ค้นหาสินค้าล้างข้อมูล

ดาวเรือง

ขายต้นดาวเรือง ดอกดาวเรืองราคาถูก การปลูก วิธีดูแล และการขยายพันธุ์ดาวเรือง ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อสามัญ ลักษณะและสรรพคุณ

ผู้ให้การสนันสนุน

ดาวเรืองแนะนำ

ดูสินค้าหมวด "ดาวเรือง" ทั้งหมดในเว็บ
ต้นดาวเรือง
ต้นดาวเรือง นนทบุรี

ราคา 10.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง ปทุมธานี

ต้นดาวเรือง
ต้นดาวเรือง นครราชสีมา

ดาวเรือง
ดาวเรือง นนทบุรี

ราคา 10.00 บาท

ดอกดาวเรือง
ดอกดาวเรือง กรุงเทพมหานคร

ดาวเรือง
ดาวเรือง นนทบุรี

ราคา 20.00 บาท

เมล็ดดาวเรือง
เมล็ดดาวเรือง กรุงเทพมหานคร

ราคา 25.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง นครนายก

ดาวเรือง
ดาวเรือง ปทุมธานี

ราคา -10.00 บาท

ต้นดาวเรือง
ต้นดาวเรือง อุตรดิตถ์

ราคา 10.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง สุราษฎร์ธานี

ดาวเรือง
ดาวเรือง กรุงเทพมหานคร

ดาวเรือง
ดาวเรือง นครนายก

ราคา 10.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง กรุงเทพมหานคร

ราคา 300.00 บาท

ต้นดาวเรือง Dao ruang marigold
ต้นดาวเรือง Dao ruang marigold กรุงเทพมหานคร

ราคา 35.00 บาท/1

ดาวเรือง
ดาวเรือง ประจวบคีรีขันธ์

ต้นดาวเรือง
ต้นดาวเรือง ปราจีนบุรี

ต้นดาวเรือง ราคาถูก
ต้นดาวเรือง ราคาถูก ราชบุรี

ราคา 5.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง นครนายก

ราคา 25.00 บาท

ดาวเรืองประดับแปลง
ดาวเรืองประดับแปลง ภูเก็ต

ราคา 15.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง นครนายก

ราคา 10.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง สมุทรปราการ

ราคา 25.00 บาท

ดาวเรือง
ดาวเรือง นครนายก

ราคา 10.00 บาท

ต้นพันธุ์ดาวเรือง
ต้นพันธุ์ดาวเรือง สระบุรี

ราคา 15.00 บาท

ต้นกล้าดาวเรือง
ต้นกล้าดาวเรือง นครศรีธรรมราช

พันธุ์ดาวเรือง
พันธุ์ดาวเรือง นครศรีธรรมราช

ดาวเรือง
ดาวเรือง นครนายก

ราคา 20.00 บาท/ต้น

ดาวเรือง
ดาวเรือง นครนายก

จำหน่ายต้นกล้าดาวเรือง
จำหน่ายต้นกล้าดาวเรือง จันทบุรี

ราคา 4.00 บาท

ต้นดาวเรือง
ต้นดาวเรือง นครนายก

ราคา 10.00 บาท/ต้น

ดูสินค้าหมวด "ดาวเรือง" ทั้งหมดในเว็บ

ดาวเรืองในจังหวัด

กรุงเทพมหานคร (10 ร้าน)

จันทบุรี (1 ร้าน)

ฉะเชิงเทรา (1 ร้าน)

นครนายก (11 ร้าน)

นครปฐม (2 ร้าน)

นครราชสีมา (1 ร้าน)

นครศรีธรรมราช (2 ร้าน)

นครสวรรค์ (2 ร้าน)

นนทบุรี (4 ร้าน)

ปทุมธานี (5 ร้าน)

ประจวบคีรีขันธ์ (1 ร้าน)

ปราจีนบุรี (5 ร้าน)

ภูเก็ต (1 ร้าน)

มหาสารคาม (1 ร้าน)

ร้อยเอ็ด (1 ร้าน)

ราชบุรี (2 ร้าน)

ลพบุรี (1 ร้าน)

เลย (8 ร้าน)

สมุทรปราการ (2 ร้าน)

สมุทรสาคร (1 ร้าน)

สระบุรี (1 ร้าน)

สุพรรณบุรี (1 ร้าน)

สุราษฎร์ธานี (2 ร้าน)

อุดรธานี (1 ร้าน)

อุตรดิตถ์ (1 ร้าน)


