเป็นอย่างน้อย ทุกครั้งที่เขย่าแล้วหมุนเกลียวคลายฝาออกเพื่อระบายแก๊สส่วนหนึ่งออกมาจากขวด ปิดฝาวางไว้ในแนวนอนจนกว่าจะครบ 48 ชั่วโมง(2วัน) 3.ผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ในน้ำสะอาด 100ลิตร หรือถังฉีดขนาด20ลิตร กวนให้เข้า ยกขวดที่วางไว้ในท่านอนขึ้นมาเบาๆไม่ต้องเขย่าให้กากอาหารเชื้อฟุ้งกระจาย เปิดฝาค่อยๆเทส่วนที่เป็นน้ำสีขุ่นๆออกมาผ่านกรองเพราะนั้นคือหัวเชื้อค่อยๆเทออกไปเรื่อย เชื้อแมกมาออกมาหมดแล้ว ส่วนกากก็อยู่ในขวด สำหรับถัง100ลิตรหรือใช้ 300ซีซีสำหรับถังฉีด20ลิตร กวนให้เข้ากันห้ามการผสมสารเคมีกำจัดแมลง ฮอร์โมนพืช สารเคมีหรือปุ๋ยทางใบใดๆลงไป ฉีดพ่นในเวลาประมาณ 5โมงเย็นหรือมีแสงแดดน้อย ฉีดให้ทั่วทรงพุ่ม เน้นใต้ใบ ซอกกิ่ง บริเวณที่เป็นโรค รวมถึงพื้นดินรอบๆโคนต้น ลักษณะอาการของโรคพืชจากเชื้อแบคทีเรีย มีลักษณะอาการแตกต่างกัน 5 แบบ คือ 1. เหี่ยวเขียว(wilt) อาการเหี่ยวเฉา เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญในท่อน้ำ ท่ออาหารของต้นพืช ทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำและท่ออาหาร จึงเป็นเหตุให้พืชได้รับน้ำและอาหารไม่เพียงพอ เกิดอาการเหี่ยวเฉา หรือเจริญเติบโตผิดปกติและจะตายไปในที่สุด เช่น โรคเหี่ยวของมะเขือเทศ มันฝรั่ง ยาสูบ ถั่วลิสง กล้วย แตงกวา เมล่อน แตงโม มีสาเหตุมาจากเชื้อ Xanthomonas spp., Pseudomonas spp., Erwinia spp. 2. เน่าเละ (soft rot) อาการเน่าและมีกลิ่นเหม็น ทั้งนี้เพราะแบคทีเรียเข้าทำลายเซลล์พืช และมีเชื้อจุลินทรีย์อื่น ๆ ร่วมเข้าทำลายซ้ำเติม โรคพืชแบบนี้มักเกิดกับส่วนของพืชที่อวบน้ำ เช่น โรคเน่าเละของพืชผัก มันฝรั่ง มะเขือเทศ แตงกวา กะหล่ำ พริก เห็ด ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อ Erwinia spp. 3. แผลเป็นจุด (spot หรือ local lesion) อาการจุดแห้งตาย เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์หรือในเซลล์ ทำให้เซลล์บริเวณนั้นตายเป็นแผลแห้งมีขอบเขตจำกัด เช่น โรคใบจุดของฝ้าย โรคใบจุดของถั่วเหลือง โรคขอบใบแห้งของข้าว โรคแคงเคอร์ของส้ม โรคใบจุดของยาสูบ เชื้อสาเหตุ ได้แก่ Xanthomonas sp., Pseudomonas spp. 4. ไหม้ (blight) อาการใบไหม้ตาย เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ก่อน แล้วแผ่ขยายไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีขอบเขตจำกัด เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์ แต่ไม่ทำลายเนื้อเยื่อเซลล์ เพียงแต่ทำให้การเคลื่อนย้ายน้ำและอาหารในพืชไม่สะดวก ทำให้ใบและลำต้นมีสีซีด (necrosis) และอาจแห้งตายไปในที่สุด เช่น โรคใบไหม้ของถั่ว ยางพารา แอปเปิ้ล เชื้อสาเหตุได้แก่ Xanthomonas spp. Phythopthora spp. และ Erwinia spp. 5. ปุ่มปม (gall หรือ tumer) อาการเป็นปุ่มปมเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญอยู่ในเซลล์พืช แล้วสร้างสารบางชนิดออกมากระตุ้นให้เซลล์บริเวณนั้นมีการแบ่งตัวมากขึ้น เช่น โรค crown gall ของมะเขือเทศ โรค gall ของหัวบีท เชื้อสาเหตุได้แก่ Agrobacterium spp. และ Xanthomonas spp. สำหรับสวนที่ยังไม่เคยใช้ให้ฉีดพ่น 3วัน/ครั้งเป็นจำนวน3ครั้งติดต่อกันเพื่อกำจัดโรค หลังจากนั้นใช้เพื่อป้องกัน ทุก15-30 วัน/ครั้งเพื่อควบคุมและกำจัดโรคที่จะเกิดขึ้นต่อไป หรือหลังจากนั้น7วันใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคพืชและใช้หมึกยักษ์เขียว(สารสกัดขยายเซลพืช)ฉีดพ่นทางใบเพื่อเร่งการแตกกิ่งใหม่และฟื้นฟูสภาพต้นของพืช ปรึกษาวิธีใช้ที่ถูกต้องได้ที่ www.kasetkawna.com หรือLine ID : @kaset

ราคา 145.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

แบคทีเรียกำจัดโรครากและโคนเน่า

สวนเกษตรผสมผสาน

ลาวา เป็นสารชีวภัณฑ์ในกลุ่มแบคทีเรีย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และผู้บริโภค หมดปัญหาเชื้อโรคพืชดื้อยา บรรจุในซอง 1ซอง /การขยายเชื้อหรือเพิ่มปริมาณของเชื้อก่อนใช้งาน 1.เตรียมน้ำดื่มขนาดขวด1.5ลิตร(น้ำดื่มที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านระบบ UV, โอโซน )เทน้ำออกให้เหลือน้ำ1.25 ลิตรเพื่อให้หัวเชื้อเข้าไปแทนที่ได้และให้มีช่องอากาศอยู่ภายในบ้างเพราะเชื้อต้องการออกซิเจนในการขยายจำนวนหรือเพิ่มปริมาณ 2.เปิดซองลาวาเทเชื้อลงในขวดน้ำดื่ม ขนาดขวด1.5 ลิตรให้หมดซอง (ไม่ควรใช้มือสัมผัสเชื้อหรือน้ำโดยตรง หลีกเลี่ยงที่มีกระแสลมแรง) ปิดฝาให้แน่น เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง ทำการเขย่าขวดเชื้อ 3-5ครั้งต่อวันเป็นอย่างน้อย ทุกครั้งที่เขย่าแล้วหมุนเกลียวคลายฝาออกเพื่อระบายแก๊สส่วนหนึ่งออกมาจากขวด ปิดฝาวางไว้ในแนวนอนจนกว่าจะครบ 48 ชั่วโมง(2วัน) 3.ผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ในน้ำสะอาด 100ลิตร หรือถังฉีดขนาด20ลิตร กวนให้เข้า ยกขวดที่วางไว้ในท่านอนขึ้นมาเบาๆไม่ต้องเขย่าให้กากอาหารเชื้อฟุ้งกระจาย เปิดฝาค่อยๆเทส่วนที่เป็นน้ำสีขุ่นๆออกมาผ่านกรองเพราะนั้นคือหัวเชื้อค่อยๆเทออกไปเรื่อย เชื้อลาวามาออกมาหมดแล้ว ส่วนกากก็อยู่ในขวด สำหรับถัง100ลิตรหรือใช้ 300ซีซีสำหรับถังฉีด20ลิตร กวนให้เข้ากันห้ามการผสมสารเคมีกำจัดแมลง ฮอร์โมนพืช สารเคมีหรือปุ๋ยทางใบใดๆลงไป ฉีดพ่นในเวลาประมาณ 5โมงเย็นหรือมีแสงแดดน้อย ฉีดให้ทั่วทรงพุ่ม เน้นใต้ใบ ซอกกิ่ง บริเวณที่เป็นโรค รวมถึงพื้นดินรอบๆโคนต้น สาเหตุเกิดจากเชื้อราหลายชนิดเช่น Phytophthora spp. Sclerotium spp. หรือเห็ดราใน Class Ascomycetes และ Basidiomycetes โรคนี้ระบาดมากในฤดูฝน หรือสภาพที่มีความชื้นสูงแพร่ระบาดโดยสปอร์เชื้อราโดยเฉพาะต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณที่ชื้นแฉะตลอดเวลาลักษณะอาการต้น ไม้เกิดโรครากเน่าจะสังเกตเห็นได้ว่า อาการใบจะมีสีเหลืองซีดถึงเหลือง โดยเริ่มที่เส้นกลางใบก่อนแล้วลุกลามไปเรื่อย ๆ จากโคนใบไปถึงยอด ใบจะเขียวม้วนงอเมื่อโดนแดดจัด ๆ ในตอนกลางวัน หรือใบเหี่ยวคล้ายขาดน้ำ ใบจะร่วงกิ่งแห้งตายผลมีสีเหลืองร่วงหล่นง่ายเมื่อขุด ดูที่รากจะพบว่า รากฝอยเน่ารากถอดปลอก มีกลิ่นเหม็น รากแขนงหรือรากขนาดโตเน่าเปื่อยยุ่ย และลุกลามไปทั่ว ใบแห้ง ผลร่วงถ้าเป็นมากอาจถึงต้น ตายได้ในเวลารวดเร็ว นอกจากน้อยมีสาเหตุอื่น ๆ อีกที่ทำ ให้รากเน่า เช่น น้ำ ท่วมขังการใช้สารเคมีผิด และพิษจากปุ๋ยเคมี น้ำท่วมขังบริเวณรากและ โคนต้นที่ดินค่อนข้างแน่นทึบ การระบายอากาศไม่ดี ทำให้รากขาดอากาศหายใจ เซลล์ปลายรากค่อย ๆ ตาย ดินเปรี้ยวหรือเปรี้ยวจัด ปุ๋ยไม่ละลาย ต้นพืชไม่ได้รับปุ๋ยที่ใส่ลงดิน ทำให้แคระแกร็น สภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงและดิน มีความชื้นสูง ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีและระบาดได้อย่างรวดเร็ว โรครากเน่าโคนเน่าสามารถเกิดขึ้นได้กับพืชหลากหลายชนิดทั้งไม้ดอก พืชผัก ไม้ผล ไม้เลื้อย พริก มะเขือ ถั่ว แตง เมล่อน มันสำปะหลัง สตรอเบอร์รี่ พริกไทย พลู มะละกอ มะม่วง ชมพู่ ลองกอง เงาะ มังคุด กล้าไม้ ยางพารา ทุเรียน ลำไย มะนาว ส้มโอ พืชตระกูลส้ม และอื่น ๆ สำหรับสวนที่ยังไม่เคยใช้ให้ฉีดพ่น 3วัน/ครั้งเป็นจำนวน3ครั้งติดต่อกันเพื่อกำจัดโรค หลังจากนั้นใช้เพื่อป้องกัน ทุก15-30 วัน/ครั้งเพื่อควบคุมและกำจัดโรคที่จะเกิดขึ้นต่อไป หรือหลังจากนั้น7วันใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคพืชและใช้หมึกยักษ์เขียว(สารสกัดขยายเซลพืช)ฉีดพ่นทางใบเพื่อเร่งการแตกกิ่งใหม่และฟื้นฟูสภาพต้นของพืช ปรึกษาวิธีใช้ที่ถูกต้องได้ที่ www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 145.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

