บ้านสวน การ์เด้น
ใน บ้านสวน การ์เด้น
แชร์บน facebook

กล้วยหอม

บ้านสวน การ์เด้น

กล้วยหอม เป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอมจันท์ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว โดยกล้วยหอมเขียวหรือกล้วยหอมคาเวนดิชเป็นกล้วยหอมที่นิยมปลูกทั่วไป จัดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารครบถ้วนตามหลักทางโภชนาการ เช่น มีวิตามิน ใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย มีสารแทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ Escherichia coli เป็นต้น กล้วยหอมถูกจัดเป็นผลไม้เมืองร้อน สามารถปลูกได้เกือบทุกประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นหลายแห่ง สำหรับประเทศไทย สามารถปลูกกล้วยหอมได้ทั่วทุกภาค ลักษณะทั่วไป ลำต้นสูง 2.5 - 3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีประดำ ด้านในสีเขียวอ่อนและมีเส้นลายสีชมพู ก้านใบมีร่องค่อนข้างกว้าง และ มีปีก เส้นกลางใบสีเขียวก้านเครือมีขน ปลีรูปทรงกระโปก ค่อนข้างยาวมรขนตรงโคน ปลายแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง มีไข ด้านในสีแดงซีด ติดผลเป็นเครือ เครือหนึ่งมี 4 - 6 หวี หวีหนึ่งมี 12 - 16 ผล กว้าง 3 - 4 เซนติเมตร ยาว 21 - 25 เซนติเมตร ปลายผลมีจุกเห็นชัดเปลือกบาง เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง แต่ที่ปลายจุกจะมีสีเขียว แล้วเปลี่ยนสีภายหลัง เนื้อสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม รสหวาน การปลูก ตามคำแนะนำของกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นดังนี้ 1. การเตรียมดิน :ไถดะ 1 ครั้ง ตากดินแล้วไถพรวน 1-2 ครั้ง ให้ดินร่วนซุยจนหมดวัชพืช ถ้ามียังวัชพืชอยู่มากกว่าร้อยละ 20 ต้องไถพรวนใหม่ 2. การเตรียมหลุมปลูก: ระยะปลูกระหว่างแถวและต้น 2x2 เมตร ขนาดหลุมปลูก ขนาด 30x30x30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ ด้วย 5 กิโลกรัมต่อหลุม 3. การเตรียมพันธุ์และการปลูก: ใช้หน่อพันธุ์ที่สมบูรณ์ ปราศจากศัตรูพืช หน่อยาว 25-35 เซนติเมตร มีใบแคบ 2-3 ใบ วางหน่อพันธุ์ที่ก้นหลุม จัดวางให้ด้านที่ติดต้นแม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้มีการออกดอกไปในทิศทางเดียวกัน และสะดวกในการดูแลรักษา กลบดินและกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น คลุมดินด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง และรดน้ำให้ชุ่ม การดูแล 1. การให้น้ำ:ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูปลูก 2. การให้ปุ๋ย:ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 และ 2 เมื่อกล้วยหอมอายุ 1 และ 3 เดือน ด้วยสูตร 20-10-10 หรือ 15-15-15 หรือสูตร ใกล้เคียงอัตรา 125-250 กรัมต่อต้นต่อครั้ง ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 และ 4 เมื่ออายุ 5 และ 7 เดือน ด้วยสูตร 13-13-21 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 125-250 กรัมต่อต้นต่อครั้ง ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก) ปีละ 1-2 ครั้ง 3. การแต่งหน่อ: หลังจากปลูกกล้วยประมาณ 5 เดือน ให้แต่งหน่อ เพื่อให้ต้นแม่มีความสมบูรณ์ 4. การค้ำยันต้น: ต้องใช้ไม้ค้ำยันหรือดามกล้วยทุกต้น ที่ออกปลีแล้ว เพื่อป้องกันลำต้นหักล้ม และตรวจดูการค้ำยันให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง 5. การหุ้มเครือ และตัดใบธง: การหุ้มเครือกระทำหลังจากตัดปลีไม่เกิน 15 วัน เพื่อให้ผิวกล้วยสวย และป้องกันแมลงทำลายด้วยถุงพลาสติกสีฟ้า แบบเปิดด้านล่าง โดยหุ้มทั้งเครือ และหุ้มทุกเครือ ส่วนการตัดใบธง ตัดเมื่อใบธงเริ่มหักก่อนที่จะเสียดสีกับผิวกล้วย การขยายพันธุ์ เนื่องจากกล้วยหอมเป็นพืชที่ปลูกได้ง่ายพบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เหมาะกับดินที่ร่วนซุย และดินเหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี สามารถขยายพันธุ์ด้วยหน่อหรือเหง้า แต่มีข้อจำกัดว่ากล้วยหอมไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง ประโยชน์ กล้วยหอมสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น 1. ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผล ราก ยางกล้วยจากใบ เปลือกกล้วยหอม 2. ผล ขับปัสสาวะ 3. ยางกล้วยจากใบ ใช้ห้ามเลือด 4. ผลดิบ ช่วยแก้โรคท้องเสีย สมานแผลในกระเพาะอาหาร 5. ผลสุก ใช้เป็นอาหาร กระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุข เป็นยาระบายสำหรับผู้ที่มีอุจจาระแข็ง ช่วยทุเลาอาการปวดท้อง ก่อนหรือขณะมีประจำเดือนได้ สามารถกระตุ้นความตื่นตัวให้กับสมองได้ หรือแม้กระทั่งช่วยทุเลาจากอาการเมาค้างเนื่องจากการดื่มสุรา ของมึนเมา นอกจากนี้การกินกล้วยหอม 1-2 คำ ระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น ยังทุเลาอาการแพ้ท้องได้ 6. ราก ใช้ต้มน้ำแล้วดื่มเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน 7. เปลือกกล้วยหอม สามารถลดอาการคันหรือบวม จากบริเวณที่ถูกยุงกัดได้ โดยใช้เปลือกด้านใน หรือการนำเปลือกกล้วยหอมมาด้มน้ำดื่ม พบว่าสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ พบว่า หากเราใช้ด้านในของเปลือกกล้วยหอมสุก ถูเบาๆ บริเวณที่มีรอยหยาบกร้าน ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดตามปกติ จะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้น รอยหยาบกร้านจางหายไป ส่วนที่ใช้ในงานฝีมือ ห่ออาหาร เลี้ยงสัตว์ : ลำต้น ใบ ลำต้น ใช้เป็นฐานกระทง หรือใช้หั่นเลี้ยงสัตว์ ใบ ใช้ห่ออาหารจะทำให้อาหารคล้ำดำ ไม่น่ารับประทาน ส่วนที่ใช้ด้านการเกษตร : เปลือกกล้วยหอม นำเปลือกกล้วยหอมวางไว้รอบๆ โคนต้นกุหลาบ แล้วโกยดินทับประมาณ 1 นิ้ว จะช่วยให้กุหลาบแตกกิ่งเร็วขึ้น