ลักษณะพฤกษศาสตร์ของดาวเรือง

ชื่อวิทยาศาสตร์:  Tagetes erecta L.
ชื่อวงศ์:  Compositae
ชื่อสามัญ:  Marigold
ชื่อพื้นเมือง:  ดอกคำพู่จู้ คำปูจู้หลวง ดาวเรืองใหญ่ พอทู ดาวเรืองอเมริกัน
ลักษณะทั่วไป:
    ต้น  ไม้ดอกล้มลุก มีทั้งพันธุ์เตี้ยเเละพันธุ์สูง ลำต้นเป็นเหลี่ยม
    ใบ  ใบประกอบแบบขนนก เรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรีถึงรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน กว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม
    ดอก  มีหลายสี   เข่น  สีขาว เหลือง เหลืองทอง และส้ม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง ดอกวงนอกกลีบดอกเป็นรูปรางน้ำซ้อนกันแน่น   โคนกลีบดอกเป็นหลอดเล็ก ปลายแผ่เป็นรูปไข่กลับ ดอกวงในกลีบดอกเป็นหลอดสีเหลืองปลายจักเป็น 5 ซี่ ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-8 เซนติเมตร มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน
    ฝัก/ผล  ผลแห้งไม่แตก มีสีดำ
ฤดูกาลออกดอก:  ตลอดปี
การปลูก:  ปลูกประดับเป็นจุดเด่นในสวนหรือปลูกเป็นกลุ่ม ริมถนน ทางเดิน
การดูแลรักษา:  ต้องการแสงแดดจัด   สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด
การขยายพันธุ์:  เพาะเมล็ด, ปักชำยอด
ส่วนที่มีกลิ่นหอม:  ดอกกลิ่นหอมฉุน
การใช้ประโยชน์:
    -    ไม้ประดับ
    -    สมุนไพร
    -    สีของดอกใช้เป็นสีย้อมผ้า
    -    ดอกดาวเรืองผสมในอาหารสัตว์เป็นอาหารเสริม เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชที่สารแซธโธฟิล (Xanthophyll) สูง จึงสามารถนำไปเป็นส่วนผสมอากหารสัตว์ได้ดี โดยเฉพาะอาหารของของไก่ไข่ จะทำให้ไข่แดงมีสีแดงสดใสน่ากินยิ่งขึ้น
    -    ป้องกันแมลง เนื่องจากดาวเรืองเป็นสารที่มีกลิ่นเหม็นแมลงไม่ชอบ จึงสามารถใช้เป็นเกราะป้องกันแมลงให้แก่พืชอื่น ๆ ในรากของดาวเรืองมีสารชนิดหนึ่งคือ แอลฟ่า เทอร์เธียนิล (& - terthienyl) ซึ่งเป็นสารที่สามารถควบคุมปริมาณไส้เดือนฝอยในดินได้เป็นอย่างดี
    -    เพื่อจำหน่าย  ดาวเรืองเป็นไม้ดอกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ใช้ทำพวงมาลัย ใช้ปักแจกัน
ถิ่นกำเนิด:  ประเทศเม็กซิโก, อเมริกาใต้
สรรพคุณทางยา:
-    ใบ มีสรรพคุณพอกแผลฝี  ทาแผลเน่าเปื่อย  น้ำคั้นจากใบแก้ปวดหู
-     ดอก แก้ริดสีดวงทวาร  ขับเสมหะแก้เจ็บตา เวียนศีรษะ ไอกรน คางทูม


ชนิดและพันธุ์ของดาวเรือง

ชนิดของดาวเรือง
   ดาวเรืองที่ปลูกกันอยู่โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
   1. ดาวเรืองอเมริกัน (American Marigolds ) เป็นดาวเรืองที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอเมริการ ลำต้นสูงตั้งแต่ 10-40 นิ้ว ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง และขาว กลีบ ดอกซ้อนกันแน่น ดอกมีขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 นิ้ว ดาวเรืองชนิดนี้มีหลายพันธุ์ ได้แก่
      พันธุ์เตี้ย สูงประมาณ 10-14 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ ปาปาย่า (papaya) ไพน์แอปเปิล (pineaple) ปัมพ์กิน (Pumpkin) เป็นต้น
      พันธุ์สูงปานกลาง สูงประมาณ 14-16 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์อะพอลโล (Apollo) ไวกิ่ง (Ziking) มูนช๊อต (Moonshot) เป็นต้น
      พันธุ์สูง สูงประมาณ 16-36 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ดับเบิล อีเกิล (Double Egle) ดับบลูน (Doubloon) ซอฟเวอร์เรน (Sovereign) เป็นต้น
   2. ดาวเรืองฝรั่งเศส (French Marigolds) ดาวเรืองฝรั่งเศสเป็นดาวเรืองต้นเล็ก ต้มเป็นพุ่มเตี้ย ๆ สูงประมาณ 6-12 นิ้ว ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง น้ำตาลอมแดง และสีแดง ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1.5 นิ้ว นิยมปลูกประดับในแปลงมากกว่าปลูกเพื่อตัดดอก เนื่องจากมีกานดอกสั้น นอกจากนี้ยังเป็นดาวเรืองที่สามารถลดปริมาณไส้เดือนฝอยที่ทำให้เกิดอาการรากปมในรากพืชได้ ตัวอย่างดาวเรืองฝรั่งเศส ได้แก่
    พันธุ์ดอกชั้นเดียว ดอกมีขนาด 1.5-2 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์เรด มาเรตต้า (Red Marietta) นอธตี้ มาเรตต้า (Naughty Marietta) เอสปานา (Espana) ลีโอปาร์ด (Leopard) เป็นต้น
    พันธุ์ดอกซ้อน ดอกมีขนาดตั้งแต่ 1.5-3 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ควีน โซเฟีย (Queen Sophia ) สการ์เลต โซเฟีย (Scarlet Sophia) โกลเด้น เกต (Golden Gate ) เป็นต้น
   3. ดาวเรืองพันธุ์ลูกผสม (Mule Mariglds หรือ Afro American Marigolds) เป็นดาวเรืองลูกผสมระหว่างดาวเรืองอเมริกันและดาวเรืองฝรั่งเศส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำลักษณะความแข็งแรง ดอกใหญ่ และมีกลีบซ้อนมากของดาวเรืองอเมริกัน รวมเข้ากับลักษณะต้นเตี้ยทรงพุ่มกะทัดรัดของดาวเรืองฝรั่งเศส ดาวเรืองลุกผสมให้ดอกเร็วมาก คือเพียง 5 สัปดาห์หลังจากเพาะเมล็ดดอกมีขนาด 2-3 นิ้ว ดอกดกและอยู่กับต้นได้ดี ดาวเรืองชนิดนี้มีข้อเสียก็คือเมล็ดจะลีบ ไม่สามารถนำมาเพาะให้เป้นต้นใหม่ได้จึงเรียกว่า ดาวเรืองล่อ เช่นเดียวกับการผสมม้ากับลา มีลูกออกมาเรียกว่า ล่อ ซึ่งเป็นหมัน จึงทำให้เมล็ดมีราคาแพงมาก และการปลูกดาวเรืองด้วยเมล็ดชนิดนี้ จึงควรใช้เมล็ดเป็นปริมาณ 2 เท่าของจำนวนที่ต้องการ เนื่องจากเมล็ดมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ
    ดาวเรืองลูกผสมที่นิยมปลูกมีอยู่หลายพันธุ์ คือ พันธุ์นักเก็ต (Nugget) ไฟร์เวิร์ก (Fireworks) เรด เซเว่น สตาร์(Red Sevenstar) และโชว์โบ๊ต (Showboat)

พันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับในประเทศไทย
   1. พันธุ์ซอฟเวอร์เรน ดอกสีเหลือง กลีบดอกซ้อนกันแน่น สวยงาม ดอกมีขนาดประมาณ 10 ซ.ม
   2. พันธุ์ทอรีดอร์ ดอกสีส้ม ขนาดประมาณ 8.5-10 ซ.ม
   3. พันธุ์ดับเบิล อีเกิล ดอกสีเหลือง ขนาดประมาณ 8.5 ซ.ม และมีก้านดอกแข็ง
   4. พันธุ์ดาวเรืองเกษตร เป็นดาวเรืองที่มหาวิทยลับเกษตรศาสตร์ นำเข้ามาทดลองปลูกและคัดเลือกพันธุ์ที่โครงการเกษตรที่สูง และได้คัดเลือกพันธุ์ไว้ได้ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์สีทองเบอร์ 1 พันธุ์สีทองเบอร์ 4 เป็นพันธุ์ที่มีดอกสีเหลืองขึ้นได้ดีในสภาพของประเทศไทย และให้ผลลิตสูงพอสมควร

เอื้อเฟื้อข้อมูล กรมวิชาการเกษตร (www.doae.go.th)


การปลูกและการขยายพันธุ์ดาวเรือง

การขยายพันธุ์ดาวเรือง
   1. การเพาะเมล็ด เป็นวิธีการที่นิยมปฏิบัติกันและผลผลิตดีกว่าวิธีอื่น โดยนำเมล็ดดาวเรืองมาเพาะในกระบะหรือแปลงเพาะ
การเพาะเมล็ดในกระบะ กระบะที่จะใช้เพาะอาจเป็นกระบะไม้หรือกระบะพลาสติกก็ได้ วัสดุเพาะประกอบด้วยขุยมะพร้าว ทราย ขี้เถ้าแกลบ ปุ๋ยคอก ในอัตราส่วน 1:1:1:1
   การเพาะเมล็ดในแปลง แปลงที่จะใช้เพาะเมล็ดดาวเรือง ควรเป็นดินร่วนซุยและค่อนข้างละเอียด ขุดแปลงกลับหน้าดินตากไว้ประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อฆ่าเชื้อโรคและแมลง จากนั้นนำปุ๋ยคอก(มูลโค มูลเป็ด มูลไก่ เป็นต้น ) มาผสมและคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ย่อยดินให้ละเอียดแล้วปรับหน้าแปลงให้เรียบ
การเพาะเมล็ดทั้งการเพาะในกระบะและในแปลง มีวิธีการปฏิบัติดังนี้
      1. ทำร่องบนวัสดุเพาะในกระบะหรือบนแปลงให้ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร และให้แต่ละร่องห่างกันประมาณ 5 ซ.ม
      2. หยอดเมล็ดดาวเรืองในร่อง ห่างกันประมาณ 3-5 ซ.ม แล้วกลบร่องเพื่อกลบเมล็ดดาวเรือง
      3. ให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ เศษฟาง หรือหญ้าแห้ง คลุมกระบะเพาะ เพื่อป้องกันความเสียหายเนื่องจากฝนชะแต่ถ้าเป็นฤดูหนาวก็ควรคลุมพลาสติกเช่นกัน เพื่อเพิ่มความร้อนให้กับกระบะหรือแปลงเพาะ จะทำให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น หลังจากเพาะได้ประมาณ 3-5 วัน เมล็ดจะงอก และอีกประมาณ 10-12 วัน จึงย้ายต้นกล้าไปปลูกได้
   2. การปักชำ เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่สามารถทำได้อีกวิธีหนึ่ง แต่ไม่ค่อยนิยมมากนัก เนื่องจากได้จำนวนน้อยและให้ผลผลิตต่ำกว่า ดอกมีขนาดเล็กกว่า สาเหตุที่ทำกันเพาะเป็นผลพลอยได้จากการเด็ดยอดทิ้ง ยอดที่เด็ดทิ้งจะมีความยาว 1-2 นิ้ว แล้วนำไปปักชำที่ใช้คือขี้เถ้าแกลบเพราะเก็บความชื้นได้ดีหลังจากเตรียมแปลงหรือถุงหักชำแล้ว นำยอดดาวเรืองมาปักชำ หากควบคลุมความชื้นได้ดี ยอดดาวเรืองจะออกรากภายใน 3-4 วัน และถ้ามีการใช้ฮอร์โมนเร่งรากจะทำให้ดาวเรืองออกรากได้ดียิ่งขึ้นจากนั้นนำไปใว้ให้ถูกแดดอีกประมาณ 3-4 วัน จึงสามารถย้ายไปปลูกยังแปลงปลูกได้

