บ้านสวน การ์เด้น
แชร์บน facebook
สตอเบอร์รี่แคระ, สตรอเบอรี่ป่า, ยาเย็น, จั่วผู่ท้อ, จั่วม่วย,จำหน่าย สมุนไพร ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้เกษตร ไม้ตัดใบ ไม้ตัดดอก ปุ๋ยมูลไส้เดือน กระถางต้นไม้ ดินปลูกต้น,ว่านสมุนไพร
ชื่อสินค้า:

สตอเบอร์รี่แคระ, สตรอเบอรี่ป่า, ยาเย็น, จั่วผู่ท้อ, จั่วม่วย

รหัส:
235308
ราคา:
ไม่ระบุ
ติดต่อ:
คุณพรพรรณ พูลสวัสดิ์ (นุช)
โทรศัพท์:
0800819688
หรือคลิกที่
รายละเอียด
Fragaria สตอเบอร์รี่แคระ, สตรอเบอรี่ป่า, ยาเย็น (เชียงใหม่), จั่วผู่ท้อ, จั่วม่วย (แต้จิ๋ว-จีน)
ลักษณะทั่วไป : ต้น : เป็นพรรณไม้เลื้อยคลุมดิน ลำต้นจะแตกกิ่งก้านสาขาเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน อาจจะมีขนสั้น หรือยาวปกคลุมต้น
ใบ : เป็นไม้ใบประกอบ มีก้านใบยาว ก้านใบก้านหนึ่งมีใบย่อยอยู่ 3-5 ใบ แต่ก้านใบย่อยไม่มีจะแตกออกในจุดเดียวกัน
ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปมนรี ขอบจักเป็นฟันเลื่อย ปลายใบมน โคนใบเรียวเล็กจนถึงก้านใบ
พื้นใบเป็นสีเขียวด้านล่างมีขนสั้น ๆ ปกคลุมอยู่ ด้านบนมักไม่ค่อยมีเท่าใดนักขนาดของใบกว้างประมาณ 0.5-1 นิ้ว ยาว 0.5-1.5 นิ้ว
ดอก : ออกเป็นช่ออยู่ตามง่ามใบ ส่วนมากก้านช่อดอกจะยาวกว่าก้านใบ ดอกสีเหลืองมี 3-5 กลีบ บานเต็มที่ ประมาณ 12-15 มม. กลีบเลี้ยงเป็นกลีบแหลมพุ่งออกมา 3-5 กลีบและมีขนปกคลุมบาง ๆ

ผล : ติดรวมกันเป็นกลุ่มรูปทรงกลมยาว ส่วนลักษณะของผลนั้นจะเป็นลูกเล็ก ๆ สีแดงสด มีอยู่จำนวนมาก และห่อหุ้มด้วยกลีบเลี้ยงสีเขียว
การขยายพันธุ์ : เป็นไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีและเร็วในดินที่ร่วนซุยและมีความชื้นปานกลาง ชอบอากาศเย็น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

ส่วนที่ใช้ : ใบและก้าน

สรรพคุณ : ใบและก้าน จะมีพิษเล็กน้อย แก้บิด อาเจียนเป็นเลือด แก้เจ็บคอ แก้ไอ ไข้สูง ตับอักเสบ ฝีเนื้อร้าย แผลถูกความร้อน เยื่อตาอักเสบ แผลมีหนองเรื้อรัง แมลงและสัตว์ที่มีพิษกัดต่อย

ข้อห้ามใช้ : ผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลียและสตรีที่มีครรภ์ ห้ามรับประทาน

ตำรับยา :
1. คอเจ็บ ไอ ใช้ใบและก้านสด 30-60 กรัม ต้มกับน้ำกินหรืออมกลั้วคอ

2. ปากเป็นแผลเพราะร้อนใน ใช้ใบและก้านสดคั้นเอาน้ำได้ 1 แก้ว ต้มให้เหลือเพียงครึ่งแก้วกิน

3. ไข้หวัด ใช้ใบและก้านสด 15-25 กรัม ต้มน้ำกินวันละ 2 ครั้ง

4. ไอและอาเจียนออกมาเป็นเลือด หรือกระอักเลือด นำใบและก้านสดประมาณ 60-90 กรัม ตำแล้ว ตำแล้วคั้นเอาน้ำ 1 แก้วผสมกับน้ำตาลกรวดเล็กน้อยต้มกิน

5. ถ่ายเป็นมูกเลือด บิดใช้ใบและก้านสด 30 กรัมต้มน้ำกิน

6. แมลงมีพิษกัดต่อย และงูกัด ใช้ต้นสดตำพอก

7. แผลถูกความร้อนเล็กน้อยซึ่งยังไม่มีหนอง ใช้ใบและก้านสดผสมพิมเสนเล็กน้อย ตำพอก

8. แผลพองมีหนอง ใช้ใบและก้านสดตุ๋นกับเนื้อวัวกิน และตำพอกด้วย

9. เด็กอายุ 10 ปีขึ้นไปถ้าเป็นโรคคอตีบ ให้ใช้ใบและก้านสด 250 กรัม ตำผสมกับน้ำเย็นแล้วคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำตาล ค่อย ๆ กินให้หมดภายใน 1 วัน