ติดต่อ พรพรรณ พูลสวัสดิ์ (นุช) โทร. 0800819688, 0816227349 จังหวัดราชบุรี

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

กล้วยหักมุก

บ้านสวน การ์เด้น

ชื่อสามัญ ไทย กล้วยหักมุก (กลาง) กล้วยฮากมุก (อีสาน) ชื่อสามัญ อัง. Silver Bluggoe ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa (ABB group)">Musa (ABB group) "Kluai Hak Mulk " กลุ่มย่อย Bluggoe แหล่งกำเนิด ประเทศอินเดีย พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ลักษณะทั่วไป - นิสัย เป็นกล้วยที่เจริญได้ดีในที่ดอน ไม่ชอบน้ำมากเหมือนกล้วยน้ำว้า ในปัจจุบันนี้เริ่มหากล้วยชนิดนี้ยากแล้ว - ต้น ลำต้นสูง 2.5 - 3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 15 ซม. กาบลำต้นด้านนอกมีประดำเล็กน้อย ด้านในมีสีเขียวอ่อน - ใบ ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ และมีครีบ เส้นกลางใบสีเขียวมีนวลทางด้านล่าง ใช้ประโยชน์เป็นใบตองได้ดี - ดอก ช่อดอกไม่มีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้างป้อม ม้วนงอขึ้น ด้านบนป่านมีนวลหนา ด้านล่างมีสีแดงเข้ม - ผล เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 10 - 16 ผล ผลใหญ่ ก้านผลยาว ปลายผลลีบลง มีเหลี่ยมชัดเจน เปลือกหนา เมื่อสุกสีเหลืองอมน้ำตาล มีนวลหนา เนื้อสีส้ม - การใช้ประโยชน์ ผลใช้แปรรูป ผลสุกนำมาปิ้ง รับประทานได้รสชาติดี หรือนำไปเชื่อมน้ำตาล ฉาบ ทอด กล้วยหักมุกเป็นกล้วยที่คนไทยเคยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันเริ่มมีจำนวนลดน้อยลงไปมาก เด็กรุ่นใหม่บางทีก็ไม่เคยทานกันเลย รู้จักแต่กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ทั้งๆที่กล้วยหักมุกเป็นกล้วยที่สามรถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายเป็นอย่างมาก ที่พิษณุโลก "ร้านวุ่นใส" เคยจำหน่ายขนมสุดยอดอร่อย คือ เฟรนฟรายกล้วยหักมุก แต่ก็ไม่มีขายแล้ว เพราะว่ากล้วยหักมุกหายากขึ้นทุกวัน สรรพคุณของกล้วยหักมุกและวิธีใช้ 1. กล้วยหักมุกมีสรรพคุณ โดยมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุท้องเสีย กล้วยมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียได้แก่ เอสเคอริเคีย โคไล (Escherichia coli) 2. ในกล้วยจะมีสาร tannin ซึ่งมีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้แก้อาการท้องเสียได้ โดยออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ 3. กล้วยหักมุกมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะ เมื่อทดลองให้หนูขาวกิน aspirin แล้วกินผงกล้วยดิบ พบว่าป้องกันไม่ให้เกิดแผลในกระเพาะได้ เมื่อกินผงกล้วยดิบในขนาด 5 กรัม และรักษาแผลที่เป็นแล้วในขนาด 7 กรัม สารสกัดมีฤทธิ์เป็น 300 เท่า ของผงกล้วยดิบ โดยออกฤทธิ์สมานแผลและเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อเมือก