การปลูกดาวเรือง
   การปลูกดาวเรืองเป็นขึ้นตอนแต่การเตรียมแปลงปลูก การย้ายกล้ามาปลูกในแปลง รวมถึงการปฏิบัติดูแล ขั้นตอนในการปฏิบัติดูแลมีดังนี้
   1. การเตรียมแปลงปลูก
ดินที่ที่จะใช้ปลูกดาวเรืองควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี เก็บรักษาความชื้นได้สูง และมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 6-5-7.5 ในขณะที่เตรียมดินนั้น ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปด้วย เพื่อเมธาตุอาหารและปรับโครงสร้างให้ดินโปร่ง ควรขุดพลิกหน้าดินไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อทำลายเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช แปลงควรมีขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ จากนั้นจึงย่อยดินให้ละเอียดและปรับหน้าแปลงให้เรียบ แล้วจึงปลูกดาวเรืองโดยให้แต่ละแถวห่างกัน 30 ซ.ม และระยะระหว่างต้นห่างกัน 30 ซ.ม เช่นกัน ถ้าพื้นที่ปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่ ให้เว้นทางเดินระหว่างแปลงประมาณ 80 ซ.ม แต่ถ้าเป็นที่ลุ่มและยกร่องปลูกก็ไม่ต้องเว้นทางเดินไว้ เพียงแต่เว้นขอบแปลงริมร่องน้ำไว้เล็กน้อยเพื่อใช้เป็นทางเดิน
   2. วิธีการปลูก
      1) การเตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมในแปลงโดยให้หลุมห่างกัน 30 ซ.ม และแต่ละแถวห่างกัน 30 ซ.ม รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยซูเปอร์ฟอสเฟตหรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตราหลุมละ1 ช้อนชา แล้วเกลี่ยดินกลบปุ๋ยเพื่อป้องกันไม่ให้รากดาวเรืองสัมผัสปุ๋ยโดยตรง
      2) การย้ายกล้า ควรย้ายกล้าดาวเรืองในตอนเย็น ก่อนย้ายกล้ารดน้ำล่างหน้า 1 วัน หรือรดน้ำตอนเช้าแล้วย้ายกล้าตอนเย็น และควรใช้ช้อนปลูกขุดต้นกล้า เพื่อให้ดินติดรากต้นกล้ามาด้วย ต้นกล้าจะได้ไม่โทรมและตั้งตัวได้เร็ว
      3) การปลูกต้นกล้า ปลูกต้นกล้าหลุมละต้น โดยฝังต้นกล้าลงในหลุมให้โคนต้นอยู่ระดับปากหลุมและกลบดินให้เสมอใบเลี้ยง จากนั้นจึงรีบรดน้ำให้ชุ่มตลอดเวลา
   3.การปฏิบัติดูแลรักษา
      1) การรดน้ำ ในช่างแรกคือตั้งแต่เริ่มปลูกถึงอายุ 7 วัน ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นหลังจากนั้นรดน้ำวันละครั้งในตอนเช้าก็พอ และในช่วงที่ดอกเริ่มบานจะต้องระวังอย่าให้น้ำถูกดอกดาวเรือง เพราะจะทำให้ดอกเสียหายและถูกเชื้อโรคเข้าทำลายได้ง่าย
      2) การใส่ปุ๋ย เมื่อดาวเรืองมีอายุ 15 และ 25 วัน ควรใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม และเมื่อดาวเรืองมีอายุ 35 และ 45 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร15-24-12 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม เช่นกัน การใส่ปุ๋ยควรใส่ให้ห่างโคนต้นประมาณ 6 นิ้ว โดยฝังลงในดินประมาณครึ่งนิ้ว จากนั้นควรพรวนดินรอบ ๆ โคนต้นและกลบโคนต้นไว้ การใส่ปุ๋ยทุกครั้งจะต้องรดน้ำให้โชกเสมอ
      3) การปลิดยอด นิยมเรียกว่า การเด็ดตุ้ม หรือการแต่งตุ้ม ทำเพื่อให้ดาวเรืองแตกพุ่มและจะทำให้ดอกดาวเรืองมีขนาดใหญ่ การปลิดยอดนี้ควรทำเมื่อดาวเรืองมีอายุ 21-25 วัน ซึ่งเป็นระยะที่ดาวเรืองมีใบจริงขนาดใหญ่ประมาณ 4 คู่ และส่วนยอดมีใบเล็ก ๆ ประมาณ 1-2 คู่ วิธีการปลิดยอดทำได้โดยใช้มือซ้ายจับใบคู่บนสุดที่ต้องการเหลือไว้แล้วใช้ มือขวาดึงส่วนยอดลงทางด้านข้าง เพื่อให้ยอดหลุดออกมา ไม่ควรเด็ดยอด เพราะจะทำให้ส่วนตาของยอดเหลือติดอยู่ ซึ่งจะเจริญเป็นดอกในภายหลัง ทำให้ดอกไม่เป็นไปตามกำหนด คือดอกบานไม่พร้อมกันและมีขนาดเล็ก ปกติดาวเรืองต้นหนึ่งควรไว้ดอกประมาณ 8 ดอก จึงจะได้ดอกที่มีคุณภาพ
      4) การปลิดตาข้าง หลังจากการปลิดตายอดประมาณ 1 สัปดาห์ ตาข้างจะเริ่มแตกขึ้นใหม่นั้น มียอดที่ยอดและมีตาข้างเจริญออกมาหรือยัง เมื่อดอกที่ยอดและมีตาข้างเจริญออกมาหรือยัง เมื่อดอกที่ยอดมีขนาดประมาณเท่าเมล็ดข้าวโพด ให้ปลิดตาข้างออกให้หมด เพื่อไม่ให้ตาข้างเจริญเป็นดอกต่อไป ซึ่งจะทำให้ดอกที่ยอดมีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว และมีขนาดสม่ำเสมอ
   4. การตัดดอก
ก่อนตัดดอกดาวเรืองเพื่อนำไปจำหน่ายประมาณ 2-3 วัน ควรใช้น้ำตาลทรายจำนวน15 ลิตร ฉีดพ่นใบดาวเรืองทั้งด้านบนและด้านล่าง จะทำให้ก้านดอกแข็งแรงขึ้น จากนั้นจึงทยอยตัดดอก อายุของดาวเรืองที่สามารถตัดดอกขายได้คือประมาณ 55-65 วัน หรือให้สังเกตจากดอกที่ยังมีกลีบดอกตรงกลางเป็นสีเขียวอยู่ได้นานกว่าดอกที่ บานทั้งหมด ในการตัดดอกนั้นควรตัดให้ชิดโคนกิ่งให้มากที่สุด จะทำให้ก้านดอกที่ติดมามีขนาดยาว