4 สหายจุลินทรีย์กำจัดโรคพืช

สวนเกษตรผสมผสาน

รวมสารชีวภัณฑ์4สายพันธุ์ป้องกันและกำจัด โรคพืชทั้งโรคทางราก โคนต้น กิ่ง ใบ ดอกและผล ที่มีสาเหตุจากเชื้อราและแบคทีเรีย 1.เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) เป็นเชื้อราชั้นสูง จัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืช ซึ่งเกิดจากเชื้อราสาเหตุโรคพืชในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรคโคนเน่า โรคเน่าระดับดิน (เน่าคอดิน)ของกล้าพืช และโรคเหี่ยว นอกจากจะยับยั้งแล้วยังใช้ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราเช่น เชื้อราพิเทียม (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราฟิวซาเรียม (โรคเหี่ยว) เชื้อราสเคลอโรเทียม (โรคโคนเน่า เหี่ยว) เชื้อราไรซอคโทเนีย (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราคอลเรโตตริคัม (โรคใบจุด ใบไหม้ ผลเน่า แอนแทรคโนส ) เชื้อราโฟมอพซิส (โรคใบจุด ลำต้นไหม้ ) เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย (โรคใบจุด ใบไหม้) เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) เป็นเชื้อราชั้นสูงเส้นใยมีผนังกั้นเจริญได้ดีในดิน เศษซากพืช ซากของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และวัสดุอินทรีย์ตามธรรมชาติ สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่เรียกว่า "โคนิเดีย" หรือ "สปอร์" เมื่อนำมาเพาะเลี้ยงจะเห็นเส้นใยสีขาวและ สปอร์สีเขียว บางชนิดอาจเป็นสีขาวหรือเหลือง เชื้อราไตรโคเดอร์มาจัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ (Antagonis fungicide) ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืชในดินหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียนหรือ เป็นปรสิต แข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถช่วยละลายแร่ธาตุในดินให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรคพืช สำหรับกลไกของเชื้อไตรโคเดอร์มาในการต่อสู้กับเชื้อสาเหตุโรคพืชมีดังนี้ - การแข่งขันกับเชื้อโรคพืช ด้วยเหตุที่เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญสร้างเส้นใยได้รวดเร็ว สามารถสร้างสปอร์ได้ในปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ จึงช่วยให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถแข่งขันกับเชื้อโรคพืชหรือจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณเดียวกัน นอกจากนี้เชื้อไตรโคเดอร์มายังรบกวนกิจกรรมต่าง ๆ ของเชื้อโรคทำให้ความรุนแรงลดลง - การเป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างเส้นใยพันรัดแล้วแทง ส่วนของเส้นใยเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อโรคพืชตาย และไตรโคเดอร์มายังทำลายโครงสร้างที่เชื้อโรคพืชสร้างขึ้นเพื่อขยายพันธุ์หรืออยู่ข้ามฤดูปลูก - การสร้างสารยับยั้งหรือทำลายเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างสารปฏิชีวนะ สารพิษและน้ำย่อย(เอ็นไซม์) เพื่อหยุดยั้งหรือทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ - การชักนำให้พืชมีความต้านทานโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันระบบรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยให้เมล็ดงอกและเจริญเติบโตได้ดี ชักนำให้พืชผลิตสารประเภทเอนไซม์หรือโปรตีน เช่น เพนทิลไพโรน กรดฮาร์เซียนิค กระตุ้นให้เกิดความต้านทานโรคขึ้นภายในพืช ประโยชน์ของการใช้ไตรโคเดอร์มา ควบคุม ทำลายหรือยับยั้งเชื้อราในดินสาเหตุโรคพืชทั้งราชั้นสูงและราชั้นต่ำ เช่น 1. ทำลายเชื้อราพิเทียม (Pythium spp.) สาเหตุโรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า โคนเน่า โรคยอดเน่าในพืชไร่ มะเขือเทศ พืชผักชนิดต่างๆ 2. ทำลายเชื้อราไฟทอฟเทอร่า (Phytopthora spp.) สาเหตุโรคราที่ทำให้ผลร่วง ดอกร่วง ใน ลำใย ลิ้นจี่ โรคดอกรวงในทุเรียน โรครากเน่า-โคนเน่า ใน พริก ทุเรียน ส้ม มะนาว พริกไท แตงโม แตงกวา แตงร้าน มะเขือเทศและโรคเน่าเข้าไส้ในกล้วย ฯลฯ 3. ทำลายเชื้อราสเคอโรเทียม (Sclerotium spp.) สาเหตุโรค โคนเน่า โรคกล้าไหม้ ราเม็ดผักกาด โรคเหี่ยวในพืชผักชนิดต่าง ๆ มะเขือเทศ พืชไร่ สตรอเบอรี่ มันฝรั่ง 4. ทำลายเชื้อราไรซอกโทเนีย (Rhizoctonia spp.) สาเหตุโรคเน่าคอดิน กล้ายุบ กล้าเน่า ทำให้ทุเรียนเป็นโรคใบติด 5. ทำลายเชื้อราคอลเลทโททริกัม (Colletotrichum spp.) สาเหตุโรคแอนแทรคโนสในมะม่วง องุ่น ฝรั่ง พุทรา ชมพู่ มะละกอ พริก หอมหัวใหญ่ หอมแบ่ง หอมแดง กระเทียม มันฝรั่ง 6. ทำลายเชื้อราอัลเทอนาเรีย (Alternaria spp.) สาเหตุโรคโรคใบจุดเน่าในพืชตระกูลกระหล่ำ เช่น ผักคะน้า ผักกาดขาว กระหล่ำดอก กระหล่ำปลี บรอคโครี่ สตรอเบอรี่ มันฝรั่ง พริก 7. ทำลายเชื้อรา ฟิวชาเรียม (Fusarium spp.) สาเหตุโรคใบไหม้ในไม้ผล พืชไร่ พืชผักชนิดต่างๆ ตลอดจนไม้ดอก ไม้ประดับ 2.เชื้อจุลินทรีย์บาซิลลัส ซับทีลิส (Bacillus Subtilis) ( BS) คุณสมบัติเศษของ บาซิลลัส ซับทิลิส 1.มีอัตราการแพร่พันธ์เร็ว ขยายตัวทดแทนรวดเร็ว ในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงเพิ่มปริมาณจำนวนได้เป็นแสนเท่า เชื้อมาตรฐานสามารถขยายปริมาณได้ถึง 6 เท่าตัว 2.เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส มีชีวิตที่ทนทาน ในสภาพที่ปลอดจากความชื้น สามารถทนต่ออุณหภูมิต่ำ–-60?และทนต่ออุณหภูมิที่สูงถึง +280? โดยไม่เป็นอะไร ทนต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด และด่าง ทนทานต่อยาฆ่าเชื้อ ชอบอากาศออกซิเจน แม้อับอากาศออกซิเจนก็มีชีวิตรอดอยู่ได้ 3.มีขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าเชื้อแบคทีเรียอื่นๆถึง 4 เท่า ครอบครองพื้นที่ได้มั่นคงกว่า จึงเป็นตัวควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ก่อเกิดโรคอื่นๆได้โดยปริยาย คุณสมบัติ 1. รักษาความชื้นได้อย่างแข็งขัน โดยการฟอร์มตัวเป็นแผ่นฟิล์ม PGA บางๆบนพื้นผิวดิน ป้องกันการสูญเสียความชื้น (น้ำ) และปุ๋ยในดินได้เป็นอย่างดี 2. มีพลังในการย่อยสลายที่เข้มข้น เมื่อมีการแพร่ขยายตัวในขณะเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งปลดปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยมวลโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่ให้สลายตัวแตกออกเป็นโมเลกุลที่เล็กลงๆ 3. สามารถรังสรรค์ สารอินทรีย์ต่างๆได้อย่างหลากหลาย แล้วรวมตัวกันเป็นกรดอินทรีย์ เอ็นไซม์ และสารที่ว่องไวในทางชีวะอินทรีย์ รวมทั้งเป็นสารอาหารที่ใช้ประโยชน์ได้หลายชนิด 4. มีพลังการรุกล้ำยึดครองพื้นที่ได้อย่างเข้มแข็ง จึงมีศักยภาพในการกีดกันการขยายตัวของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคได้เป็นอย่างดี 5.สามารถกำจัดกลิ่นเหม็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถขจัดกลิ่นของสารประกอบอินทรีย์พวกกำมะถัน ไนโตรเจน ทำให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมสะอาดขึ้น ดีขึ้น กลไกการทำงาน 1. การแย่งชิงออกซิเจน แบคทีเรีย บาซิลลัส.ซับทิลิส ต้องการออกซิเจนปริมาณที่สูงมากในการดำรงชีพ หลังจากที่ผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของสัตว์แล้ว มีการบริโภคฟรีออกซิเจนจำนวนมาก จึงทำให้ความเข้มข้นของออกซิเจนภายในลดลงอย่างต่อเรื่อง ขบวนการ ออกซิเดชั่น –รีดักชั่นในลำไส้ก็ลงอย่างเด่นชัด ซึ่งเป็นผลดีต่อจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแล็คติก และจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการออกซิเจนอย่างBifidobacterium ปรับความสมดุลการทำงานของ microflora ในกระเพาะ ทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานต่อเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารลงได้ 2. สร้างความต้านทานต่อเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายใน – ภายนอกร่างกายสัตว์ที่เลี้ยงดูด้วยอาหารที่เสริมด้วยจุลินทรีย์ บาซิลลัส ซับทิลิส สามารถลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli, Clostridium perfringens, Salmonella ในลำไส้ เป็นการเพิ่มเชื้อที่มีประโยชน์มากขึ้น และลดเชื้อที่มีโทษลง ทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีระบายติดออกมากับสิ่งขับถ่าย จึงเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทั้งภายใน ภายนอกร่างกาย ลดการเกิดโรคในสัตว์เลี้ยงอีกหนทางหนึ่ง 3. เพิ่มภูมิต้านทานในสัตว์เลี้ยงแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส สามารถเร่งการทำงานของกลุ่มเซลล์ lymphoid ในผนังลำไส้ให้มีความพร้อมในระดับสูง เร่งอัตราการสร้างภูมิต้านทานโรคได้ในระยะต้นๆและเร็วขึ้น เพิ่มปริมาณของ T, B lymphocytes มากขึ้นสัตว์เลี้ยงจึงมีภูมิต้านทานของเซลล์เนื้อเยื่อ และทางร่างกายเพิ่มขึ้น 4. สร้างโภชนะ สารอาหาร ขณะที่แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส เติบโตแบ่งตัวในทางเดินอาหารนั้น ก่อให้เกิดการสร้างสารอาหารขึ้น เช่น สารไวตามิน กรดอมิโน และกรดอินทรีย์อื่นๆรวมทั้ง growth factors ที่มีความสัมพันธุ์ในด้านการเจริญเติบโต 5. ผลิตน้ำย่อย – เอ็นไซม์หลายชนิด แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยให้แก่สัตว์เลี้ยง โดยการผลิตน้ำย่อย เอ็นไซม์ที่สำคัญ จากผลงานวิจัยชี้ชัดว่า แบคทีเรียบาซิลลัส ซับทิลิส ผลิตเอ็นไซม์ได้หลายชนิดที่ช่วยย่อย – ช่วยดูดซึมสารอาหารในระบบทางเดินอาหารของสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังสร้างน้ำย่อย protease, amylase and lipase ที่เข้มข้นอีกด้วย และยังผลิตน้ำย่อย pectinase , glucanase, cellulase ที่สามารถทำลายผนังเซลล์ของพืชให้แตกออก เพื่อปลดปล่อยสารอาหารภายในออกมาให้เป็นประโยชน์ และยังกำจัด anti-nutritional factors ที่เป็นอุปสรรคในการย่อยสารอาหารที่สัตว์กลืนกินเข้าไป 3.เชื้อรากลิโอคลาเดียม ไวเรน(Gliocladium virens) Gliocladium เกิดขึ้นทั่วโลกในดินและสลายสารอินทรีย์ บางชนิดเป็นปรสิต Gliocladium บนเชื้อราGliocladium อื่น ๆ ที่พบทั่วโลก จัดเป็นสิ่งมีชีวิต ส่วนใหญ่ของ Gliocladium เติบโตอย่างรวดเร็วในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมแพร่กระจายด้วยเส้นใยครอบคลุมจานเลี้ยงเชื้อใน 1สัปดาห์ จะมีสีขาวและสีครีม แต่อาจจะกลายเป็นสีแดงหรือสีเขียวขึ้นอยู่กับอายุการสร้างสปอร์ ทั่วไปลักษณะเส้นใยและการเจริญเติบโตมีรูปแบบใกล้เคียงกับเชื้อรา Trichoderma ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://www.kasetkawna.com หรือ สอบถามได้ที่ Line id:@kaset

