สวนเกษตรผสมผสาน
แชร์บน facebook
หัวเชื้อรา พาซิโลมัยซิส บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อ ,,ยาฆ่าแมลง
ชื่อสินค้า:

หัวเชื้อรา พาซิโลมัยซิส บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อ

รหัส:
271351
ราคา:
350.00
ติดต่อ:
คุณนางสาวนวลผ่อง ตรีอินทอง
โทรศัพท์:
0941908875
หรือคลิกที่
รายละเอียด
เชื้อราพาซิโลมัยซิส ไลลาซินัส สามารถป้องกัน และกำจัดแมลงศัตรูพืช อาทิเช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง แมลงหวี่ขาวยาสูบ ไส้เดือนฝอยรากปม (Meloidogyne incognita) ในแง่งพันธุ์ขิงไส้เดือนฝอยรากปม ในผักกาดหอมไส้เดือนฝอยรากปม ในพริกมีประโยชน์ในการป้องกันกำจัด ไข่หอยเชอรี่เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังและ ไข่ของหนอนผีเสื้อหลายชนิด เช่น ไข่ของหนอนใยผัก ไข่ของหนอนกระทู้หอม ไข่ของหนอนเจาะสมอฝ้ายนอกจากนี้ยังมีผลในการป้องกันกำจัดไส้เดือนฝอยรากปม ทั้งใน ระยะไข่ และตัวเต็มวัย รวมถึงหอยทาก สามารถผสมน้ำฉีดพ่นพร้อมกันกับปุ๋ยทางใบ ธาตุอาหารเสริม ฮอร์โมนต่างๆ

1.ฉีดพ่นทันที โดยใช้หัวเชื้อในอัตรา 50กรัม/น้ำ20ลิตร

ผสมน้ำ20ลิตรในถัง ผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์4-6ซีซีกวนให้เข้ากันตักหัวเชื้อเทลงไป50กรัมกวนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 1ชั่วโมง เทน้ำใสๆเข้าไปในถังฉีดพ่นส่วนกากก้นถังเททิ้งไป

2.ขยายเชื้อเพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อจากหัวเชื้อให้เป็นเชื้อสดจำนวน20ลิตร อัตราการใช้เชื้อสด1ลิตรผสมน้ำได้200ลิตร


เชื้อราพาซิโลมัยซิส การควบคุมและทำลาย

เชื้อราพาซิโลมัยซิส สามารถควบคุมและทำลายไข่แมลงและตัวแมลงได้โดย เมื่อเชื้อราพาซิโลมัยซิส เข้าสู่แมลงทางผิวหนัง หรือช่องว่างของลำตัวรวมทั้งจะสร้างเอนไซม์เพื่อช่วยย่อยผนังบางส่วนและงอกสปอร์แทงผ่านลำตัวเข้าไป เจริญ และเพิ่มปริมาณทำให้แมลงเกิดโรค ตายในที่สุด แมลงที่ตายด้วยเชื้อราพาซิโลมัยซิส จะมีลักษณะลำตัวแข็งมีเชื้อราขึ้นปกคลุมลำตัว ซึ่งระยะเวลาในการทำลายจะเร็วหรือช้า ขึ้นกับสภาพแวดล้อมได้แก่อุณหภูมิ ความชื้นและแสงสว่าง ที่เหมาะสมคือ อุณหภูมิ 25-27 องศาเซลเซียส ความชื้น มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแสงแดด มีรังสียูวีจะมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา นอกจากนี้ความรุนแรงของเชื้อ จะรุนแรงมากหรือน้อย ยังขึ้นกับลักษณะพันธุกรรมของเชื้อ ความแข็งแรง หรือภูมิต้านทานของแมลงอีกด้วย

กลไกการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราพาซิโลมัยซิส
เมื่อสปอร์ของเชื้อราสัมผัสกับผิวของแมลง ในสภาพความชื้นที่เหมาะสม (ความชื้นสัมพัทธ์ 60 % ขึ้นไป) จะงอกเส้นใยแทงผ่านผิวหนังเข้าไปในลำตัวแมลงหรือไข่แมลง แล้วขยายจำนวนเจริญอยู่ภายในโดยใช้เนื้อเยื่อของแมลงเป็นอาหาร แมลงจะตายในที่สุด ภายในระยะเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และวัยของแมลงหรือไข่แมลง โดยทั่วไปประมาณ 3 – 14 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของแมลง ในกรณีที่เป็นไข่แมลงจะใช้เวลา2-4วันไข่แมลงจะเปลี่ยนเป็นสีขาวด้านแข็งซึ่งหนอนแมลงจะไม่สามารถฝักตัวออกได้

เชื้อราพาซิโลมัยซิส ที่ตกที่ผนังลำตัวแมลงหรือไข่แมลง เมื่อมีสภาพที่เหมาะสมสปอร์จะงอกแทงทะลุผ่านลำตัวแมลงเข้าไปไชช่องว่างภายใน ลำตัวและเจริญเติบโตเป็นเส้นใยท่อนสั้นๆ ทำลายเซลล์เม็ดเลือดในตัวของแมลง ทำให้แมลงเป็นอัมพาตและตายไปในที่สุด หลังจากแมลงตายแล้วเชื้อราจะสร้างสปอร์แพร่กระจายได้ตามธรรมชาติ

การเข้าทำลายแมลงของเชื้อราพาซิโลมัยซิส
สปอร์เชื้อราตกติดอยู่กับผนังลำตัวแมลงหรือไข่เข้าสู่ตัวแมลงทางผนังลำตัว รูหายใจ บาดแผลบนผนังลำตัว ความชื้นเหมาะสมกับการงอก สปอร์จะแทงทะลุผิวหนังลำตัว เชื้อราจะงอกสู่ช่องว่างลำตัวแมลงเจริญเติบโตสร้างเส้นใยมากมายทำลายแมลง
เมื่อแมลงตาย เส้นใยจะแทงผ่านผนังลำตัวแมลงออกสู่ภายนอกตัวแมลง

สปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกับตัวแมลง เชื้อราจึงสามารถขยายพันธุ์ต่อได้ และเมื่อสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะทำลายแมลงศัตรูต่อไป

ลักษณะอาการของแมลงที่ถูกเชื้อราพาซิโลมัยซิส ทำลาย
แมลงที่ถูกทำลายจะแสดงอาการของการเป็นโรคคือ เบื่ออาหาร กินน้อยลง อ่อนเพลียและไม่เคลื่อนไหว
สีผนังลำตัวแมลงมักจะเปลี่ยนไป ปรากฏจุดสีดำบนบริเวณที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย พบเส้นใย และผง ของสปอร์ปกคลุมตัวแมลงที่ถูกเชื้อราเข้าทำลายส่วนไข่แมลงหลังจากสัมผัสเชื้อราไปแล้ว2-3วันไข่จะฝ่อเปลี่ยนเป็นสีขาวด้าน แข็ง

การใช้เชื้อราพาซิโลมัยซิส ควบคุมศัตรูพืชอย่างถูกต้อง
เนื่องจากเชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิต การนำไปใช้จะได้ผลหรือไม่ ต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องหลายอย่าง ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น แสงกับช่วงเวลา และตัวของแมลงเอง
อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเชื้อราพาซิโลมัยซิส จะทำให้เชื้อรางอกสปอร์ได้ดี จะอยู่ในระหว่าง 25-27 องศาเซลเซียส ความชื้น ความชื้นที่เหมาะสมสำหรับพ่นเชื้อราพาซิโลมัยซิส ต้องมีความชื้นสูงมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