เอื้อเฟื้อข้อมูล กรมวิชาการเกษตร (www.doae.go.th)


การจำแนกลักษณะลำต้นของดาวเรือง

    ลักษณะลำต้นของดาวเรืองมีหลากหลาย ทั้งอย่างสูงโปร่ง เป็นทรงพุ่มแน่น หรือลำต้นเตี้ยแผ่ ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะมีปัจจัยเรื่องความยาวของแสงและอุณหภูมิเข้ามาเกี่ยว ข้อง เช่น พันธุ์ Sovereign gold เมื่อเพาะเมล็ดในช่วงเดือนมกราคมไปจนถึงกลางเดือนกันยายน จะทำให้ได้ต้นดาวเรืองที่มีความสูง 80-120 เซนติเมตร แล้วแต่พื้นที่ แต่เมื่อเพาะดาวเรืองช่วงกลางเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนมกราคม จะทำให้ได้ต้นมีความสูงลดลง 40-50 เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่น ดาวเรืองที่ปลูกในเขตอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ช่วงฤดูหนาวที่มีอุณหภูมิ 10-15 องศาเซลเซียส ดาวเรือง Sovereign gold จะมีความสูงเพียง 20 เซนติเมตรเท่านั้น ที่โคนต้นจะมีรากอากาศ เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชที่ไม่มีเนื้อไม้ เมื่อเจอลมแรงทำให้หักล้มง่าย รากอากาศนี้เมื่อสัมผัสดินก็จะชอนไชลงดินหาอาหาร และทำหน้าที่ยึดลำต้นทำให้เจริญเติบโตได้ตามปกติต่อไป

ทั้งนี้ สามารถจำแนกรูปแบบลักษณะลำต้นของดาวเรืองได้เป็น 5 รูปแบบ ได้แก่
    1.Ball shaped หรือ compact มีลักษณะทรงพุ่มเตี้ยกลม ความสูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร ได้แก่ กลุ่มดาวเรืองฝรั่งเศสต้นเตี้ย เช่น Janie series, Little Devil series
    2.Bushy มีลักษณะทรงพุ่มเตี้ย แตกกิ่งสาขามาก ความสูงประมาณ 25-30 เซนติเมตร ได้แก่ กลุ่มดาวเรืองฝรั่งเศสพวก Bonanza series, Hero series
    3.Basal-branching มีลักษณะทรงพุ่มเตี้ย แผ่กิ่งก้านเกือบแนบพื้น ความสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ได้แก่ Discovery series, Inca series
    4.Hedge type มีลักษณะทรงพุ่มแน่น ความสูงประมาณ 45-60 เซนติเมตร ได้แก่ Galore series, Lady series, Perfection series
    5.Tall, bushy มีลำต้นสูงโปร่ง แตกกิ่งก้านสาขามาก ความสูงประมาณ 60-120 เซนติเมตร ได้แก่ Sovereign series (Gold Coin Series) และ Jubillee series