ราคา 350.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที
Advertisement

สารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ ขนาด 0.5 L

สวนเกษตรผสมผสาน

ทำไมต้องใช้สารจับใบที่มีสารคีเลทเป็นส่วนประกอบ สารจับใบทำหน้าที่ ช่วยในการยึดเกาะพื้นผิว ทำให้น้ำแผ่กว้าง จับใบแล้วดูดซึมเข้าสู่ใบ กิ่ง ก้าน ต้น และผลได้ดีและเร็วขึ้น ทำให้ละอองน้ำยามีขนาดเล็ก กระจายทั่วต้นได้ดี และแห้งเร็วกว่าปกติเป็นการ ทำให้ปุ๋ย ฮอร์โมน และยาเคมีได้แสดงประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าเต็มๆ100% ลดการสูญเสียของสารอินทรีย์ทางการเกษตร เนื่องการการชะล้างของฝนหรือน้ำ ช่วยรักษาอุปกรณ์พ่นยา ป้องกันการอุดตันของหัวฉีด คุณสมบัติของสารจับใบทั่วไป 1. ลดการสูญเสียของสารละลายที่ฉีดพ่นจากการชะล้างของฝน และ ลดการปลิวไปกับลม จากคุณสมบัติ “แผ่กระจาย” ของสารจำใบ จะทำให้น้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีทางการเกษตรเปียกทั่วใบของพืช ทำให้เพิ่มพื้นที่สัมผัสของสารเคมีเกษตรกับใบหรือส่วนต่าง ๆ ของพืชมากขึ้น และจากคุณสมบัติของ “การจับติด” จึงช่วยลดการชะล้างของฝนที่ตกภายหลังการพ่นสารเคมีแล้ว โดยเฉพาะการใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึมบางชนิดที่ต้องการระยะเวลาปลอดฝน 6 - 8 ชั่วโมง 2. ลดการสูญเสียของสารเคมีที่เกิดจากการฉีดพ่นซ้ำ ๆ ที่เดิม จำเป็นที่จะต้องฉีดพ่นสารเคมีเกษตรจนใบของพืชเปียกโชก เพราะสารเคมีเกษตร ส่วนที่เกินความจำเป็นจะรวมกันเป็นหยดแล้วไหลตกลงสู่ดิน อันเป็นการสูญเปล่าอย่างมากมาย และเมื่อเกษตรกรนำไปฉีดพ่นลงบนใบพืชแล้วจะสามารถสังเกตเห็นการจับติดใบพืช ของละอองสารเคมีเกษตรบนใบพืชได้ด้วยตาเปล่า 3. ลดการสูญเสียของละอองสารเคมีเกษตรที่ไม่สามารถจับติดใบพืช และตัวแมลง ละอองสารเคมีเกษตรที่ฉีดพ่นไปนั้น ไม่สามารถจับติดผิวใบพืชบางชนิดได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากใบพืชนั้นมีขน เช่น หญ้าคา หญ้าขน ฯลฯ จะช่วยลดแรงตึงผิวของละอองน้ำ ทำให้สารเคมีเกษตรที่ฉีดพ่นแนบติดกับพื้นผิวพืชได้ดีขึ้น เปียกทั่วใบพืชอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ จึงสามารถเปียกตัวแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น แมลงปีกแข็ง และหนอนต่าง ๆ ที่มีผิวมันหรือที่มีขน และยังช่วยเสริมให้ปุ๋ยทางใบและสารอาหารเสริมของพืชสามารถจับติดใบพืช และถูกดูดซึมเข้าสู่พืชได้เพิ่มมากขึ้น ปกติแล้วพืชจะมีการสร้างไขมันเคลือบใบ และพบในพืชบางชนิดจะเคลือบอยู่ที่ผิวของผลไม้ใบไม้และก้าน ทำหน้าที่ป้องกันการสูญเสียน้ำของพืช ป้องกันการทำลายจากเชื้อราและแมลงศัตรูพืชขนาดเล็ก ป้องกันความร้อนและรังสี แต่สารจับใบบางชนิดใช้เคมีกำจัดคราบไขมันผสมอยู่ในปริมาณมากเมื่อผสมใช้ สารเคมีเหล่านั้นจะทำลายไขมันพืชทำให้ใบพืชถูกทำลายและเสียหายในเวลาต่อมาเมื่อใช้ต่อเนื่อง เชื้อโรคพืชจึงเข้าทำลายได้ง่ายเนื่องจากระบบป้องตัวของพืชกันถูกทำลายไปแล้ว แต่หมึกยักษ์ดำมีส่วนผสมของคีเลทจากธรรมชาติทำให้สารต่างๆที่เป็นเคมี ปุ๋ยหรือฮอร์โมนพืชซึมผ่านชั้นไขมันพืชอย่างง่ายดายโดยไม่ทำลายไขมันบนใบพืช โดยปกติแล้วการใช้สารจับใบเพื่อให้ตัวสารเคมีหรือเชื้อชีวภัณฑ์ที่ใช้เกาะติดใบ กิ่ง ก้าน พืช ผล ดอก รวมถึงพื้นดิน หรือตัวแมลงในกรณีที่เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์ในการทำลายแมลงศัตรูพืช แมลงบางชนิดปีกจะมีไขมันสูงทำให้สารชีวภัณฑ์ไม่สามารถจับยึดกับแมลงเป้าหมายได้และแมลงศัตรูพืชชนิดที่มีปีกบินจะสลัดเชื้อชีวภัณฑ์ให้หลุดออกไปได้ หมึกยักษ์ดำจะช่วยลดปริมาณการการใช้สารชีวภัณฑ์เนื่องจากสารจับใบช่วยให้น้ำที่มีสารชีวภัณฑ์ผสมอยู่กระจายตัวเป็นละอองหมอกได้ดี ทำให้เชื้อชีวภัณฑ์เข้ายึดเกาะเป้าหมายได้ดี เชื้อราและแบคทีเรียหรือกลุ่มสารชีวภัณฑ์ เป็นสิ่งมีชีวิตการที่เกษตรกรใช้น้ำยาล้างจานซึ่งมีสารกันบูดสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของชีวภัณฑ์หรือใช้สารจับใบที่มีเคมีในกลุ่มสารกำจัดคราบไขมันที่รุนแรงนอกจากจะทำให้ใบพืชไหม้แล้วก็ยังมีผลต่อชีวภัณฑ์เช่นกัน จนบางครั้งเกษตรกรอาจคิดว่าชีวภัณฑ์ไม่ดีหรือเปล่า หมึกยักษ์ดำช่วยในการจับยึดและกระจายตัวของชีวภัณฑ์ได้ดีเยี่ยม ช่วยให้ประหยัดการใช้ชีวภัณฑ์ 30-40%ปลอดภัยไม่มีสารเคมีทำลายสารชีวภัณฑ์ ใช้ได้ดีเยี่ยมในกรณีผสมในน้ำฉีดร่วมกับฮอร์โมนพืชในกลุ่มออร์แกนิค ปลอดสารพิษ ใช้ได้ดีเยี่ยมในกรณีผสมในน้ำฉีดร่วมกับสารเคมีผง สารเคมีกำจัดแมลงชนิดน้ำข้น และชนิดที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม ช่วยให้น้ำกระจายตัวเป็นละอองหมอกได้ดีเยี่ยม จับยึดแน่น ติดทนนาน ในกรณีที่เกษตรกรใช้สารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดเชื้อรา ยาฆ่าหญ้า แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานแทนได้ สารจับใบ ชีวภาพ สารจับใบ คือสารจับใบ ราคา จำหน่าย สาร จับ ใบ สารเสริมประสิทธิภาพ หมึกยักษ์ดำ ? สารเสริมประสิทธิภาพ ชนิดเข้มข้น สำหรับผสมน้ำฉีดพ่นร่วมกับชีวภัณฑ์ต่างๆ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา บิววาเรีย บาซิลลัส เชื้อจุลินทรีย์เชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงไวรัสบางชนิด ?มีคุณสมบัติเป็นสารประเภทลดแรงตึงผิวจึงช่วยให้สารชีวภัณฑ์ต่างๆ เปียกพื้นผิวได้ง่าย กระจายตัวได้ดีขึ้น สามารถควบคุมพื้นที่บนใบพืช กิ่ง ก้าน ดอกและผลได้อย่างทั่วถึง บนผิวใบทำให้พืชได้รับประสิทธิผลจากการใช้สารชีวภัณฑ์ทางการเกษตรสูงสุด ?เร่งการแทรกซึมน้ำลงสู่ดิน กรณีที่ดินมีการอัดตัวเป็นดินแข็งน้ำซึมผ่านยาก สามารถลดแรงตึงผิวของน้ำและทำให้ดินมีความเปียกมากขึ้น ?ช่วยให้สารชีวภัณฑ์สำหรับการเกษตรละลายน้ำได้ดีขึ้นและช่วยให้สารกระจายตัวอยู่ในน้ำอย่างสม่ำเสมอ ?ช่วยให้สารชีวภัณฑ์ยึดเกาะตัวหนอน แมลงศัตรูพืชทั้งชนิดที่มีปีกและไม่มีปีกได้นานพอที่เชื้อชีวภัณฑ์จะสามารถเจาะทำทำลายตัวแมลงได้ ชนิดของสารชีวภัณฑ์ อัตราการใช้ /น้ำ20ลิตร กลุ่มเชื้อรา(mold)บิวเวอร์เรีย, ไตรโคเดอร์มา, เมธาไรเซียม, พาซิโลมัยซิสฯลฯ 3-5 ซีซี กลุ่มเชื้อแบคทีเรีย (bacteria)บาซิลลัส ฯลฯ 2-5 ซีซี กลุ่มเชื้อไวรัส(virus) เอ็น พี วี ฯลฯ 2-3 ซีซี กลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ น้ำจุลินทรีย์ น้ำมูลไส้เดือน, ไส้เดือนฝอยสไตเนอร์นีม่า ฯลฯ 3-6 ซีซี สอบถามรายล่ะเอียดเพิ่มเติม www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset

ราคา 250.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

เชื้อราไตรโคเดอร์มา ผงแห้ง

สวนเกษตรผสมผสาน

เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราไตรโคเดอร์มามีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งแต่ล่ะสายพันธุ์จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ในที่นี้เซื้อราสายพันธุ์ที่เราใช้ได้ถูกคัดเลือกแล้วว่าดีที่สุดสำหรับโรคพืชที่เกิดในประเทศไทย เป็นเชื้อราชั้นสูง จัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืช ซึ่งเกิดจากเชื้อราสาเหตุโรคพืชในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรคโคนเน่า โรคเน่าระดับดิน (เน่าคอดิน)ของกล้าพืช และโรคเหี่ยว นอกจากจะยับยั้งแล้วยังใช้ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราเช่น เชื้อราพิเทียม (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราฟิวซาเรียม (โรคเหี่ยว) เชื้อราสเคลอโรเทียม (โรคโคนเน่า เหี่ยว) เชื้อราไรซอคโทเนีย (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราคอลเรโตตริคัม (โรคใบจุด ใบไหม้ ผลเน่า แอนแทรคโนส ) เชื้อราโฟมอพซิส (โรคใบจุด ลำต้นไหม้ ) เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย (โรคใบจุด ใบไหม้) เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) เป็นเชื้อราชั้นสูงเส้นใยมีผนังกั้นเจริญได้ดีในดิน เศษซากพืช ซากของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และวัสดุอินทรีย์ตามธรรมชาติ สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่เรียกว่า "โคนิเดีย" หรือ "สปอร์" เมื่อนำมาเพาะเลี้ยงจะเห็นเส้นใยสีขาวและ สปอร์สีเขียว บางชนิดอาจเป็นสีขาวหรือเหลือง เชื้อราไตรโคเดอร์มาจัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ (Antagonis fungicide) ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืชในดินหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียนหรือ เป็นปรสิต แข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถช่วยละลายแร่ธาตุในดินให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรคพืช สำหรับกลไกของเชื้อไตรโคเดอร์มาในการต่อสู้กับเชื้อสาเหตุโรคพืชมีดังนี้ - การแข่งขันกับเชื้อโรคพืช ด้วยเหตุที่เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญสร้างเส้นใยได้รวดเร็ว สามารถสร้างสปอร์ได้ในปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ จึงช่วยให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถแข่งขันกับเชื้อโรคพืชหรือจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณเดียวกัน นอกจากนี้เชื้อไตรโคเดอร์มายังรบกวนกิจกรรมต่าง ๆ ของเชื้อโรคทำให้ความรุนแรงลดลง - การเป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างเส้นใยพันรัดแล้วแทง ส่วนของเส้นใยเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อโรคพืชตาย และไตรโคเดอร์มายังทำลายโครงสร้างที่เชื้อโรคพืชสร้างขึ้นเพื่อขยายพันธุ์หรืออยู่ข้ามฤดูปลูก - การสร้างสารยับยั้งหรือทำลายเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างสารปฏิชีวนะ สารพิษและน้ำย่อย(เอ็นไซม์) เพื่อหยุดยั้งหรือทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ - การชักนำให้พืชมีความต้านทานโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันระบบรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยให้เมล็ดงอกและเจริญเติบโตได้ดี ชักนำให้พืชผลิตสารประเภทเอนไซม์หรือโปรตีน เช่น เพนทิลไพโรน กรดฮาร์เซียนิค กระตุ้นให้เกิดความต้านทานโรคขึ้นภายในพืช ประโยชน์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราที่มีคุณสมบัติและศักยภาพสูงในการใช้ควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช ตรงตาม หลักการ และแนวคิดของการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชโดยชีววิธี ทั้งนี้เพราะเชื้อราชนิดนี้สามารถเจริญ อย่างรวดเร็ว สร้างสปอร์ปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษอินทรีย์วัตถุ ช่วยให้สามารถแข่งขันกับ เชื้อโรคพืช หรือจุลินทรีย์ที่มีอยู่รอบข้างได้ดี กลไกการทำงานของเชื้อราไตรโคเดอร์มา 1.เชื้อราไตรโคเดอร์มาลดกิจกรรมของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ได้อย่างไร ? เชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดสามารถเจริญได้โดยอาศัยอาหาร ทั้งจากพืชอาศัย โดยตรงในขณะที่ กำลังเข้าทำลายพืชอยู่ หรืออาศัยวัสดุอินทรีย์จำพวกเศษซากพืชที่กำลังย่อยสลาย ตัวอย่าง เช่น เชื้อ ราพิเทียม เชื้อราไฟทอฟธอรา เชื้อราไรซ็อคโทเนีย และ เชื้อราสเคลอโรเทียม เอกสารประกอบการฝึก อบรม ของโครงการการผลิตเชื้อราปฏิปักษ์ไตรโคเดอร์มาเพื่อใช้ทดแทนสารเคมีในการควบคุมโรคของ พืชในระบบ GAP และเกษตรอินทรีย์ส่วนเชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราที่ไม่ทำให้พืชเกิดโรคจึงไม่สามารถใช้อาหารจากพืชปกติได้แต่จะอาศัยอาหารจากอินทรีย์วัตถุและเศษซากพืชในดินแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เชื้อราไตรโคเดอร์ มามีผลกระทบต่อกิจกรรมของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ในช่วงระยะที่เชื้อโรคอาศัยอาหารจากอินทรีย์วัตถุ เพื่อการเจริญและสร้างส่วนขยายพันธุ์ให้มีปริมาณมาก เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถลดกิจกรรมของเชื้อ ราสาเหตุโรคพืชดังกล่าว โดยการพันรัดเส้นใย แล้วปลดปล่อยเอนไซม์ออกมาหลายชนิด เช่น ไคติเนส เซลลูเลส กลูคาเนส เพื่อสลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคก่อนที่จะแทงส่วนของเส้นใยเข้าไปภายในเส้นใย ของเชื้อโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญอย่างรวดเร็วโดยใช้อาหารจากภายในเส้นใยของเชื้อโรค กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเส้นใยเชื้อโรคจะลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กิจกรรมเกี่ยวกับ การสืบพันธุ์ลดลงไปด้วย นอกจากนี้ในกรณีที่เชื้อโรคกำลังเข้าทำลายรากพืช หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น บริเวณแผล หรือรอยตัด เชื้อราไตรโคเดอร์มาจะทำหน้าที่ขัดขวางกิจกรรมการเข้าทำลายของเชื้อโรคบริเวณดัง กล่าวได้ โดยการแข่งขันการใช้อาหาร และรบกวนการพัฒนาของเชื้อโรคพืช ทุกระยะเป็นเหตุให้ การงอกของสปอร์ การเจริญและพัฒนาของเส้นใยการขยายพันธุ์และสืบพันธุ์ของเชื้อโรคพืชลดลง ผลจากการรบกวนและขัดขวางกิจกรรมต่างๆ ของเชื้อโรค จะส่งผลให้ความรุนแรงของการเกิดโรคพืชลด ลงได้ในที่สุด 2.เชื้อราไตรโคเดอร์มาลดปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคพืช ได้อย่างไร? เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถขัดขวางกิจกรรมต่างๆ ของเชื้อโรคพืชจะทำให้ความ รุนแรงของการเกิดโรค ลดน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคพืชลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่สามารถก่อให้เกิดความเสีย หายรุนแรงกับพืชที่ปลูกได้ เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถเข้าทำลายส่วนที่เป็นโครงสร้างของเชื้อสาเหตุ โรคพืชซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อการสืบพันธุ์หรือเพื่อความอยู่รอดภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น กรณีของเชื้อราไตรโคเดอร์มาที่เข้าทำลายเม็ดสเคลอโรเทียมซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราสเคลอโร เทียม รอล์ฟสิไอ (ราเมล็ดผักกาด) ทำให้เม็ดสเคลอโรเทียมฝ่อตายไปก่อนที่จะมีโอกาสงอกเป็นเส้น ใยเพื่อเข้าทำลายพืช แสดงให้เห็นว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มามีบทบาทในการทำลายเชื้อโรคพืชขณะที่อยู่ ในระยะพักตัวได้ ส่งผลให้ปริมาณของเชื้อโรคพืชลดลงอย่างต่อเนื่อง 3.เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช ได้อย่างไร ? นอกจากเชื้อราไตรโคเดอร์มาจะช่วยป้องกันการเข้าทำลายของเชื้อโรคพืชหลายชนิดแล้ว ยังพบว่าโตร โคเดอร์มาสามารถเพิ่มการเจริญเติบโต การสร้างดอกและผลผลิตของพืชต่างๆเช่นไม้ดอกไม้ประดับ ที่ปลูกในกระถาง พืชผักต่างๆ กล้าไม้ผลที่เพาะด้วยเมล็ด ตลอดจนกิ่งปักชำ และพืชหัว โดยเพิ่มขนาด และความสูงของต้น น้ำหนักของต้นพืชทั้งต้น น้ำหนักของหัว ตั้งแต่ 10-60% เมื่อเปรียบเทียบกับ กรณีที่ไม่ได้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา มีผู้รายงานว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างสารเร่งการเจริญ เติบโต (ฮอร์โมน) ต่างๆ ได้เอง ในขณะที่บางกรณีเชื่อว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาสร้างสารไปกระตุ้นให้ พืชสร้างสารเร่งการเจริญเติบโตมากกว่าปกติ และบางกรณีเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปขัดขวางหรือทำลาย จุลินทรีย์ต่างๆ ที่รบกวนระบบรากของพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์ และแข็งแรง สามารถดูดซับอาหาร และแร่ธาตุต่างๆ เชื้อราไตรโคเดอร์มาผลิตสารหลายชนิดที่มีผลในการเพิ่มน้ำหนักสดของต้นและราก แตงกวา การเพาะเมล็ดที่ปลูกในดินซึ่งปลูกหรือโรยด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา พบว่าเมล็ดจะงอกเร็วกว่า ปกติ 2-3 วัน และต้นกล้าจะมีขนาดใหญ่โตกว่าปกติ นอกจากนี้พบว่าเปอร์เซ็นต์ความงอกและ จำนวนต้นรอดตายเพิ่มมากขึ้นด้วย ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และนิวซีแลนด์ มีชีวภัณฑ์ไตรโค เดอร์มาที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นวางจำหน่ายแล้ว 4. เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพิ่มความต้านทานของพืช ได้อย่างไร? ในปัจจุบันได้เริ่มมีการใช้ไตรโคเดอร์มาฝัง หรือฉีดเข้าสู่ลำต้นหรือระบบรากพืช เพื่อจุดประสงค์ในการ ป้องกันโรค และรักษาพืชที่เป็นโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไม้ผลยืนต้น จากการสังเกตพบว่า พืชที่ได้รับ เชื้อโดยวิธีนี้ จะมีความแข็งแรงและต้านทานต่อการเกิดโรคได้คล้ายกับการฉีดวัคซีนในมนุษย์หรือสัตว์ ขณะนี้มีรายงานผลการวิจัยว่าสามารถชักนำให้ต้นพืชต่างๆ มีความต้านทานต่อเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชหลายโรคเช่น โรครากเน่า โรคโคนเน่า โรคใบไหม้ โรคใบจุด โรคราน้ำค้าง และโรคราแป้ง เป็นต้น ประโยชน์ของการใช้ไตรโคเดอร์มา ควบคุม ทำลายหรือยับยั้งเชื้อราในดินสาเหตุโรคพืชทั้งราชั้นสูงและราชั้นต่ำ เช่น 1. ทำลายเชื้อราพิเทียม (Pythium spp.) สาเหตุโรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า โคนเน่า โรคยอดเน่าในพืชไร่ มะเขือเทศ พืชผักชนิดต่างๆ 2. ทำลายเชื้อราไฟทอฟเทอร่า (Phytopthora spp.) สาเหตุโรคราที่ทำให้ผลร่วง ดอกร่วง ใน ลำใย ลิ้นจี่ โรคดอกรวงในทุเรียน โรครากเน่า-โคนเน่า ใน พริก ทุเรียน ส้ม มะนาว พริกไท แตงโม แตงกวา แตงร้าน มะเขือเทศและโรคเน่าเข้าไส้ในกล้วย ฯลฯ 3. ทำลายเชื้อราสเคอโรเทียม (Sclerotium spp.) สาเหตุโรค โคนเน่า โรคกล้าไหม้ ราเม็ดผักกาด โรคเหี่ยวในพืชผักชนิดต่าง ๆ มะเขือเทศ พืชไร่ สตรอเบอรี่ มันฝรั่ง 4. ทำลายเชื้อราไรซอกโทเ