โดยเพิ่มเมือกและเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ นอกจากนี้ยังมีผลต่อกระบวนการสร้างมาโครเซลล์ (macrophage cell) อันส่งผลไปถึงการรักษาแผลได้อีกด้วย 4. สารสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะ คือสารที่เรียกว่า ไซโตอินโดไซด์ วัน, ทู, ทรี, โฟ และไฟว์ (sitoindoside I, II, III, IV, V) สารที่ออกฤทธิ์ดีที่สุดในการต้านการเกิดแผลในหนูที่เป็นแผลในกระเพาะ คือ ไซโตอินโดไซด์โฟ (sitoindoside IV) ซึ่งช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากแผลในกระเพาะอาหาร มีคำแนะนำในการใช้กล้วยรักษาอาการแน่นจุกเสียด ให้นำผลกล้วยดิบ หรืออาจใช้ผลกล้วยดิบที่ฝานบางๆแล้วตากแห้ง และบดให้ละเอียดเป็นแป้ง ใช้ผงกล้วยนี้ในปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่ในถ้วยแล้วนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสม ใช้รับประทานเพื่อรักษาอาการแน่น จุกเสียด หรือหากมีอาการท้องเสียก็ใช้ได้เช่นกัน กล้วยหักมุก มีด้วยกัน 2 ชนิด คือพันธุ์ที่มีเปลือกผลมีนวลสีขาว กับพันธุ์ที่ไม่มีนวลที่ เปลือกผล ซึ่งชนิดที่เปลือกผลไม่มีนวลผิวผลจะมีขีดตามยาวเป็นสีดำหลายเส้น เรียกว่า แตกลายงา ชนิดนี้เนื้อสุกจะไม่ค่อยเหนียวหรือแน่น รสชาติเนื้อหวานปนเปรี้ยว แตกต่างจาก “กล้วยหักมุก” ชนิดที่เปลือกผลมีนวล ผิวผลจะดูสวยงามและเนื้อสุกจะเปรี้ยวแน่นกว่า รสชาติหวานปนเปรี้ยวเหมือนกัน ทั้ง 2 ชนิด นิยมปลูกตามบ้านมาแต่โบราณแล้ว ส่วนใหญ่ จะปลูกเพื่อนำเอาผลสุกไปเผาหรือย่างไฟแบบทั้งเปลือกขายได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานอย่างแพร่หลาย ได้คุณค่าทางอาหารสูง รสชาติหวานหอมอร่อยชื่นใจยิ่งนัก เนื้อสุกยังแปรรูปเป็นกล้วยเชื่อมหรือฝานเป็นแว่นบางๆ ฉาบน้ำตาลเรียกว่า “กล้วยฉาบ” เนื้อเป็นสีเหลืองสวยงามกรอบอร่อยมาก ดีกว่าฉาบด้วยเนื้อสุกของกล้วยน้ำว้าอย่างชัดเจน จังหวัดเพชรบุรี เป็นแหล่งปลูก “กล้วยหักมุก” เชิงพาณิชย์มากที่สุดในประเทศไทย กล้วยหักมุก จัดอยู่ในกลุ่มที่เป็นพันธุ์ผสมที่มีลักษณะค่อนไปทางกล้วยตานี อยู่ในกลุ่มย่อย BLUEGOE ลำต้นเทียมสูง 2.5-3.5 เมตร ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบและมีครีบ เส้นกลางใบเป็นสีเขียวมีนวลด้านล่าง หน้าใบเป็นสีเขียวเข้ม เนื้อใบค่อนข้างหนาและแข็ง ก้านช่อดอกมีขน ใบประดับหรือกาบปลี เป็นรูปไข่ค่อนข้างป้อม ม้วนงอ ขึ้น ปลายป้านเป็นสีแดงเข้มและมีนวลสีขาว เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 10–16 ผล ขนาดของผลกว้าง 4-5 ซม.ยาว 11-19 ซม. ก้านผลยาว ลักษณะผลคล้ายผลกล้วยน้ำว้า แต่ปลายผลจะลีบมากกว่าและจะมองเห็นเหลี่ยมได้ชัดเจนกว่าด้วย เปลือกผลหนา เนื้อสุกสีเหลืองหรือสีส้ม รสหวานปนเปรี้ยว ไม่มีเมล็ด บางผลอาจมีบ้างแต่น้อยมาก ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ ไม่นิยมรับประทานผลดิบ มีชื่อ เรียกอีกคือ กล้วยส้ม (ภาคเหนือ) มีหน่อขาย

ติดต่อ พรพรรณ พูลสวัสดิ์ (นุช) โทร. 0800819688, 0816227349 จังหวัดราชบุรี

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

กล้วยน้ำว้า

บ้านสวน การ์เด้น

กล้วยน้ำว้า เป็นกล้วยพันธุ์หนึ่ง พัฒนามาจากลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี บริโภคกันอย่างแพร่หลาย ปลูกง่าย รสชาติดี สำหรับกล้วยน้ำว้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามสีของเนื้อ คือ น้ำว้าแดง น้ำว้าขาว และน้ำว้าเหลือง คนไทยรับประทานกล้วยน้ำว้าทั้งผลสด ต้ม ปิ้ง และนำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้ยังมีกล้วยน้ำว้าดำ ซึ่งเปลือกมีสีครั่งปนดำ แต่เนื้อมีสีขาว รสชาติอร่อยคล้ายกล้วยน้ำว้าขาว สำหรับกล้วยตีบเหมาะที่จะรับประทานผลสด เพราะเมื่อนำไปย่าง หรือต้มจะมีรสฝาด กล้วยน้ำว้ามีชื่อพื้นเมืองอื่นเช่น กล้วยน้ำว้าเหลือง กล้วยใต้ หรือ กล้วยอ่อง เดิมจัดเป็นชนิด Musa sapientum L. คุณค่าทางอาหารและยา กล้วยน้ำว้าเมื่อเทียบกับกล้วยหอมและกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าจะให้พลังงานมากที่สุด กล้วยน้ำว้าห่ามและสุกมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูก ฟัน และเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี มีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น กินกล้วยน้ำว้าสุก จะช่วยระบายท้องและสามารถรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันในเด็กเล็กได้ ช่วยลดอาการเจ็บคอ เจ็บหน้าอกที่มีอาการไอแห้งร่วมด้วย โดยกินวันละ 4-6 ลูก แบ่งกินกี่ครั้ง ก็ได้ กินกล้วยก่อนแปรงฟันทุกวันจะทำให้ไม่มีกลิ่นปาก และผิวพรรณดี เห็นผลได้ใน 1 สัปดาห์ กล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคตินมีฤทธิ์ฝาดสมาน รักษา อาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผล หรือ 1 ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย

ติดต่อ พรพรรณ พูลสวัสดิ์ (นุช) โทร. 0800819688, 0816227349 จังหวัดราชบุรี

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

กล้วยน้ำว้าพันธุ์เตี้ย, กล้วยพันธุ์เกษตร

บ้านสวน การ์เด้น

น้ำว้าเตี้ย ปลูก 1ปี วัดรอบโคนได้ประมาณ35-40 นิ้ว สูง 2เมตร ออกปลี รอ5เดือนก็จะตัดได้ สุกแล้วมีไส้สีเหลืองอ่อนๆ

ติดต่อ พรพรรณ พูลสวัสดิ์ (นุช) โทร. 0800819688, 0816227349 จังหวัดราชบุรี

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที

ต้นกล้วยเทพพนม

บ้านสวน การ์เด้น

กล้วยเทพพนม เป็นกล้วยพื้นถิ่นประเทศฟิลิปปินส์ ปลูกเลี้ยงง่าย ให้ผลแน่นอน มากน้อยอยู่ที่ความสมบูรณ์และการดูแล ให้ผล 5 – 10 หวีต่อเครือ ระยะเวลาปลูกจนให้เครือประมาณ 8 เดือน รูปทรงหวีเหมือนรูปพนมมือ แปลกตาและสวยงาม สามารถนำไปปลูกเพื่อเป็นกล้วยประดับ ปลูกประดับหน้าบ้าน สื่อความหมายถึงยินดีต้อนรับ เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่ในกระแสสังคมกล่าวถึงกันมาก เมื่อผลกล้วยสุก มีรสชาติหวานอร่อยเหมือนกล้วยน้ำว้าแต่มีความเหนียวมากกว่า สามารถนำมาดัดแปลงทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เหมือนเช่นกล้วยในท้องตลาดที่ใช้บริโภคกันทั่วไป

ติดต่อ พรพรรณ พูลสวัสดิ์ (นุช) โทร. 0800819688, 0816227349 จังหวัดราชบุรี

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที
Advertisement

ต้นกล้วยนาก

บ้านสวน การ์เด้น

ลักษณะ กล้วย เป็นพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa มีหลายชนิด เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำไท กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กล้วยไข่ กล้วยตานี กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง กล้วยนิ้วมือนาง กล้วยส้ม กล้วยนาค กล้วยหิน กล้วยงาช้าง ฯลฯ บางชนิดก็ออกหน่อแต่ว่าบางชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยาวใหญ่ ก้านใบตอนล่างเป็นกาบยาวหุ้มห่อซ้อนกันเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลายลำต้นเป็น ปลี และมักยาวเป็นงวง มีลูกเป็นหวี ๆ รวมเรียกว่า เครือ พืชบางชนิดมีลำต้นคล้ายปาล์ม ออกใบเรียงกันเป็นแถวทำนองพัดคลี่ คล้ายใบกล้วย เช่น กล้วยพัด (Ravenala madagascariensis) ทว่าความจริงแล้วเป็นพืชในสกุลอื่น ที่มิใช่ทั้งปาล์มและกล้วย ประโยชน์ การใช้ประโยชน์ กล้วยเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ใบตองใช้ห่ออาหารและทำงานฝีมือหลายชนิด ลำต้นใช้ทำเชือกกล้วย กระทง อาหารที่ทำจากกล้วย ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาทำอาหารได้หลายส่วน ทั้งหัวปลี หยวกกล้วย ผลทั้งสุกและดิบ ตัวอย่างเช่น กล้วยแขก กล้วยบวชชี กล้วยปิ้ง กล้วยตาก กล้วยเชื่อม ข้าวเม่าทอด กล้วยทอด ประโยชน์ทางสมุนไพร ใบอ่อนของกล้วยอังไฟพอนิ่ม ใช้พอกแก้เคล็ดขัดยอก ก้านใบตองตำให้แหลกช่วยลดอาการบวมของฝี หัวปลี ใช้บำรุงน้ำนม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ผลกล้วยมีสารเซอโรโทนินซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ผลดิบมีสารกระตุ้นเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารให้หลั่งสารออกมาเคลือบกระเพาะ ในผลกล้วยสุกอุดมด้วยคาร์โบไฮเดรตถึง 22 % รวมถึงมีเกลือแร่ เพกติน วิตามินเอ บี และซี มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

ติดต่อ พรพรรณ พูลสวัสดิ์ (นุช) โทร. 0800819688, 0816227349 จังหวัดราชบุรี

ติดต่อ/สั่งซื้อ โทรทันที