ข้อปฏิบัติ 1.ถ้าปลูกต้นดอกแบบติดก้านยาวสำหรับทำเป็นดอกไม้กำ ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 40 x 40 ซ.ม. แปลงกว้าง 1.10 เมตร ปลูกได้ 3 ต้นต่อแถว หรือร่องกว้าง 4.50 เมตร ปลูกได้ 11 ต้นต่อแถว 2.ถ้าปลูกแบบเด็ดดอกใส่ถุงสำหรับร้อยพวงมาลัย ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 70 x 70 ซ.ม. แปลงกว้าง 1.10 เมตร ปลูกได้ 2 ต้นต่อแถว หรือร่องกว้าง 4.50 เมตร ปลูกได้ 6 ต้นต่อแถว 3.ถ้าปลูกใส่กระถางควรปลูกในกระถางขนาด 6 หรือ 8 นิ้ว กระถางละ 1 ต้น โดยย้ายกล้าลงปลูกภายหลังเด็ดยอดแล้ว เมื่อแตกกิ่งข้างยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ควรวางกระถางให้ห่างหนึ่งเว้นหนึ่งกระถาง มิเช่นนั้นพุ่มต้นจะชะลูด การแตกกิ่งข้างจะไม่พร้อมกัน อีกทั้งมีดอกน้อย

เอื้อเฟื้อข้อมูล ข่าวสด (www.khaosod.co.th)


การปลูกดาวเรืองเป็นอาชีพ

เงินลงทุน
ครั้งแรกประมาณ  15,000 บาท ขึ้นไป / ไร่ ( ไม่รวมค่าที่ดิน )       
(เมล็ดดาวเรืองราคา 0.80 - 1 บาท/เมล็ด  ใช้ปลูก 8,000 กว่าเมล็ด/ไร่)

รายได้
ประมาณ 24,000 บาท ขึ้นไป/ไร่/รุ่น

วัสดุ/อุปกรณ์
กระบะเพาะ  จอบ  เสียม  เครื่องฉีดพ่นยาฆ่าแมลง  ปุ๋ย  บัวรดน้ำ

แหล่งจำหน่ายเมล็ดดาวเรือง
ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร้านขายสินค้าเกษตร

วิธีดำเนินการ
ดาวเรืองมีหลายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับปลูกเพื่อตัดดอกไปจำหน่าย ได้แก่ พันธุ์ซอฟเวอร์เรน ทอรีดอร์ และดับเบิ้ล-อีเกิ้ล ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 8.5-10 เซนติเมตร

การขยายพันธุ์
ทำได้โดยการใช้เมล็ดและการปักชำ แต่วิธีที่นิยมทำคือ การใช้เมล็ด เพราะได้จำนวนมากกว่า โดยนำเมล็ดดาวเรืองมาเพาะในกระบะเพาะ ซึ่งมีวัสดุเพาะ คือ ขุยมะพร้าว ทราย  ขี้เถ้าแกลบ ปุ๋ยคอก ในอัตราส่วน 1:1:1:1 หรือแปลงเพาะที่มีดินร่วนซุยค่อนข้างละเอียด คราดดินให้ผิวดินเรียบสม่ำเสมอ ทำร่องบนกระบะเพาะหรือแปลงเพาะให้ลึกประมาณ 0.5 เซนติเมตร กว้าง 1 เซนติเมตร แต่ละร่องห่างกัน 5 เซนติเมตร หยอดเมล็ดลงร่องห่างกัน 1-2 นิ้ว แล้วกลบแต่ละร่องด้วยวัสดุเพาะ หรือดินละเอียดเพียงบางๆรดน้ำด้วยฝักบัวฝอยให้ชุ่ม แล้วคลุมกระบะเพาะด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือคลุมแปลงเพาะด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง  ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เพื่อรักษาความชื้น เมล็ดดาวเรืองจะงอกภายใน 3-5 วัน เป็นต้นกล้า