ราคา 150.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

หัวเชื้อรา ไตรโคเดอร์มา บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อ

สวนเกษตรผสมผสาน

ปกติแล้วในธรรมชาติจะมีระบบนิเวศที่สามารถควบคุมกันเองไม่ให้มากหรือน้อยเกินไปเพื่อสร้างความสมดุลในระบบสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีจำนวนมากทั้งยาฆ่าแมลงและยาฆ่าเชื้อราและจุลินทรีย์ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะทำลายแมลงและจุลินทรีย์แทบทุกชนิดทั้งที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ต่อพืช ทำให้ระบบนิเวศถูกทำลายจุลินทรีย์และแมลงที่มีประโยชน์ต่อพืชทั้งที่ช่วยผสมเกสรพืช จุลินทรีย์ทำหน้าที่ปรุงอาหารให้พืชถูกทำลายลงแต่แมลงศัตรูพืชและเชื้อราโรคพืชกลับพัฒนาตัวเองให้ต้านสารเคมีได้ นอกจากทำให้ผลผลิตลดลงพืชผักถูกทำลายแล้วสารเคมียังตกค้างอยู่ในตัวเกษตรกรเองรวมถึงผู้บริโภคอีกด้วย ดังนั้นเกษตรกรต้องหันกลับมาสร้างระบบนิเวศใหม่โดยเติมสารชีวภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อพืชและระบบนิเวศเข้าไปในระบบอีกครั้ง ในที่นี้จะแนะนำวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุนในการผลิต เพื่อสุขภาพของเกษตรกร คนในครอบครัวรวมถึงผู้บริโภคและเพื่อคุณภาพของสารชีวภัณฑ์ที่ดีที่สุดนั้นคือเชื้อสดนั้นเอง เชื้อราไตรโคเดอร์มา นอกจากจะยับยั้งแล้วยังใช้ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราเช่น เชื้อราพิเทียม (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราฟิวซาเรียม (โรคเหี่ยว) เชื้อราสเคลอโรเทียม (โรคโคนเน่า เหี่ยว) เชื้อราไรซอคโทเนีย (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราคอลเรโตตริคัม (โรคใบจุด ใบไหม้ ผลเน่า แอนแทรคโนส ) เชื้อราโฟมอพซิส (โรคใบจุด ลำต้นไหม้ ) เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย (โรคใบจุด ใบไหม้) วิธีการใช้หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มา มี2วิธี 1.ฉีดพ่นทันที โดยใช้หัวเชื้อในอัตรา 50กรัม/น้ำ20ลิตร ผสมน้ำ20ลิตรในถังผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์4-6ซีซีกวนให้เข้ากันตักเชื้อเทลงไป50กรัมกวนให้เข้ากัน ทิ้งไว้1ชั่วโมง เทน้ำใสๆหรือเทผ่านกรองเข้าไปในถังฉีดพ่นส่วนกากก้นถังเททิ้งไปฉีดพ่นได้ทันที 2.ขยายเชื้อเพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อจากหัวเชื้อให้เป็นเชื้อสดขนาด20ลิตร(อัตราการใช้ 1ลิตร/น้ำ200ลิตร) อ่านคู่มือการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา หมายเหตุ:ครบ 10วันได้เชื้อสด 20ลิตร ราคาประมาณ 15 บาท/ลิตร สามารถผสมน้ำฉีดพ่นได้ 4000ลิตร ข้อแนะนำเพิ่มเติม 1.ในแปลงที่ไม่เคยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาให้ใช้ทุก 3วันติดต่อกันเป็นเวลา 3ครั้ง อัตราการใช้200ซีซีต่อน้ำ20ลิตร (หัวเชื้อ2ลิตร/น้ำ200ลิตร)จากนั้น ทุก 7 วัน 2 ครั้ง และทุก 10-15วัน ต่อครั้งเพื่อควบคุมศัตรูพืชต่อไปโดยอัตราการใช้เชื้อสด 100ซีซี/น้ำ20ลิตร (ใช้การฉีดป้องกันแมลงได้ 1ไร่)ทั้งนี้เพื่อเป็นการเติมเชื้อราไตรโคเดอร์มาให้เข้าสู่ระบบในสวน 2.ฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็นความชื้นมากกว่า 70% ควรรดน้ำให้ชุ่มชื้นในบริเวณแปลงก่อนทุกครั้ง ควรรดน้ำในช่วง14.00-15.00 นาฬิกา ทิ้งไว้ประมาณ1ชั่วโมงเพื่อให้ใบพืชแห้งจึงฉีดพ่นได้ ในกรณีที่ใช้ถังผสม100-200ลิตรไม่ต้องรดน้ำก่อนฉีดก็ได้เนื่องจากปั๊มฉีดแรงดันสูงจะช่วยเพิ่มน้ำในปริมาณมากกว่าเครื่องสะพานหลัง 3.ใช้ผ้าปิดจมูกและถุงมือเวลาสัมผัสเชื้อราไตรโคเดอร์มาหรือเวลาฉีดพ่น ให้ปรับหัวฉีดให้เป็นฝอยละเอียดมากที่สุด ให้ละอองฟุ้งกระจายไปทั่วหลีกเลี่ยงลมกระโชกแรงเนื่องจากจะพัดพาละอองเชื้อออกนอกเป้าหมายพื้นที่แปลง 4.หัวเชื้อสดที่อยู่ในถังขยายเชื้อสามารถอยู่ได้นานหลายเดือนในกรณีที่มีสีอื่นๆขึ้นในถังขยายเชื้อเช่นสีเหลือง สีส้ม สีเขียวแสดงว่าเกิดการปนเปื้อนแนะนำให้เกษตรกรรีบใช้โดยผสมในอัตราเข้มข้นมากกว่าปกติ 5. เชื้อที่ได้ ไม่แนะนำให้ขยายต่อไปอีก เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนของเชื้ออื่นๆแล้วในการขยายเชื้อรุ่นต่อไปจะตัวเล็กลงและไม่แข็งแรงเท่าที่ควร 6. ในการขยายเชื้อควรทำในห้องที่สะอาดไม่มีลมพัดเพราะเชื้ออื่นๆอาจปนเปื้อนได้ ทุกขั้นตอนการทำใช้ถุงมือและผ้าปิดจมูกทุกครั้งที่สัมผัสเชื้อ 7. แปลงที่ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาติดต่อกันเป็นเวลามากกว่า4เดือน อัตราการใช้ลดลงเหลือ 50 ซีซีต่อน้ำ20ลิตรได้เพราะระบบเกษตรอินทรีย์ในสวนหรือแปลงผักจะเกิดระบบนิเวศขึ้นมาหลังจากไม่ใช้สารเคมีกำจัดโรคพืช ที่สำคัญไปกว่าคือตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภคไม่ต้องเสี่ยงกับสารพิษในสารเคมี และราคาสินค้าจากสวนอินทรีย์ก็มีราคาดีมากเป็นที่ต้องการของตลาด 8.ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจานแทนสารจับใบเนื่องจากน้ำยาล้างจานมีสารกันบูดเป็นส่วนผสมอยู่ซึ่งจะทำให้การฉีดพ่นมักไม่ได้ผลดี หลีกเลี่ยงการใช้สารจับใบเคมีที่มีกรดละลายไขมันเข้มข้น(ผสมมากจะทำให้ใบพืชไหม้) 9..ในการฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา ห้ามผสมสารเคมี ปุ๋ยเคมีทางใบหรือยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดเชื้อรา สามารถใช้ผสมร่วมกับฮอร์โมนพืชในกลุ่มออร์แกนิค เช่น สาหร่ายผง ฮิวมิค สารอินทรีย์สกัด กรดอะมิโนและสามารถผสมฉีดร่วมกับเชื้อสด เชื้อราเมธาไรเซียม เชื้อราพาซิโลมัยซิส เชื้อราบิวเวอร์เรีย แบคทีเรีย บีที ได้ แต่ตอนขยายเชื้อต้องแยกถัง และเมื่อผสมร่วมกันแล้วให้ฉีดพ่นให้หมดภายใน1ชั่วโมง 10.ในกรณีที่เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์อื่นๆในกลุ่มสปอร์เช่น เชื้อรา5พิฆาต 4สหาย ให้ฉีดพ่นห่างจากพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา ไปแล้ว3-5วัน 11.ห้ามใช้สารเคมีกำจัดเชื้อราหรือแบคทีเรียในแปลงผักหรือสวนที่ใช้สารชีวภัณฑ์เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้จะทำลายสารชีวภัณฑ์และเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชไปจนหมด อ่านวิธีการขยายเชื้อ www.kasetkawna.com หรือ Line id:@kaset

