ไนติงเกล
แชร์บน facebook
ชมพู่น้ำดอกไม้,ขายต้นชมพู่น้ำดอกไม้,ชมพู่
ชื่อสินค้า:

ชมพู่น้ำดอกไม้

รหัส:
152227
ราคา:
ไม่ระบุ
ติดต่อ:
คุณ คณิสร
โทรศัพท์:
086-004-9814
หรือคลิกที่
รายละเอียด
ชมพู่น้ำดอกไม้

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium jambos (L.) Alston

วงศ์ : Myrtaceae

ชื่อสามัญ : Rose Apple

ชื่ออื่น : ฝรั่งน้ำ ชมพู่น้ำ(ใต้) ชมพู่น้ำดอกไม้(ไทย) มะชมพู่ มะน้ำหอม (พายัพ) มะชามุต(น่าน) ยามูปะนาวา(มลายู-ยะลา)

ลักษณะ : เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 3 - 4 ซม. 12 - 17 ซม. ดอก ช่อกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อย 3 - 8 ดอก กลีบดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ฐานรองดอกรูปกรวย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด กินได้ รูปเกือบกลม เส้นผ่าศูนย์ กลาง 5 - 6 ซม.
ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10 เมตร

สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ผล - ใช้ปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้
เปลือก, ต้น และเมล็ด - แก้เบาหวานและแก้ท้องเสีย

ประโยชน์ :ใช้ผลปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้เปลือก ต้น และเมล็ด แก้เบาหวานและแก้ท้องเสีย

ผลมีน้ำหนักประมาณ 80 – 100 กรัม ความหวาน 16 องศาบริกซ์ ( หวานกว่าชมพู่ทุกชนิด ) เนื้ออ่อนนุ่มชวนรับประทาน

มีการศึกษาวิจัย พบว่าสารสกัดจากอะซิโตนและน้ำจากเปลือกของต้นชมพู่น้ำดอกไม้(Syzygium jambos ( L. ) Alston แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Staphylococcus aureus , Yersinia enterocolitica , Staphylococcus hominis , Staphylococcus cohnii และ Staphylococcus warneri โดยสารสำคัญในการแสดงฤทธิ์ดังกล่าวคือ แทนนิน ที่มีปริมาณมากในสารสกัด ( 77% ในสารสกัดจากน้ำและ 83% ในสารสกัดจากอะซิโตน )

ชมพู่น้ำดอกไม้เป็นผลไม้ไทยโบราณที่นับวันจะหายากมากขึ้นเรื่อยๆ

ผลสุกมีกลิ่นหอมแบบดอกกุหลาบ โตไวและเลี้ยงง่าย

ผลไม้เก่าแก่ชนิดนี้กำลังจะสูญหายไปกับกาลเวลา

คงถึงเวลาที่เราต้องเร่งอนุรักษ์กัน เข้ามาเยี่ยมชมและรู้จักกับสมบัติของท้องถิ่นไทยอีกชนิด

ต้นไม้ตระกูล "ชมพู่" ในบ้านเรานิยมปลูกกันมีหลากหลายสายพันธุ์ บ้างปลูกประดับเพื่อความสวยงามหรืออนุรักษ์ อย่าง “ชมพู่น้ำดอกไม้” ชื่ออื่นเรียก “ฝรั่งน้ำ” มีถิ่นกำเนิดแถบมลายู เป็นไม้ดั้งเดิมของไทย ข้อดีคือ มีกลิ่นหอม ผลสีสันสวยงาม ปัจจุบันเป็นพรรณไม้หายาก

ถิ่นที่อยู่ : พรรณไม้นี้มักจะขึ้นตามป่าราบทั่ว ๆ ไป และจะมีปลูกกันไว้บ้าง ตามสวน เพื่อกินหรือขายเป็นสินค้าก็ได้
การขยายพันธุ์
1.การเพาะเมล็ด
2.การตอนกิ่ง
ประโยชน์ ใช้ผลปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้เปลือก ต้น และ
เมล็ด แก้เบาหวานและแก้ท้องเสีย


ขอขอบคุณสำหรับภาพและข้อมูลจาก

http://www.bspwit.ac.th/S-PROJECT/WEB-DESIGN/WEB-DESIGN%202552/Doungjai%20Khamtead/chumpoonamdogmai.html



โพสข้อความ
23 มกราคม 2561 01:39