การปลูก
    1.    ไถเตรียมดิน หว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไป ประมาณ 1 ตัน/ไร่ ยกร่องแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร รดน้ำแปลงไว้ล่วงหน้า 1 วัน
    2.    ขุดหลุมกว้าง 15 เซนติเมตร แปลงละ 3 แถว ระยะระหว่างแถว 30 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 30 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยทริบเบิ้ลซุปเปอร์ฟอสเฟส หรือสูตร 15-15-15 ประมาณ 1    ช้อนชา รองก้นหลุม แล้วเกลี่ยดินข้างหลุมมากลบปุ๋ยเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้รากดาวเรืองสัมผัสปุ๋ยโดยตรง
    3.    นำต้นกล้าที่มีอายุ 7-10 วัน ( นับจากวันเพาะเมล็ด ) โดยแยกต้นกล้าให้มีวัสดุเพาะ หรือดินหุ้มติดรากมาด้วย เพื่อป้องกันรากกระทบกระเทือน นำมาปลูกในแต่ละหลุมที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่ม
    4.    หลังจากนั้น ต้องรดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 7 วัน ซึ่งต้นกล้า จะตั้งตัวได้ดี แล้วจึงรดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้า ในช่วงที่ดอกเริ่มบานไม่ควรรดน้ำให้โดนดอก เพื่อป้องกันดอกเป็นโรค
    5.    เมื่อดาวเรืองอายุ 15 และ 25 วัน ควรใส่ปุ๋ย 15-15-15 ในอัตรา 1 ช้อน : ต้น เมื่ออายุ 35 และ 45 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 ในอัตราเดียวกัน  โดยวิธีฝังลงในดินตื้นๆ ประมาณ ?  นิ้ว ห่างโคนต้น 6 นิ้ว แล้วรดน้ำให้ชุ่มทุกครั้งที่ใส่ปุ๋ย
    6.    ช่วงดาวเรืองอายุ 21-25 วัน ซึ่งเป็นระยะที่ต้นมีใบจริงขนาดใหญ่ ประมาณ 4 คู่ และส่วนยอดมีใบเล็กๆ 1-2 คู่ จะต้องปลิดยอดทิ้งเพื่อให้แตกกิ่งข้าง โดยใช้มือซ้ายจับคู่ใบบนสุดที่จะเหลือไว้ แล้วใช้มือขวาดึงส่วนยอดลงทางด้านข้างจนหลุดออกมา หลังจากนั้น 5-7 วันตาข้างจะเริ่มแตกและเจริญเป็นกิ่งใหม่ ซึ่งจะติดตุ่มดอกทั้งที่ตายอดปลายกิ่งและตาข้าง
    7.    หลังจากปลูก 40-45 วันในแต่ละกิ่ง เมื่อดอกยอดมีขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพดดอกข้างมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ต้องรีบปลิดดอกข้างออกให้หมดภายใน 2-3 วัน คงเหลือดอกยอดไว้ดอกเดียว  เพื่อให้ดอกมีขนาดใหญ่
    8.    หลังจากนั้นประมาณ 20 วัน ( อายุ 60-65 วัน ) ก็ตัดดอกไปจำหน่ายได้ ซึ่งจะได้ประมาณ 10-12 ดอก/ต้น

โรคและแมลงที่สำคัญ
   1. โรคเหี่ยว เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปทอรา (Phytoptora) มักเกิดกับดาวเรืองที่ดอกกำลังเริ่มทยอยบาน ระยะแรกมีอาการคล้ายกับดาวเรืองขาดน้ำ กล่าวคือ อาการเหี่ยวจะแสดงในตอนกลางวันส่วนกลางคืนอาการจะปกติ หลังจากนั้นประมาณ 3 -4 วัน ดาวเรืองก็จะเหี่ยวทั้งด้นและตายไปในที่สุด
    การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซ็ป ฉีดพ่นสลับกับคาร์เบนดาซิมประมาณสัปดาห์ละครั้ง และถ้าพบมากต้นที่เป็นโรคและตายในแปลงต้องรีบกำจัดทิ้ง
   2. โรคราแป้ง เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่งลักษณะอาการ คือจะเห็นสปอร์ของเชื้อราเป็นฝุ่นสีขาว ๆ ตามใบของดาวเรือง ทำให้ใบหยิก การเจริญเติบโตชะงัก ถ้าเป็นมากอาจทำให้ต้นตายในที่สุด
    การป้องกันกำจัด โดยการพ่นด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซ็ป ไดแทน-เอ็ม 45 ประมาณสัปดาห์ละครั้ง
   3. โรคดอกไหม้ เกิดเชื้อราเข้าทำลายดอกดาวเรือง ทำให้ดอกเป็นสีน้ำตาลจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้
    การป้องกันกำจัด ควรฉีดพ่นด้วยสารเคมีแมนโคเซ็ปหรือดาโคนิล โดยฉีดพ่นให้ทั่วทั้งแปลง
   4.  เพลี้ยไฟ เข้าทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและใบอ่อน จะเห็นมีรอยขีดตามใบหรือกลีบเลี้ยงของดอก เพลี้ยไฟจะระบาดมากในช่างฤดูร้อน
    การป้องกันกำจัด ใช้สารเทมมิค เอ จี (Temic A.G.) ฝังรอบ ๆ โคนต้น โดยฝังให้ห่างโคนต้นประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือฉีดพ่นด้วยสารโตกุไธออนสัปดาห์ละครั้ง
   5.  หนอนกระทู้หอม เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืน จะเข้าทำลายในขณะที่ดอกดาวเรืองเริ่มบานหนอนจะกัดกินดอกดาวเรือง ทำให้ดอกแหว่งเสียหาย
    การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดแมลง เช่น แลนเนท,แคสเคต หรือใช้เชื้อไวรัสทำลายแมลงพวกเอ็น.พี.วี (NPV) ฉีดพ่นในแปลงที่มีหนอนกระทู้หอมระบาด