ราคา 350.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

เชื้อราไตรโคเดอร์มา ชนิดน้ำ

สวนเกษตรผสมผสาน

เชื้อราไตรโคเดอร์มามีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งแต่ล่ะสายพันธุ์จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ในที่นี้เซื้อราสายพันธุ์ที่เราใช้ได้ถูกคัดเลือกแล้วว่าดีที่สุดสำหรับโรคพืชที่เกิดในประเทศไทย เป็นเชื้อราชั้นสูง จัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืช ซึ่งเกิดจากเชื้อราสาเหตุโรคพืชในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรคโคนเน่า โรคเน่าระดับดิน (เน่าคอดิน)ของกล้าพืช และโรคเหี่ยว นอกจากจะยับยั้งแล้วยังใช้ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราเช่น เชื้อราพิเทียม (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราฟิวซาเรียม (โรคเหี่ยว) เชื้อราสเคลอโรเทียม (โรคโคนเน่า เหี่ยว) เชื้อราไรซอคโทเนีย (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า) เชื้อราคอลเรโตตริคัม (โรคใบจุด ใบไหม้ ผลเน่า แอนแทรคโนส ) เชื้อราโฟมอพซิส (โรคใบจุด ลำต้นไหม้ ) เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย (โรคใบจุด ใบไหม้) เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) เป็นเชื้อราชั้นสูงเส้นใยมีผนังกั้นเจริญได้ดีในดิน เศษซากพืช ซากของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และวัสดุอินทรีย์ตามธรรมชาติ สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่เรียกว่า "โคนิเดีย" หรือ "สปอร์" เมื่อนำมาเพาะเลี้ยงจะเห็นเส้นใยสีขาวและ สปอร์สีเขียว บางชนิดอาจเป็นสีขาวหรือเหลือง เชื้อราไตรโคเดอร์มาจัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ (Antagonis fungicide) ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืชในดินหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียนหรือ เป็นปรสิต แข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถช่วยละลายแร่ธาตุในดินให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรคพืช สำหรับกลไกของเชื้อไตรโคเดอร์มาในการต่อสู้กับเชื้อสาเหตุโรคพืชมีดังนี้ - การแข่งขันกับเชื้อโรคพืช ด้วยเหตุที่เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญสร้างเส้นใยได้รวดเร็ว สามารถสร้างสปอร์ได้ในปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ จึงช่วยให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถแข่งขันกับเชื้อโรคพืชหรือจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณเดียวกัน นอกจากนี้เชื้อไตรโคเดอร์มายังรบกวนกิจกรรมต่าง ๆ ของเชื้อโรคทำให้ความรุนแรงลดลง - การเป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างเส้นใยพันรัดแล้วแทง ส่วนของเส้นใยเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อโรคพืชตาย และไตรโคเดอร์มายังทำลายโครงสร้างที่เชื้อโรคพืชสร้างขึ้นเพื่อขยายพันธุ์หรืออยู่ข้ามฤดูปลูก - การสร้างสารยับยั้งหรือทำลายเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างสารปฏิชีวนะ สารพิษและน้ำย่อย(เอ็นไซม์) เพื่อหยุดยั้งหรือทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ - การชักนำให้พืชมีความต้านทานโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันระบบรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยให้เมล็ดงอกและเจริญเติบโตได้ดี ชักนำให้พืชผลิตสารประเภทเอนไซม์หรือโปรตีน เช่น เพนทิลไพโรน กรดฮาร์เซียนิค กระตุ้นให้เกิดความต้านทานโรคขึ้นภายในพืชคำอธิบาย ประโยชน์ของการใช้ไตรโคเดอร์มา ควบคุม ทำลายหรือยับยั้งเชื้อราในดินสาเหตุโรคพืชทั้งราชั้นสูงและราชั้นต่ำ เช่น 1. ทำลายเชื้อราพิเทียม (Pythium spp.) สาเหตุโรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า โคนเน่า โรคยอดเน่าในพืชไร่ มะเขือเทศ พืชผักชนิดต่างๆ 2. ทำลายเชื้อราไฟทอฟเทอร่า (Phytopthora spp.) สาเหตุโรคราที่ทำให้ผลร่วง ดอกร่วง ใน ลำใย ลิ้นจี่ โรคดอกรวงในทุเรียน โรครากเน่า-โคนเน่า ใน พริก ทุเรียน ส้ม มะนาว พริกไท แตงโม แตงกวา แตงร้าน มะเขือเทศและโรคเน่าเข้าไส้ในกล้วย ฯลฯ 3. ทำลายเชื้อราสเคอโรเทียม (Sclerotium spp.) สาเหตุโรค โคนเน่า โรคกล้าไหม้ ราเม็ดผักกาด โรคเหี่่ยวในพืชผักชนิดต่าง ๆ มะเขือเทศ พืชไร่ สตรอเบอรี่ มันฝรั่ง 4. ทำลายเชื้อราไรซอกโทเนีย (Rhizoctonia spp.) สาเหตุโรคเน่าคอดิน กล้ายุบ กล้าเน่า ทำให้ทุเรียนเป็นโรคใบติด 5. ทำลายเชื้อราคอลเลทโททริกัม (Colletotrichum spp.) สาเหตุโรคแอนแทรคโนสในมะม่วง องุ่น ฝรั่ง พุทรา ชมพู่ มะละกอ พริก หอมหัวใหญ่ หอมแบ่ง หอมแดง กระเทียม มันฝรั่ง 6. ทำลายเชื้อราอัลเทอนาเรีย (Alternaria spp.) สาเหตุโรคโรคใบจุดเน่าในพืชตระกูลกระหล่ำ เช่น ผักคะน้า ผักกาดขาว กระหล่ำดอก กระหล่ำปลี บรอคโครี่ สตรอเบอรี่ มันฝรั่ง พริก 7. ทำลายเชื้อรา ฟิวชาเรียม (Fusarium spp.) สาเหตุโรคใบไหม้ในไม้ผล พืชไร่ พืชผักชนิดต่างๆ ตลอดจนไม้ดอก ไม้ประดับ ประโยชน์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราที่มีคุณสมบัติและศักยภาพสูงในการใช้ควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช ตรงตาม หลักการ และแนวคิดของการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชโดยชีววิธี ทั้งนี้เพราะเชื้อราชนิดนี้สามารถเจริญ อย่างรวดเร็ว สร้างสปอร์ปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษอินทรีย์วัตถุ ช่วยให้สามารถแข่งขันกับ เชื้อโรคพืช หรือจุลินทรีย์ที่มีอยู่รอบข้างได้ดี กลไกการทำงานของเชื้อราไตรโคเดอร์มา 1.