10. เป็นฝีเนื้อร้าย มะเร็งที่ปากมดลูก ที่ปอด ที่กระเพาะอาหาร ใช้ใบและก้านสด ผสมกับปาล์มจีนและปั้วกีน้อย อย่างละ 30 กรัมต้มน้ำกินสารเคมีที่พบ : ในเมล็ดจะมีน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันหลักคือnonsaponification fat ซึ่งประกอบด้วยสารพวก hydrocarbon, sterol และ alcohol ซึ่งมี B-sitosterol เป็นหลักจะมีปริมาณ 89.5% ของปริมาณ sterols ทั้งหมด และนอกจากนี้ยังมี linoleic acid 53.1%

เอามาจาก http://www.samunpri.com/modules.php?name=Herbs&file=sor&func=sor2

จากรายงานการวิจัย ( ข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ต )

วิจัยสตรอเบอร์รี่..ต้านมะเร็ง
มะเร็ง...โรคร้าย ตัวนี้ กระทรวงสาธารณสุข แฉข้อมูลว่าในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา ได้คร่าชีวิตคนไทยด้วยความทุกข์ ทรมาน ไม่มีใครที่ถูกมันเกาะกินแล้วจะหลุดรอด แม้แต่แพทย์ พยาบาล บุคคลในวงการแพทย์ .....ก็สังเวยชีวิตกับมันจนนับไม่ถ้วน อีกทั้งคาดว่าในปี พ.ศ.2551 ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะสูงถึง 120,000 ราย โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 40 ปี สาเหตุมาจากสภาพการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ด้วยสารเคมี....หรือ บริโภคอาหารมีสารพิษปนเปื้อน

มูลนิธิโครงการหลวง จึงมีการแสวงหาพืชหลากหลายชนิดพร้อมทำการวิจัยเพื่อ หาสารที่เป็นประโยชน์และ มีสรรพคุณในการป้องกัน กำจัดและยับยั้งโรคภัยไข้เจ็บ ต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับมนุษยชาติ
ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิเคราะห์พบว่า ในบรรดาพันธุ์พืชชนิดต่างๆ มี สตรอเบอร์รี่พันธุ์พื้นเมือง หรือ พันธุ์ป่า ชื่อว่า Wild varieties เป็นพืชที่มีสารยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็งและโรคอื่นๆได้อีกหลายชนิด (Wild Strawberries : Anticancer cell proliferation property plant) สตรอเบอร์รี่สายพันธุ์ป่า....พบใน อเมริกา กลางและใต้ กับยุโรปตอนเหนือและกลางทวีป ส่วนเอเชียมีกระจายทั่วไปใน เขตไซบีเรีย อัลมาเนีย และทางตอนเหนือของ ซีเรีย ทีมงานวิจัยนำมาทดลองปลูกบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร แล้วทำการผสมพันธุ์ให้ มีความต้านทานต่อโรคพืช และ แมลง กระทั่งได้รับความสำเร็จสายพันธุ์....เลยให้ชื่อว่า “สตรอเบอร์รี่ดอย” ลักษณะโดยรวมใบบางยาวรี ผิวใบค่อนข้างเรียบ ขอบมีรอยหยักแหลมสีเขียวอ่อน กว่าสายพันธุ์อื่นๆ ต้นมีขนาดเล็ก เจริญเติบโตในแนวตั้ง ผลเล็ก ช่อดอกมีความยาวปานกลาง บางครั้งอาจติดช่อสั้นๆ ผลขนาดเล็กเมล็ดสีดำอยู่เปลือกผิวโดยรอบ

จากการวิจัยพบว่า รากที่มีความฝาด ใช้รักษาอาการท้องร่วง ใบแปรรูปเป็นชา ชงดื่มรักษาโรคบิด ส่วน ผลพบว่ามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งประกอบไปด้วย วิตามินซี สาร anthocyanins fiavonoids และ phenolic acids สามารถลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งประเภท HT-29 กับ HCT-116 ได้ และยังมีข้อมูลยืนยันจาก และ Lewer ของ U.S Department of Agriculture ว่า.....สารสกัดจากผลสตรอเบอร์รี่ดอย เมื่อนำไปทดลองใช้กับ ผู้ป่วยมะเร็งปอด (A549) สามารถหยุดยั้งการขยายตัวของเยื่อบุเซลล์ มะเร็งปอด ชะงักถึง 34%
โพสข้อความ
03 กุมภาพันธ์ 2559 02:54