ตลาด / แหล่งจำหน่าย
   แหล่งรับซื้อดาวเรืองที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ ฯ คือ ตลาดปากคลองตลาด ส่วนตลาดอื่น ๆ เช่น สวนจตุจักร นิยมรับซื้อดาวเรืองที่ปลูกในกระถางหรือถุงพลาสติก นอกจากนี้ยังมีตลาดอื่น ๆ อีก เช่น ตลาดเทเวศร์ ลาดพร้าว สะพานควาย บางเขน และตามศูนย์การค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต
    ส่วนในต่างจังหวัดนั้น สามารถนำดาวเรืองไปจำหน่ายได้ตามตลาดสดทั่วไป และจะมีพ่อค้าไปรับซื้อในท้องที่ที่ปลูกดาวเรือง จากนั้นพ่อค้าก็จะนำไปจำหน่ายต่อที่ตลาดกรุงเทพ ฯ

สถานที่ให้คำปรึกษา
1.    กองส่งเสริมพืชสวน กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. 561-4879
2.    สำนักงานเกษตรจังหวัดและอำเภอ

ข้อแนะนำ
1.    เมล็ดดาวเรืองที่ยังไม่พร้อมที่จะปลูก ควรเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นช่องแช่ผัก จะช่วยให้เปอร์เซ็นต์การงอกลดลงไม่มากนัก
2.    ดาวเรืองสามารถปลูกได้ปีละประมาณ 3 รุ่น เก็บดอกได้ 5-7 ครั้ง/รุ่น แล้วต้องโละแปลงปลูกใหม่

เอื้อเฟื้อข้อมูล กรมวิชาการเกษตร (www.doae.go.th)
                    SME BANK (http://mdit.pbru.ac.th/sme/)


การปลูกดาวเรือง

การเพาะกล้า
เพาะกล้าจะใช้ 2 วิธี คือ การเพาะในแปลง กับเพาะในถาดหลุม โดยใช้ดินกับขุยมะพร้าว วิธีที่เพาะในถาดหลุมจะดีกว่า เพราะตอนถอนไปปลูกจะมีวัสดุปลูกติดไปด้วย ไม่เหมือนวิธีปลูกแปลงตอนถอนไปปลูกจะไม่มีดินติด ต้นจะฟื้นช้ากว่าต้นกล้าที่ได้จากถาดหลุม ประมาณ 15 วัน ต้นกล้าก็พร้อมที่จะปลูกได้ ถ้าต้นกล้าอายุเกิน 20 วัน ไม่เหมาะจะนำมาปลูกแล้วเนื่องจากต้นมีขนาดใหญ่เกินไป

การเตรียมแปลง
ไถด้วยผาล 3 ตากดินไว้ 1 สัปดาห์ โรยขี้วัวซึ่งได้จากวัวนมแถบๆ นั้น แล้วจึงไถด้วยผาล 7 หมักขี้วัวในแปลง ปลูกต้นดาวเรือง 3 ต้น ห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร ปลูกแถวละ 45 ต้น รวม 3 แถว ได้ต้นทั้งหมด 135 ต้น ถือว่าเป็น 1 ร่อง

การใส่ปุ๋ย
เอาปุ๋ยสูตร 25-7-7 รองก้นหลุมก่อนปลูกประมาณครึ่งช้อนแกง ช่วงปลูกใหม่ๆ รดน้ำเช้า-เย็น จนกระทั่งต้นฟื้นตัวดี จึงรดน้ำแค่วันละครั้ง พอต้นโตได้ประมาณคืบ ก็จะเด็ดยอด ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน หลังปลูก ส่วนต้นไหนยังไม่ถึงคืบอย่าเพิ่งเด็ด ค่อยมาเด็ดทีหลัง  พอต้นโตเกิน 1 ศอก ก็ให้เอาหลักไม้ปัก กะระยะว่าต้นดาวเรือง 7 ต้น ให้ปักไม้ 1 หลัก แล้วก็ขึงเชือกมาทางยาว ขึงเอาไว้เพื่อพยุงต้น ไม้หลักสูงประมาณ 1 เมตร พอต้นสูงไปเรื่อย ก็ขึงเชือกขึ้นไปอีกเส้น รวมจนหมดอายุขัยของต้นจะขึงเชือกได้ 2-3 เส้น แล้วแต่พันธุ์ต้นสูงต้นเตี้ย โดยปกติจะเก็บดอกดาวเรืองได้เมื่อปลูกครบ 45 วัน และจะตัดดอกดาวเรืองได้เกินกว่า 30 วัน

     ดาวเรืองจะปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ลักษณะดินของแถบกลางดงจะเป็นดินสีแดง ถ้าเป็นดินทรายการเจริญเติบโตและการให้ดอกไม่ค่อยจะดี บริเวณที่เราปลูกดาวเรืองในรุ่นนี้แล้วจะปลูกซ้ำเลยอีกไม่ได้ ควรจะต้องปลูกพืชอย่างอื่นทดแทนก่อน แล้วค่อยกลับมาปลูกซ้ำในที่เดิม

     วิธีการตัดดอกก็จะตัดให้ชิดโคนดอก ซึ่งจะได้ยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร โดยไม่มีใบติดมา


เมนูส่วนล่างของเว็บ