เชื้อราไตรโคเดอร์มาลดกิจกรรมของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ได้อย่างไร ? เชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดสามารถเจริญได้โดยอาศัยอาหาร ทั้งจากพืชอาศัย โดยตรงในขณะที่ กำลังเข้าทำลายพืชอยู่ หรืออาศัยวัสดุอินทรีย์จำพวกเศษซากพืชที่กำลังย่อยสลาย ตัวอย่าง เช่น เชื้อ ราพิเทียม เชื้อราไฟทอฟธอรา เชื้อราไรซ็อคโทเนีย และ เชื้อราสเคลอโรเทียม เอกสารประกอบการฝึก อบรม ของโครงการการผลิตเชื้อราปฏิปักษ์ไตรโคเดอร์มาเพื่อใช้ทดแทนสารเคมีในการควบคุมโรคของ พืชในระบบ GAP และเกษตรอินทรีย์ส่วนเชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราที่ไม่ทำให้พืชเกิดโรคจึงไม่สามารถใช้อาหารจากพืชปกติได้แต่จะอาศัยอาหารจากอินทรีย์วัตถุและเศษซากพืชในดินแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เชื้อราไตรโคเดอร์ มามีผลกระทบต่อกิจกรรมของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ในช่วงระยะที่เชื้อโรคอาศัยอาหารจากอินทรีย์วัตถุ เพื่อการเจริญและสร้างส่วนขยายพันธุ์ให้มีปริมาณมาก เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถลดกิจกรรมของเชื้อ ราสาเหตุโรคพืชดังกล่าว โดยการพันรัดเส้นใย แล้วปลดปล่อยเอนไซม์ออกมาหลายชนิด เช่น ไคติเนส เซลลูเลส กลูคาเนส เพื่อสลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคก่อนที่จะแทงส่วนของเส้นใยเข้าไปภายในเส้นใย ของเชื้อโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญอย่างรวดเร็วโดยใช้อาหารจากภายในเส้นใยของเชื้อโรค กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเส้นใยเชื้อโรคจะลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กิจกรรมเกี่ยวกับ การสืบพันธุ์ลดลงไปด้วย นอกจากนี้ในกรณีที่เชื้อโรคกำลังเข้าทำลายรากพืช หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น บริเวณแผล หรือรอยตัด เชื้อราไตรโคเดอร์มาจะทำหน้าที่ขัดขวางกิจกรรมการเข้าทำลายของเชื้อโรคบริเวณดัง กล่าวได้ โดยการแข่งขันการใช้อาหาร และรบกวนการพัฒนาของเชื้อโรคพืช ทุกระยะเป็นเหตุให้ การงอกของสปอร์ การเจริญและพัฒนาของเส้นใยการขยายพันธุ์และสืบพันธุ์ของเชื้อโรคพืชลดลง ผลจากการรบกวนและขัดขวางกิจกรรมต่างๆ ของเชื้อโรค จะส่งผลให้ความรุนแรงของการเกิดโรคพืชลด ลงได้ในที่สุด 2.เชื้อราไตรโคเดอร์มาลดปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคพืช ได้อย่างไร? เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถขัดขวางกิจกรรมต่างๆ ของเชื้อโรคพืชจะทำให้ความ รุนแรงของการเกิดโรค ลดน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคพืชลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่สามารถก่อให้เกิดความเสีย หายรุนแรงกับพืชที่ปลูกได้ เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถเข้าทำลายส่วนที่เป็นโครงสร้างของเชื้อสาเหตุ โรคพืชซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อการสืบพันธุ์หรือเพื่อความอยู่รอดภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น กรณีของเชื้อราไตรโคเดอร์มาที่เข้าทำลายเม็ดสเคลอโรเทียมซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราสเคลอโร เทียม รอล์ฟสิไอ (ราเมล็ดผักกาด) ทำให้เม็ดสเคลอโรเทียมฝ่อตายไปก่อนที่จะมีโอกาสงอกเป็นเส้น ใยเพื่อเข้าทำลายพืช แสดงให้เห็นว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มามีบทบาทในการทำลายเชื้อโรคพืชขณะที่อยู่ ในระยะพักตัวได้ ส่งผลให้ปริมาณของเชื้อโรคพืชลดลงอย่างต่อเนื่อง 3.เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช ได้อย่างไร ? นอกจากเชื้อราไตรโคเดอร์มาจะช่วยป้องกันการเข้าทำลายของเชื้อโรคพืชหลายชนิดแล้ว ยังพบว่าโตร โคเดอร์มาสามารถเพิ่มการเจริญเติบโต การสร้างดอกและผลผลิตของพืชต่างๆเช่นไม้ดอกไม้ประดับ ที่ปลูกในกระถาง พืชผักต่างๆ กล้าไม้ผลที่เพาะด้วยเมล็ด ตลอดจนกิ่งปักชำ และพืชหัว โดยเพิ่มขนาด และความสูงของต้น น้ำหนักของต้นพืชทั้งต้น น้ำหนักของหัว ตั้งแต่ 10-60% เมื่อเปรียบเทียบกับ กรณีที่ไม่ได้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา มีผู้รายงานว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างสารเร่งการเจริญ เติบโต (ฮอร์โมน) ต่างๆ ได้เอง ในขณะที่บางกรณีเชื่อว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาสร้างสารไปกระตุ้นให้ พืชสร้างสารเร่งการเจริญเติบโตมากกว่าปกติ และบางกรณีเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปขัดขวางหรือทำลาย จุลินทรีย์ต่างๆ ที่รบกวนระบบรากของพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์ และแข็งแรง สามารถดูดซับอาหาร และแร่ธาตุต่างๆ เชื้อราไตรโคเดอร์มาผลิตสารหลายชนิดที่มีผลในการเพิ่มน้ำหนักสดของต้นและราก แตงกวา การเพาะเมล็ดที่ปลูกในดินซึ่งปลูกหรือโรยด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา พบว่าเมล็ดจะงอกเร็วกว่า ปกติ 2-3 วัน และต้นกล้าจะมีขนาดใหญ่โตกว่าปกติ นอกจากนี้พบว่าเปอร์เซ็นต์ความงอกและ จำนวนต้นรอดตายเพิ่มมากขึ้นด้วย ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และนิวซีแลนด์ มีชีวภัณฑ์ไตรโค ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://www.kasetkawna.com หรือ สอบถามได้ที่ Line id:@kaset

ราคา 250.00 บาท ติดต่อ นางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง โทร. 0941908875, 0941908875 จังหวัดนครปฐม

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที