ค้นหาสินค้า

ปีบฝรั่ง

ต้นกล้าปีบฝรั่ง

ต้นดอกปีปฝรั่ง/แสนปะสะ
ต้นดอกปีปฝรั่ง/แสนปะสะ พนัสนิคม ชลบุรี

ราคา 50.00 บาท /ต้น

จังหวัดที่ขายต้นกล้าปีบฝรั่ง

ชลบุรี (1 ร้าน)

ดูสินค้าหมวด ต้นกล้าปีบฝรั่ง ทั้งหมดในเว็บ

ลักษณะพฤกษศาสตร์ของต้นปีบฝรั่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hippobroma longiflora (L.) G.Don

ชื่อภาษาอังกฤษ : Madam fate, Star of Bethlehem

ชื่ออื่นๆ : แสนประสะ

ลำต้น : เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง เป็นแกนแข็ง ทุกส่วนอวบน้ำ ลำต้นสีเขียวหรือน้ำตาลดำ มีขนขึ้นประปาราย

ใบ : เป็นใบเดี่ยว รูปไข่กลับยาวรี ปลายใบแหลมเล็กน้อย โคนใบสอบมน ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ผิวใบเรียบ ผิวใบด้านบนเป็นมันมีสีเขียวเข้มท้องใบมีสีอ่อนกว่า

ดอก : เป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ ดอกสีขาว ดอกรูปดอกเข็ม

ผล : คล้ายรูปกระสวย เมื่อแก่จะโป่งออกและโค้งลง แห้งแตก

เมล็ด : รูปรี มีจำนวนมาก

ปีบฝรั่ง

การขยายพันธุ์ของต้นปีบฝรั่ง

เพาะเมล็ด

การดูแลต้นปีบฝรั่ง

ปลูกได้ในดินร่วน ต้องการน้ำปานกลาง ชอบแดดรำไรถึงเต็มวัน เจริญเติบโตเร็ว

สรรพคุณทางสมุนไพรของต้นปีบฝรั่ง

- ใบ แก้ปวดฟัน

- ทั้งต้น รักษากามโรค แก้หืด รักษาหลอดลมอักเสบ รักษาโรคลมบ้าหมู

ประโยชน์ของต้นปีบฝรั่ง

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับคลุมดินริมน้ำ

หมายเหตุ : ไม่ควรปลูกใกล้กับสนามเด็กเล่น เพราะน้ำยางจากต้นเมื่อสัมผัสจะทำให้ผิวหน้าคันหรือถ้าเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้


ลักษณะพฤกษศาสตร์ของปีบ (3602)

ชื่อวิทยาศาสตร์:  Millingtonia hortensis L.f.
ชื่อวงศ์:  Bignoniaceae
ชื่อสามัญ:  Indian cork tree
ชื่อพื้นเมือง:  กาซะลอง กาดซะลอง เต็กตองโพ่
ลักษณะทั่วไป:
    ต้น  ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกระบอก กิ่งก้านมักจะย้อยลง เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นร่องลึกตามยาวลำต้นอย่างไม่เป็นระเบียบ
    ใบ  ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น  เรียงเวียน  ช่อเเขนงด้านข้างมี 3-5 คู่  ปลายคี่  เรียงตรงข้าม ใบย่อยแขนงละ  2-4  คู่    เรียงตรงข้าม   ใบรูปไข่ หรือรูปไข่แกมรูปใบหอก   กว้าง 2-3 เซนติเมตร    ยาว 4-8 เซนติเมตร   ปลายแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักมนหรือเว้าเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบด้านล่างของใบอ่อนจะมีชน
    ดอก  สีขาวหรือชมพู   มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกซ้อนตามปลายกิ่ง ช่อดอกขนาดใหญ่และยาว 10-35 เซนติเมตร   มีขน  กลีบเลี้ยงมีขนาดเล็ก  โคนติดกันเป็นรูปถ้วย  ปลายแยก 5 แฉก   ปลายมนกว้างม้วนลง เป็นหลอดยาวปลาย 4 แฉก มี 1 กลีบที่ปลายเป็น 2 แฉก  ดอกบานเต็มที่กว้าง 3.5-4 เซนติเมตร
    ฝัก/ผล  ผลแห้งแตก เป็นฝักแบนและตรง สีน้ำตาล หัว ท้ายแหลม กว้าง 1.5-2.3 เซนติเมตร ยาว 25-30 เซนติเมตร
    เมล็ด  เมล็ดแบนมีปีกบางจำนวนมาก
ฤดูกาลออกดอก:  กันยายน – พฤศจิกายน บานเวลาเย็น
การปลูก:  ปลูกประดับสวน ให้ร่มเงา  ลานจอดรถ ริมถนน
การดูแลรักษา:  ทนแล้ง ไม่ทนน้ำท่วมขัง
การขยายพันธุ์:  เมล็ด ตอนกิ่งหรือนำรากมาตัดเป็นท่อนๆแล้วนำมาชำในกระบะทรายที่ผสมขี้เถ้าแกลบ
ส่วนที่มีกลิ่นหอม:  ดอกสวยมีกลิ่นหอม
การใช้ประโยชน์:
    -    ไม้ประดับ
    -    สมุนไพร
    -    เนื้อไม้มีสีเหลืองนิยมนำมาทำเครื่องเรือนประดับบ้าน
    -    เปลือกทำจุกก๊อร์คขนาดเล็ก
    -    บริโภค
แหล่งที่พบ:  ป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างแห้งแล้งทั่วไปทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนที่ใช้บริโภค:  ยอดอ่อน
การปรุงอาหาร:  ยอดอ่อนลวกรับประทานกับป่นหรือแจ่ว
สรรพคุณทางยา:
    -    ดอกแห้งมวนเป็นบุหรี่สูบแก้หืด   พบว่าในดอกมีสาร hispidulin  ที่ระเหยได้และมีฤทธิ์ในการขยาย หลอดลมรักษาอาการหอบหืด   สูบแก้ริดสีดวงจมูก  มีรสหวานขมหอม  บำรุงน้ำดี  บำรุงโลหิต  บำรุงกำลัง แก้ลม
    -    รากสดหรือตากแห้งมาต้มเอาน้ำดื่มบำรุงปอดแก้วัณโรคหรือปอดพิการ แก้อาการเหนื่อยหอบได้ดี


ปีบเป็นไม้มงคล (3603)

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นปีบไว้ประจำบ้านจะทำให้เก็บเงินเก็บทองได้มาก เพราะ ปีบ คือ ภาชนะที่ใช้ในการบรรจุของ ดังนั้นคนไทยโบราณเรียกภาชนะใส่ของที่มีค่าว่าปีบเงิน ปีบทอง นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าสามารถทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะปีบมีลักษณะแข็งและโปร่ง เวลาเคาะหรือตีจะเกิดเสียงดังไปไกล