ความชื้นที่เหมาะสมที่สุด คือช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ในบรรยากาศมีความชื้นสูง เนื่องจากความชื้นจะไปกระตุ้นให้สปอร์งอกออกมาและแทงทะลุผ่านเข้าไปในตัวแมลงหรือตัวเพลี้ย แต่ถ้าจะพ่นในช่วงฤดูฝนต้องดูว่าช่วงนั้นเพลี้ยระบาดหรือเปล่า เพราะโดยธรรมชาติฝนจะช่วยลดการระบาดของเพลี้ยอยู่แล้ว หากแมลงระบาดในช่วงแล้ง ซึ่งอุณหภูมิและความชื้นไม่เหมาะต่อการพ่นเชื้อรา ดังนั้นเกษตรกรจะต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดนี้ จึงจะสามารถใช้เชื้อราให้เกิดประสิทธิผล
แสงกับช่วงเวลา

การที่จะพ่นเชื้อราพาซิโลมัยซิส ให้ได้ผล คือ ต้องเป็นช่วงเวลาเย็นที่อากาศมีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ การที่เลือกเวลาพ่นเชื้อราในตอนเย็น ก็เพื่อไม่ให้โดนแสงแดด เพราะแสงแดดจะทำให้เชื้อราเสื่อมคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น

การฉีดพ่นเชื้อราพาซิโลมัยซิส

การพ่นเชื้อราพาซิโลมัยซิส เพียงครั้งเดียวอาจไม่ได้ผล ต้องพ่นซ้ำ 2-3 ครั้งขึ้นไป และควรพ่นในช่วงที่แมลงยังตัวเล็กๆ การพ่นต้องให้ถูกตัวแมลงด้วย เนื่องจากเชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิต การออกฤทธิ์ของเชื้อราไม่เหมือนสารเคมีซึ่งสามารถดูดซึมผ่านไปยังเนื้อเยื่อได้ เมื่อแมลงมาดูดกินก็จะได้รับสารเคมีทำให้แมลงตาย ในกรณีที่แมลงเกาะอยู่ใต้ใบ หากพ่นเชื้อราไปตกอยู่บนใบ เชื้อราจะไม่ออกฤทธิ์ฆ่าแมลงได้ ดังนั้นการพ่นเชื้อราต้องให้สปอร์ไปตกหรือถูกตัวแมลงเท่านั้นจึงจะทำลายแมลงได้ อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงช่วงเวลา แสง อุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสมดังกล่าวเป็นสำคัญ สปอร์จึงจะงอกเส้นใยออกมาแทงทะลุเข้าไปในตัวแมลงได้

การใช้อุปกรณ์พ่นสารเคมีร่วมกับอุปกรณ์พ่นเชื้อรา
สามารถใช้อุปกรณ์ตัวเดียวกันได้ แต่จะต้องเปิดรูหัวฉีดให้กว้างขึ้น ถ้าเราไม่ปรับหัวฉีดให้รูกว้างขึ้น อาจทำให้อุปกรณ์ส่วนอื่นอุดตันได้ โดยเฉพาะที่หัวฉีด เพราะการใช้เชื้อราพวกนี้ต้องการความชื้นมาก จึงจำเป็นต้องเปิดรูให้กว้างขึ้น ปริมาณน้ำที่ใช้ผสมจะต้องมากกว่าการพ่นสารเคมี ในกรณีที่เกษตรใช้ปั๊มแรงดันสูงมักใช้ได้ผลดีกว่าเครื่องฉีดแบบมือโยกจึงจะทำให้มีความชื้นมากและต้องพ่นให้เปียกโชก ควรผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณ์ด้วยเพื่อให้สปอร์เกาะพืชดีขึ้น

ดังนั้น เกษตรกรที่จะใช้เชื้อราพาซิโลมัยซิส ในการป้องกันกำจัดเพลี้ยหรือแมลงศัตรูพืชรวมถึงไข่แมลง จะต้องศึกษาและเข้าใจในธรรมชาติของเชื้อรา และแมลงศัตรูพืชแต่ละชนิด และใช้ให้ถูกวิธีการกำจัดจึงจะได้ผล

อ่านคู่มือการขยายเชื้อ www.kasetkawna.com หรือติดต่อ Line id:@kaset
โพสข้อความ